บทที่ 3 ครอบครัวเดียวกัน (1/2)

854 คำ
"ฝ่าบาทองค์รัชทายาทถูกลอบสังหารระหว่างงานล่าสัตว์ ยามนี้องครักษ์ทุกหน่วยออกค้นหาทว่ากลับไร้ร่องรอย เกรงว่า..." องครักษ์ม้าเร็วกล่าวรายงาน ฮ่องเต้แห่งแคว้นฮุ่ยเหอดีดกายขึ้นยืนจากบัลลังก์มังกร ม่านมุกสะบัดแกว่งไปตามองศาการขยับไหว บรรดาขุนนางซ้ายขวาต่างก้มหน้างุดเมื่ออารมณ์ผู้เป็นนายกราดเกรี้ยวจนแทบเผาผลาญท้องพระโรง "พวกเจ้าดูแลรัชทายาทอย่างไร! แล้วองค์ชายทั้งสองเล่า" นัยน์ตาที่ทอดมองเบื้องล่างขมึงทึง "ทูลฝ่าบาท องค์ชายสามปลอดภัย ทว่ามีเพียงองค์ชายใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เพราะว่าทั้งสองพระองค์ไล่ล่าพญาอินทรีเพลิงไปยังเส้นทางเดียวกัน เพียงแต่องค์รัชทายาทถูกไล่ต้อนและเป็นเป้าหมายของมือสังหาร จึงทำให้พระองค์พลัดหลงไปโดยลำพังพ่ะย่ะค่ะ" "บัดซบ!" ขุนนางในท้องพระโรงล้วนสะดุ้งโหยง "เจ้า!" ฮ่องเต้กู้ฮ่าวเทียนชี้ปลายนิ้วไปยังองครักษ์ม้าเร็ว "พ่ะย่ะค่ะ" "เร่งกลับไปแจ้งทางลานพิธีให้พาองค์ชายทั้งสองกลับมาโดยเร็ว ส่วนเรื่องรัชทายาท มอบหน้าที่ให้องครักษ์เย่เป็นฝ่ายจัดการ รวบรวมกำลังพลให้มากที่สุด รอดต้องเจอตัว ตายต้องพบศพ" "พ่ะย่ะค่ะ" ชายร่างกำยำในชุดเกราะเร่งสะบัดกายจากไปทันควัน เดิมทีท้องพระโรงจำต้องปลดอาวุธถอดชุดเกราะก่อนเข้าเฝ้า ทว่าหากมีเรื่องเร่งด่วนถึงขั้นคอขาดบาดตายล้วนสามารถอะลุ่มอล่วยได้ ฮ่องเต้กู้ฮ่าวเทียนซวนเซแทบล้มทั้งยืน เขายันแขนบนพนักบัลลังก์สีทองด้วยอาการสั่นระริก คาดไม่ถึงว่าจะมีคนอาจหาญหมายตาปลิดชีพรัชทายาท กู้หย่งเฟิงเป็นโอรสเพียงองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากครรภ์ของฮองเฮาอันเป็นที่รัก ซึ่งจากไปเมื่อหลายปีก่อนด้วยโรคประหลาด กระทั่งหมอหลวงยังไม่ทราบสาเหตุ ฮ่องเต้กู้ฮ่าวเทียนยังไม่ได้รับผู้ใดขึ้นมาแทนตำแหน่งฮองเฮาทั้งนั้น จิตใจของผู้เป็นจักรพรรดิรู้สึกเจ็บปวดระส่ำระสายจนแทบหยุดเต้น เขามิอาจปกป้องสตรีอันเป็นที่รักได้ ครานี้เขาจะไม่ยินยอมสูญเสียลูกชายไปอีกเป็นอันขาด "ฝ่าบาท" ขันทีรุดเข้ามารับร่างสูงใหญ่ที่เริ่มโงนเงนยืนไม่ติดพื้น สีหน้าของเขาซีดขาวไม่สู้ดีนัก กู้ฮ่าวเทียนนิ่วหน้ากัดฟันกรอด พยายามเอ่ยเสียงผะแผ่ว "ละ...เลิกประชุม" ขันทีตอบรับ "พ่ะย่ะค่ะ" จากนั้นจึงผินหน้าไปยังเบื้องล่าง เอ่ยเสียงก้องกังวาน "เลิกราชการได้" ขุนนางในท้องพระโรงต่างค้อมศีรษะโดยพร้อมเพรียง "น้อมส่งฝ่าบาทโปรดรักษาพระวรกายด้วย ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี" ขุนนางทุกฝ่ายแยกย้าย ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลง ขุนนางนายหนึ่งเอ่ยขึ้น "ท่านว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลหรือไม่" ขุนนางชรากล่าวตอบ "ไม่ชอบมาพากลอย่างไร เดิมทีการเป็นรัชทายาทชีวิตล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย" ขุนนางอีกนายคิ้วขมวด เขาขบคิดบางสิ่ง "ท่านว่าไม่แปลกหรือ ฝ่าบาทมีพระสนมตั้งมากมาย ทว่ากลับให้กำเนิดโอรสได้เพียงกับพระสนมกงและฮองเฮาจาง กระนั้นฮองเฮาให้ประสูติได้เพียงรัชทายาทพระองค์เดียว คนอื่น ๆ ล้วนไม่มีแล้ว เว้นเพียงสนมกงที่สามารถตั้งครรภ์ได้ถึงสองพระองค์" "ชู่...อยากคอขาดรึ ใช่ว่าไม่มีผู้ใดเคลือบแคลง เพียงแต่..." "ใต้เท้าทั้งสองคุยเรื่องใดกันหรือ น่าสนุกเชียว" เสียงทุ้มดังมาจากเบื้องหลัง ทั้งสองสะดุ้งโหยง หมุนตัวกลับเอ่ยเสียงสั่นเครือโดยพร้อมเพรียง "ตะ...ใต้เท้ากง" พวกเขาโบกไม้โบกมือพัลวัน "เอ่อ...เปล่า ๆ พวกข้าเพียงชวนกันไปจิบชาเล่นหมากล้อมสักตาสองตาก็เท่านั้น เห็นว่าวันนี้ออกราชการเร็วกว่าปกติ" กงเจิ้งจงกระตุกยิ้ม เขาเป็นขุนนางขั้นหนึ่งฝ่ายบู๊ ซ้ำยังเป็นตระกูลเก่าแก่ที่หนุนหลังราชวงศ์มาช้านานพอ ๆ กับตระกูลซ่งเพียงแต่ซ่งหยวนหมิงเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นทว่าซ่งหยวนหมิงกลับสันทัดทั้งบุ๋นและบู๊ตำแหน่งฝ่ายบุ๋นก็เพียงเกียรติยศที่ไว้ประดับบารมีเท่านั้น การคัดเลือกฮองเฮาบุตรสาวของเขาหรือสนมกงจื่อฉีกลับมิได้รับเลือก เพียงเพราะฮ่องเต้มีใจสมัครรักใคร่กับจางฮองเฮาอยู่ก่อนแล้ว ตระกูลจางถึงเป็นเพียงตระกูลแพทย์หลวงยศต่ำกว่าตนหลายขั้น กระนั้นใต้เท้ากงกลับไม่อาจขัดความประสงค์ฮ่องเต้ได้ จึงกัดฟันยกบุตรสาวให้เป็นสนมเอกขั้นกุ้ยเฟยอย่างน่าอดสู "เช่นนั้นขอให้ใต้เท้าทั้งสองรื่นเริงอย่างเต็มที่เล่า" ชายวัยกลางคนร่างกำยำเดินผ่านพวกเขาไป ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบออกมาข่มขวัญ ส่งผลให้ขาที่ยืนอยู่ แข็งทื่อไม่กล้าขยับ ขุนนางทั้งสองชำเลืองสบตากันหลุกหลิก "ข้าบอกแล้วอย่าเอ่ยเรื่องนี้ส่งเดช ท่านว่าเราจะยังรักษาชีวิตอีกครึ่งไว้ได้หรือไม่" ขุนนางผมขาวกลืนน้ำลายหนืดเหนียวลงคอ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "คะ...คงได้กระมัง"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม