ตอน พี่ชอบสนนะ
------ ดอกสน
...ฉันเดินเลียบไปตามชายหาดในเวลาที่มืดแล้ว ตอนนี้สติอยู่ครบเพราะไม่ได้กินเหล้า ฉันชอบความรู้สึกของการได้กินเหล้า เดินไปตามชายหาดที่มีเสียงคลื่นกระทบเข้าหาชายฝั่ง ความรู้สึกโคตรเหงาเลย ถ้าตอนนี้มีผู้ชายสักคนมาเดินข้าง ๆ แล้วจับมือ ก็คงจะรู้สึกดีไม่ใช่น้อย แต่มันก็คงดีแค่ตอนแรก ๆ เพราะฉันรู้ว่าความรักมีจุดอิ่มตัว มันเป็นจุดอิ่มตัวที่ฉันไม่ชอบ สู้การอยู่เป็นโสดแบบเหงาบ้างสุขบ้างไม่ได้
“ถ้าจะขอเดินด้วยคน จะรังเกียจไหมครับ...” ฉันหันไปหาเสียงชายคนนั้น ผู้ชายร่างหมีหน้ากอดไปทั้งตัวยืนอยู่ตรงหน้า ฉันยิ้มให้เขาก่อนที่จะเดินต่อไปเรื่อย ๆ
“ใครจะกล้ารังเกียจพี่หมีเล่า.. พี่รู้ไหมว่าสนนะไม่ได้มาเที่ยวทะเลนานมากกกกกกกกกกมั่กมากมั่กมากเลย”
“ถ้าจะนานขนาดนี้น่าจะสิบปีที่แล้วรึเปล่า...”
“ฮ่า ๆ ๆ ก็ตั้งแต่เรียนจบอ่าพี่ เคยเลิกกันกับแฟนที่ทะเล ก็เลยไม่ค่อยชอบมาเท่าไหร่ แต่พอได้มาจริง ๆ ก็ไม่แย่อย่างที่คิดนะ..” ฉันหยุดยืนกับที่แล้วมองออกไปที่ทะเลแสนกว้าง ถึงมันจะมืดจนมองไม่เห็น แต่เพราะความเชื่อจึงทำให้รู้ว่ามันกว้างไกลแค่ไหน
“แล้วตอนนี้ไม่คิดจะมีแฟนเหรอ..”
“...อื้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ไม่อ่า ตอนแรกมันก็ดี แต่ไม่นานมันก็ไม่ดีอย่างที่คิด การมีแฟนมันทำให้ลดความเป็นตัวเองของสนไป เพราะว่าสนเอาหัวใจไปอยู่ที่แฟน พอไม่มีแฟนก็ได้หัวใจกลับมา แบบนี้ดีแล้วนะ...”
“.......”
“หรือมองอีกแบบก็คือ ไม่มีใครับสนที่เมาหัวราน้ำได้ ถ้าสามสิบไม่มีใครก็แต่งกับขวดเหล้าไปเลย ฮ่า ๆ แล้วพี่อ่ะ... มองความรักแบบไหน..”
“พี่เหรอ พี่ก็ตามหาคนที่ขโมยจูบพี่ไง” ฉันหันไปมองพี่หนึ่ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหมายถึงใคร
“เดี๋ยวให้แม่ไปสู่ขอเลยพี่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ..” ฉันพูดขำ ๆ ก่อนที่จะเดินต่อไป ความที่ฉันข้องเกี่ยวกับผู้ชายหลายคน มันจึงทำให้ฉันไม่รู้สึกเขินกับการใกล้พี่หนึ่งสักนิด
“สนเป็นผู้หญิงที่โคตรแตกต่างเลยนะ น่ารักมากด้วย... ตอนแรกไอ้ซีบอกว่ามีน้องสาวพี่ก็ไม่เชื่อ เพราะมันไม่เคยพูดถึง จนได้มาเจอกับตัว เมาหัวราน้ำ แถมจูบผู้ชายก่อนอีกต่างหาก ฮ่า ๆ ๆ ”
“.....” เพราะใครล่ะ.. ถ้าไม่ใช่เพราะพี่นอต เพียงความคิดก็ทำให้สมองคิดถึงรอยยิ้มกวนตีนและท้าทาย สายตาของพี่นอตท้าทายให้ฉันทำ และฉันก็ไม่ชอบคนท้าทาย
“แต่อย่าไปทำแบบนี้กับใครล่ะ... รู้ไหม” พี่หนึ่งยีหัว การกระทำแบบนี้สาว ๆ ที่ไหนก็คงรักได้ไม่ยาก ยกเว้นกับดอกสนนี่แหละ “เข้านอนได้แล้วมั้งพี่ว่า..”
“พี่ไปก่อนเลย สนขอไปหาเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้นอนหลับสบายหน่อย..”
“อย่าเมาล่ะ...” พี่หนึ่งยีหัวฉันอีกรอบ ก่อนที่จะเดินแยกกันไป
...สองเท้าก้าวเข้าไปในรีสอร์ตที่ยังมีการขายอาหารและเครื่องดื่ม ถ้าได้เบียร์สักกระป๋องคงจะนอนหลับสบายดีไม่ใช่น้อย จังหวะที่กำลังก้าวเท้าขึ้นบันไดไปยังร้านขายของ ก็มีแขนของใครบางคนที่ยืนออกมาพร้อมกับกระป๋องเบียร์ มองหน้าจึงได้รู้ว่าเป็นพี่นอตที่ถือเบียร์อีกกระป๋องอยู่
“พี่เลี้ยง... สนใจไหม..”
“......” รับมาโดยไม่ต้องคิดเลย แค่เห็นก็น้ำลายไหล “นี่อีเกิ้งเน่าปล่อยพี่มาได้ไงเนี่ย เดี๋ยวสาวในรีสอร์ตก็ลากพี่ลงน้ำหรอก”
“ปากคอ...” เขานั่งลงข้างฉันตรงพื้นบันได แค่กระป๋องเดียวไม่ต้องนั่งโต๊ะก็ได้ แต่พื้นที่มากมายทำไมต้องนั่งเบียดขนาดนี้ “เดี๋ยวมีคนเดินผ่านไง นั่งใกล้ไม่ได้เหรอ”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่..”ฉันยกเบียร์ขึ้นดื่มต่อไป เมื่อร่างกายได้รับสารที่ต้องการก็ทำให้รู้สึกดีมาก
“ถ้าพี่ท้าให้จูบพี่ จะทำไหม?” ฉันหันไปมองคนพูดที่ไม่ได้สนใจมองมา สิ่งที่พูดหมายความว่าไง “หรือว่ากล้าจูบแต่ไอ้หนึ่ง...”
“จูบพี่หนึ่งสิ่งที่ได้คือความสะใจ แต่จูบพี่เนี่ย...สิ่งที่ได้คืออะไร” ฉันลอยหน้าลอยตา
“ได้วัดใจไง... ว่าไม่อยากมีแฟนจริงรึเปล่า ไอ้ซีบอกว่าไม่อยากมีแฟนไม่ใช่เหรอ”
“......” คืออะไรของเขาวะ มันเป็นการวัดใจตรงไหน แล้วสิ่งที่เขาพูดต้องการอะไร...
++++++++
'วัดใจอย่างนั้นเหรอ'
ฉันหันไปมองหน้าพี่น็อตอย่างมีคำถาม ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ เขาเองก็มีแฟนแล้ว เป็นคนเจ้าชู้เลยคิดจะท้าทายเราด้วยวิธีนี้เหรอ ฉันยกเบียร์อึกสุดท้ายขึ้นดื่มก่อนที่จะโยนมันลงถังขยะไม่ไกล
"... กลับไปจูบอีเกิ้งเถอะ มันคงรอจนตัวสั่น" ฉันคิดว่าควรจะเดินหนี รู้สึกว่าเดาทางผู้ชายคนนี้ไม่ค่อยได้
"... อย่าเครียดดิไม่กล้าก็ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ"
"......." ฉันหันกลับมากับคำว่าไม่กล้าที่เข้าหู แอลกอฮอล์เล็กน้อยที่เข้าสู่ร่างกายทำให้พ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ ".... นี่ ถึงพี่จะอายุมากกว่า แต่การที่ทำอะไรแบบเด็ก ๆ มันก็ไม่ได้น่าเคารพนะ ที่ไม่จูบ... ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ไม่อยากมีปัญหากับอีเกิ้ง รำคาญ...อื้มมมมม"
.... ริมฝีปากของฉันถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากของพี่นอต มันกระทบกันจนตกใจและเจ็บเล็กน้อย มันถูกครอบครองและสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากด้วยพี่นอต มือข้างหนึ่งกระชับท้ายทอยของฉันทางด้านหลัง กดคลึงให้ฉันรับจูบของเขาแต่โดยดี ริมฝีปากดูดดึงพร้อมกับการตวัดลิ้นภายใน ร่างกายที่ไม่เคยถูกชายไหนกระทำแบบนี้มานานมากแล้ว เอนอ่อนเพราะตกใจไปโดยไม่รู้ตัว
“อื้มม..จ๊วฟ...” ฉันเผลอครางออกมาเบา ๆ ทั้งที่ควรจะผลักเขาออก แต่ความช่ำชองที่ทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มและจูบตอบสนองเขาไปเสียอย่างนั้น ร่างกายที่ถูกกระชับให้จูบ กลายเป็นบดเบียดเข้าหาและจูบกันอย่างเร่าร้อน แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายทำให้ฉันมีความกล้า และความบ้าพร้อม ๆ กัน
..หางตาของฉันมองเห็นการนำพา เมื่อร่างกายถูกโอบกอดกระชับพัดพาร่างกายไปชิดกับกำแพงด้านหนึ่ง ในเวลานี้ที่ไม่มีแขกเดินผ่านไปมา กับมุมหนึ่งที่เป็นกำแพง และอีกมุมหนึ่งที่เป็นพุ่มไม้สูงระดับหัว มันดูมิดชิดและมากพอที่จะเกิดกิจกรรมที่เกินเลยกว่าจูบ ไม่ทันที่ความคิดจะได้วิเคราะห์ มือหน้าของชายตัวสูงก็สอดผ่านเข้ามาใต้ชายเสื้อ ฉันพยายามที่จะเอามือไปห้ามเขา แต่ก็โดนจับรั้งมือเอาไว้แน่นพร้อมกับการจูบอย่างหนักหน่วง
“พี่ชอบสนนะ...” พี่นอตพูดในระยะใกล้ มือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้ามาในชายเสื้อ แต่มันโอบกระชับด้านหลังโดยที่ไร้เนื้อผ้าขวางกั้น ตอนนี้ฉันรู้สึกร้อนวาบและงุนงงไปหมด คำบอกรักอย่างนั้นเหรอ มันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“ปล่อย สนไม่ชอบยุ่งกับแฟนเพื่อน...อ๊ะ” ฉันต้องตกใจมากไปกว่าเดิม เมื่อมือของพี่นอตที่อยู่ด้านใน ปลดตะขอเสื้อในของฉันด้วยมือเดียว ก่อนที่เขาจะจูบฉันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาสัมผัสหน้าอกของฉันอย่างเต็มมือ มือที่พยายามผลักดันเขาก็อ่อนแรง ริมฝีปากก็ถูกจูบซ้ำจนหนีไปไหนไม่ได้ ร่างกายใหญ่คาบคร่อมบดเบียดจนไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย
(สน สน.... อยู่ไหนวะ ดึกแล้วทำไมไม่ไปนอน)) เสียงของพี่ซีดังขึ้น มันทำให้การกระทำของพี่นอตหยุดลง กลายเป็นการโอบกอดเราเข้าไปชิดกับพุ่มไม้ ลักษณะพาฉันแอบพี่ซี หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่การกลัวว่าพี่ชายจะเห็น แต่คือการที่ถูกพี่นอตกอดอยู่ในเวลานี้ นี่ฉันกับเขากำลังทำอะไร และทำไมฉันปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาเสียได้
“อะไรวะ..ไอ้น้องคนนี้ ทำไมชอบทำให้เป็นห่วง โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป” พี่ซีบ่นพึมพำก่อนที่จะเดินไปอีกด้าน
“.....” ฉันหมายจะออกจากอ้อมกอดของพี่นอต เพราะเห็นว่าพี่ซีไปแล้ว แต่พี่นอตไม่ยอมปล่อย “พี่บ้าปะเนี่ย ปล่อย.. ไม่งั้นจะโวยวายเรียกพี่ซี”
“เรียกดิ ถ้ากล้า...” กวนตีนอีกละฉันมองหน้าเขาอย่างเอาชนะ ก่อนที่จะมองเป็นวงแขนที่อยู่ใกล้ปาก และตัดสินใจกัดในทันที “โอ้ยยย.. สน...โอ๊ยยยเจ็บ”
“....ถ้าอยากมากนัก ก็ไปกินอีเกิ้งนู่น”
(ผัวะ..) ฉันออกแรงต่อยปากพี่นอตจนเขาล้มไปกับพื้น น่าจะเป็นเพราะเขาไม่ได้ตั้งตัว ศิลปะการต่อสู้ฉันพอมีติดตัว แต่มันก็ไม่ได้เก่งกาจพอที่จะเอาชนะผู้ชายได้ทุกคน หลังจากนั้นฉันก็วิ่งไปห้องของตัวเองทันที ไม่ได้เสียใจหรืออะไร แค่เซ็งมากกว่าที่ไปยุ่งกับแฟนอีเกิ้ง