จื่อหนิงรู้สึกเหมือนสติของนางดับวูบไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา แต่ทันทีที่ลืมตาเสียงหวีดร้องโวยวายก็ดังแสบแก้วหูจนทำให้เธอต้องขมวดคิ้วแน่น
มิหนำยังสายตายังพร่ามัวจนต้องกระพริบตาถี่พยายามปรับโฟกัสให้ชัดขึ้น
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?
เธอปวดหัวไม่น้อยจนใบหน้าคนงามบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ พยายามเพ่งมองตรงหน้าอย่างยากลำบาก
ฟึ่บ!
“เจ้าสมควรตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเฝิงอวี่เซี่ยน”
น้ำเสียงเย็นชาดังก้องในโสตประสาท เฝิงอวี่เซี่ยนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ นัยน์ตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายอย่างแข็งกร้าว อาภรณ์ค่อยๆ เปียกชุ่มไปด้วยเลือด “เจ้าคนทรยศ!”
กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อปลายมีดแหลมคมแทงทะลุผ่านอาภรณ์เข้ามา เฝิงอวี่เซี่ยนแทบกระอักเลือดออกมาทันทีที่คนผู้นั้นออกแรงกดขยี้บาดแผลซ้ำลงไปอย่างไร้ปรานี
“เหอะ! สภาพเช่นนี้คิดว่าจะทำอันใดข้าได้”
ฟึ่บ!
สวบบ!!
เสียงคมดาบถูกชักออกก่อนที่เฉิงอี้หยางจะแทงกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง ครานี้บาดแผลลึกทะลุผ่านไปจนเกือบถึงหัวใจ มุมปากหนาโค้งเหยียดยิ้มร้าย
เฝิงอวี่เซี่ยนกระตุกเฮือก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งร่าง ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวยามนี้กลับสั่นไหว
อึก!
“อักกก!..” เฝิงอวี่เซี่ยนกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
บางทีนี่อาจเป็นจุดจบของชีวิตเขาแล้วก็ได้...ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัวมานานเกินไป
ภาพร่างไร้วิญญาณของผู้คนในจวนสกุลเฝิงยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเฝิงอวี่เซี่ยนไม่เคยเลือนหาย ทุกครั้งที่นึกถึงยังคงโทษตนเองที่กลับมีชีวิตรอดเพียงผู้เดียว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดและไม่อาจฝืนชะตาให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว...
ร่างของเขาพลันอ่อนแรง ทรุดลงกับพื้น น้อมรับความตายโดยไม่ขัดขืน เฝิงอวี่เซี่ยนเหลือบสายตามองสตรีผู้หนึ่งด้วยความอ่อนโยน “เจียงชุนหลิน...นับจากนี้ข้าคงไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว”
ฟึ่บ!
สวบ!!
“อวดดี!”
คมดาบถูกดึงออกจากร่างเขา ก่อนจะกดแทงกลับเข้าไปอีกเป็นครั้งที่สามอย่างเยือกเย็น “หากไม่มีเจ้าข้าย่อมสามารถปกป้องนางได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม!”
“อั่กกก!” ทั่วทั้งร่างของเฝิงอวี่เซี่ยนชุ่มไปด้วยเลือดสีแดง สายตาคมกริบดูว่างเปล่าจำนนต่อโชคชะตา
“อี้หยาง! พอได้แล้ว!”
“เฝิงอวี่เซี่ยน!!” น้ำเสียงหวานตวาดก้อง
แค่ได้อ่านยังรู้สึกสะเทือนใจ ไหนเลยจื่อหนิงไม่คาดคิดเลยว่าตัวเองจะได้มาเห็นเหตุการณ์นี้กับตาจริงๆ “ข้าจะฆ่าเจ้าแน่!” นางร้องตวาดก้องอย่างไร้ความเกรงกลัวก่อนที่นางจะพุ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“หลี่จื่อหนิง!” เฉิงอี้หยางสบถออกมา
สตรีวุ่นวายผู้นี้อีกแล้ว!
ท่ามกลางบรรยากาศมงคล ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นความวุ่นวายอลหม่านเต็มไปด้วยเสียงหวีดร้องโวยวายและกลิ่นคาวเลือด เจียงชุนหลินยกชายกระโปรงแต่งงานขึ้นก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังร่างที่นอนแน่นิ่ง นางพลันหลั่งน้ำตา สายตามองเฝิงอวี่เซี่ยนที่กำลังกระอักเลือดด้วยความเวทนาและเจ็บปวด
นางไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้...
น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “เฝิงอวี่เซี่ยน…”
หลี่จื่อหนิงวิ่งหน้าตั้งเข้ามาโดยไร้ความเกรงกลัวก่อนจะออกแรงผลักเฉิงอี้หยาง ออกไปอย่างรุนแรงเพื่อให้เขาถอยห่าง“ออกไปให้พ้น!” น้ำเสียงหวานตวาดด้วยความโกรธ
นางจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองกำลังอ่านบทสุดท้ายของนิยาย...ฉากตอนจบของตัวร้ายที่เพียงมาแสดงความยินดีแต่กลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้คิดจะแย่งเจ้าสาวไป
แล้วเหตุใด...พระเอกถึงได้โง่งมหูเบาถึงเพียงนี้!?
“เกรงว่าวันตายของเจ้ายังคงมาไม่ถึงเฝิงอวี่เซี่ยน” น้ำเสียงทุ้มของเฉิงอี้หยางเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น
เจียงชุนหลินส่ายหน้าทั้งน้ำตารั้งเฉิงอี้หยางเอาไว้ไม่ให้ลงมือไปมากกว่านี้ “พอได้แล้ว!...หยุดได้แล้วอี้หยาง!”
เฝิงอวี่เซี่ยนเงยหน้าขึ้น มุมปากหนาเหยียดยิ้มเย้ยหยัน สายตาคมกริบเพ่งมองอีกอย่าง “หากมีโอกาสแล้วสังหารข้าไม่ตายเช่นนั้นข้าจะผู้สังหารเจ้าคืน”
“เกรงว่าคงไม่มีวันนั้น” เฉิงอี้หยางกล่าว
“อวี่เซี่ยน!”
“…”
“เฝิงอวี่เซี่ยน!”
ไม่นะ!
เธอพึ่งทะลุมิติเข้ามาเพื่อช่วยตัวร้ายผู้นี้…แต่กลับสายไปแล้วงั้นหรือ!?
สติของเฝิงอวี่เซี่ยนเริ่มเลือนราง สายตาพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด หัวใจเต้นแผ่วลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะสิ้นใจ
เหตุใดเขาถึงมองเห็นสตรีผู้นั้นกัน…!?
หลี่จื่อหนิงรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก นางรีบทรุดตัวลงโอบร่างที่โชกเลือดของเขาเข้ามาแนบอก มือเล็กค่อยๆ เกลี่ยเลือดออกจากใบหน้าคมคายอย่างแผ่วเบา
น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ “ท่านมีชีวิตอยู่มาได้นานถึงเพียงนี้แล้วไฉนฝืนต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ”
พ่อตัวร้ายของนางจะมีจุดจบเช่นเดียวกันกับนิยายจริงรึ!??
“เฝิงอวี่เซี่ยน…ข้าขอโทษ” นัยน์ตาของนางสั่นระริกเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เจียงชุนหลินหมายจะเดินเข้าไปแต่ทว่ากับถูกเฉิงอี้หยางฉุดรั้งเอาไว้
เฉิงอี้หยางเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “เจียงชุนหลิน…เจ้ายังคิดจะช่วยคนผู้นั้นอีกอยู่หรือ”
“เฝิงอวี่เซี่ยนทำอันใดผิด!” นางหันขวับมองเขาทั้งน้ำตาแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองใจ “เหตุใดต้องถึงขั้นลงมือสังหารหมายจะเอาชีวิตเข้าด้วยเฉิงอี้หยาง!”
แม้นางจะมีใจให้เฉิงอี้หยางแล้วอย่างไรกัน ทว่าการกระทำเช่นนี้…เจียงชุนหลินรู้สึกว่าไม่ถูกนัก
เขาคือคนที่ส่งนางขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว! หวังดีและปกป้องมาตลอดชีวิต! ไฉนถึงถูกกระทำเช่นนี้
เจียงชุนหลินโกรธเคืองเฉิงอี้หยางไม่น้อย นางพลันสะบัดมือออกจากอีกฝ่ายก็จะก้าวเดินไปหาร่างของเฝิงอวี่เซี่ยนแทน
“ปล่อยข้า!”
“เจียงชุนหลิน!” น้ำเสียงทุ้มของเฉิงอี้หยางเต็มไปด้วยความโกรธไม่น้อย เขาทำไปเพียงเพราะปกป้องนางแต่ไฉนนางกลับมองไม่เห็นกัน
ระยะเวลาสองสามปีผ่านมานี้เจียงชุนหลินตกอยู่ในกลลวงของเฝิงอวี่เซี่ยนมาตลอด โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วบุรุษผู้นั้นเพียง เสแสร้งทำดีเพื่อสร้างความไว้วางใจและหลอกใช้นาง จุดประสงค์ของเขาคือการล้างแค้นจวนสกุลเจียง…ต้นเหตุที่ทำให้เฝิงอวี่เซี่ยน ต้องโทษจำคุกตั้งแต่วัยเยาว์จากเหตุการณ์สังหารฆ่าล้างชีวิตผู้คนทั้งจวนสกุลเฝิงเมื่อหลายปีก่อน
และงานมงคลครั้งนี้…
จอกน้ำชาและกาสุราล้วนผสมยาพิษถูกเตรียมไว้เพื่อหวังสังหารทุกชีวิตในจวนให้หมดสิ้น
แผนการเช่นนี้ ไฉนเฉิงอี้หยางเลยจะไม่ล่วงรู้!
“ชุนหลิน…” สติของเฝิงอวี่เซี่ยนกำลังจะดับวูบลงแต่แล้วกลับได้ยินน้ำเสียงหวานรื่นหูดังขึ้น…สายตาคมกริบพร่ามัวมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสตรีตรงหน้าผู้นี้
!!!!
“เฝิงอวี่เซี่ยน!!!” สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้นางตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
เพียงชั่วอึดใจก่อนนั้น จื่อหนิงเพิ่งรู้ว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่กำลังอ่านอยู่แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เธอได้เข้ามาอยู่ในตอนจบของเรื่องแล้ว!
ช่วงที่ตัวร้ายกำลังจะถูกฆ่าทิ้ง...!?
ในขณะเดียวกันนั้นร่างของเฝิงอวี่เซี่ยนพลันอ่อนแรงลงก่อนจะนอนแน่นิ่งไปทันที ดวงตาเมล็ดซิ่งตกใจเอาแต่ตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุด “เฝิงอวี่เซี่ยน! ตื่นขึ้นมาบัดเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตายเด็ดขาด!”
“…”
“ข้าบอกว่าอย่าตาย!” น้ำเสียงหวานสั่นเครือ
ร่างของเจียงชุนหลินหยุดชะงัก มองร่างของเฝิงอวี่เซี่ยนที่แน่นิ่งไปราวกับร่างไร้วิญญาณ “เฝิงอวี่เซี่ยน…”
“อย่าเข้ามา!” จื่อหนิงหันขวับมองตาขวางด้วยความโกรธ หากเดาไม่ผิดนั้นสตรีตรงหน้าผู้นี้คงเป็นแม่ดอกบัวขาวกระมัง
“เจ้าทำให้เขาต้องตายแล้วจะมาร้องไห้เสียใจอะไรอีก!”