บทที่ 4 แผนที่ในสมุดขาด ๆ

1442 คำ
“ไอ้แทน วันนี้ข้าจะเข้าเมืองไปซื้อของ เอ็งจะเอาอะไรไหม” วิไลเอ่ยถามแทนไท “เดี๋ยวนะแม่ นี่มันเพิ่งจะตี 5 เองนะ ออกไปแต่เช้ามืดขนาดนี้เลยเหรอ” แทนไทที่กำลังสะลึมสะลือควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมาดูเวลา “เออ ก็ต้องรีบออกแบบนี้แหละ ก็หมู่บ้านเรามันไกลจากในเมืองมากเอ็งก็รู้ ถ้าไม่รีบออกตอนนี้ กว่าจะไปถึง ไหนกว่าจะเลือกซื้อของอีก กว่าเสร็จกลับถึงบ้านก็คงได้มืดค่ำดึกดื่นเอาพอดี หมู่บ้านของแทนไทนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัด โดยปกติแล้วพวกตลาด ร้านค้า อนามัยหรือโรงเรียนก็จะอยู่ที่ตัวอำเภอซึ่งห่างจากหมู่บ้านเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ทว่าก็จะมีบางครั้งที่ชาวบ้านหรือเจ้าของร้านค้าต่าง ๆ จะเข้าไปในตัวเมืองเพื่อซื้อสินค้ามาเติม อย่างน้อย ๆ ก็เดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง และแต่ละครั้งก็มักจะนัดวันและเหมารถไปกันทีละเยอะ ๆ ที่จริงแล้วเส้นทางจากหมู่บ้านของแทนไทที่จะเข้าไปในตัวเมืองเดิมทีก็ไม่ได้ไกลมากขนาดนี้ เพียงแต่ทว่าเส้นทางอีกฝั่งที่ใกล้กว่ามากเป็นพื้นที่เอกชน ที่ดินตรงนั้นมีเจ้าผู้ครอบครองและโฉนดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดินทีที่ตรงนั้นเป็นตึกพาณิชย์และโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ แต่เมื่อเจ้าของเปลี่ยนย้ายที่ตั้งเข้าไปสร้างอยู่ในตัวเมือง สิ่งก่อสร้างตรงนั้นจึงถูกรื้อถอนและทุบทิ้งออกทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนมาเป็นถนนเส้นทางลัดแบบเก็บค่าผ่านทางเพื่อเข้าไปยังตัวเมืองแทน และค่าผ่านทางที่เรียกเก็บก็แพงกว่าค่าทางด่วนในเมืองหลวงซะอีก แถมยังเก็บเป็นรายหัวไปกลับ เพราะแบบนั้นถ้าคนไหนที่ไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าไปในตัวเมืองมากจึงมักจะยอมเลี่ยงอ้อมไปอีกทาง “ถ้าไม่เอาอะไรงั้นข้าไปแล้วนะ รถมาจอดรอที่หน้าบ้านผู้ใหญ่แล้ว เช้านี้เอ็งก็หาอะไรกินเองล่ะ เที่ยง ๆ โน่นแหละข้าถึงจะกลับ” วิไลบอกผู้เป็นลูกชายอีกครั้งแล้วเดินออกจากบ้านไป ด้วยความที่แทนไทยังคงงัวเงียอยู่และยังตื่นไม่เต็มตาเขาจึงหลับต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่งได้ยินเสียงผู้คนที่พูดคุยกันและสียงบรรดาเด็กน้อยที่ตะโกนโหวกเหวกนั้นเขาถึงได้ตื่น เมื่อหุงหากับข้าวกับปลาอย่างง่าย ๆ กินเรียบร้อยแล้วแทนไทก็หยิบกระเป๋าสายพายข้างขึ้นมาแล้วเดินออกจากบ้านไป เป้าหมายของเขาก็คือ โอเลี้ยงเข้ม ๆ หวานมันหอมอร่อยร้านอาโกที่อยู่กลางหมู่บ้าน พวกชาวที่เดินผ่านแทนไทต่างส่งรอยยิ้มให้แล้วทักทายเขา “อ้าวไอ้แทน วันนี้เอ็งตื่นแต่เช้าเลยนะ” “จะไปไหนแต่เช้าล่ะแทน” “เอ็งไม่ได้เข้าไปในเมืองกับแม่เอ็งเรอะ” ซึ่งแทนไทเองก็ตอบคำถามและทักทายกลับไปทุกคน จนกระทั่งเข้าเดินมาถึงร้านอาโก บังเอิญที่นั่นก็ได้เจอวิทยาเข้าพอดี “อ้าวไอ้แทน มากินโอเลี้ยงเหมือนกันเหรอ” วิทยาเมื่อเห็นแทนไทก็ร้องทัก “อาโก ขอโอเลี้ยงเข้ม ๆ แก้วหนึ่งครับ” แทนไทสั่งอาโกที่กำลังยืนชงกาแฟอยู่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งกับวิทยา “มึงไม่ได้เข้าไปในเมืองกับป้าวิไลเหรอวะ” วิทยาถามแทนไทต่อ “ไม่อ่ะ ขี้เกียจ” แทนไทเองก็ตอบเพียงสั้น ๆ เท่านั้น “เออ เป็นกูก็ขี้เกียจไป ไกลฉิบหาย นั่งรถจนตูดบานหมด” “อืม” “ว่าก็ว่าเถอะนะ ถ้าถนนอีกเส้นมันไม่ได้มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางก็ดี จากที่นี่ถ้าผ่านไปเส้นทางนั้นช่วยย่นระยะทางไปได้อีกตั้งครึ่งแน่ะ แถมไอ้เจ้าของยังเรียกเก็บค่าผ่านทางแต่ล่ะรอบซะแพงยับ นี่มันกะขูดเลือดขูดเนื้อกันชัด ๆ เลย” วิทยากำลังพูดถึงเรื่องถนนเส้นหลักอีกฝั่งที่แต่ก่อนนั้นเป็นตึกพาณิชและโรงงาน แต่ตอนนี้ถูกทุบทิ้งจนกลายมาเป็นถนนส่วนบุคคลไปแล้ว “ทำไงได้ล่ะ พื้นที่ตรงนั้นมันเป็นที่ของเขา เขามีสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนพวกเราถ้าไม่อยากเสียค่าผ่านทางก็คงต้องยอมเสียเวลาอ้อมเพื่อไปอีกทางนั่นแหละ” แทนไทพูดตอบออกไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งวิทยาก็รู้ดีว่าที่เพื่อนของเขาพูดนั้นมันถูกต้องทุกอย่าง พวกเขาทั้งสองเลือกที่จะไม่ถกถึงเรื่องนี้ต่อกันอีก เพราะต่างรู้ดีว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าคิดจะแก้ปัญหาเรื่องนี้จริง ๆ ก็คงจำเป็นจะต้องสร้างถนนเชื่อมต่อกับหมู่บ้านสายใหม่ขึ้นมาเลยมั้ง “เดี๋ยวกูไปก่อนนะไอ้แทน พอดีมีธุระที่อำเภอต่อว่ะ” หลังจากดื่ม โอเลี้ยงและพูดคุยกันตามประสาเพื่อนเสร็จวิทยาก็เอ่ยลา แทนไทล้วงหยิบแบงก์ยี่สิบในกระเป๋าเสื้อออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ “อาโก นี่ค่าโอเลี้ยงนะ” สองเท้าก้าวย่ำเดินไปตามทางเรื่อย ๆ พลางสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นสบายที่หาไม่ได้ตามเมืองหลวง เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านแต่มุ่งหน้าไปทางสระบัวที่อยู่ตรงแถวเชิงสะพานข้ามฝากของทั้งสองหมู่บ้าน แถมนั้นมีต้นไม้ใหญ่และมีม้านั่งหินอ่อนไว้ให้นั่งเล่นด้วย เมื่อมาถึงแล้วแทนไทก็นั่งลงแล้วหยิบบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋าสะพายออกมา... มันคือสมุดพกเก่า ๆ ที่มีรอยขาดเล่มเดิมกับดินสอสองบีหนึ่งแท่ง แทนไทหลับตาลงพักหนึ่ง สีหน้าก็คล้ายกับกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จากนั้นเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็เริ่มบรรจงวาดและขีดเขียนบางอย่างลงไปในสมุดเล่นนั้น จากรอยเส้นสีดำหนึ่งรอยค่อย ๆ บรรจงลากจากอีกฝั่งไปยังอีกฝั่ง ข้อนิ้วที่แตกจนด้านจากการหยิบจับทำงานในไซต์ก่อสร้างขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว จะมีบางครั้งที่ชายหนุ่มเหมือนจะหลับตาลงเพื่อนึกอะไรบ้าง จากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็เริ่มขยับข้อมือขีดเขียนลงในสมุดนั้นต่อ ทำแบบนี้วนซ้ำไปมานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งจากเส้นขีดเดียวที่เริ่มวาดลงไปในตอนแรกค่อย ๆ กลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา “เอาล่ะ เสร็จแล้ว” แทนไทเงยหน้าขึ้นแล้วบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อย จากนั้นก็ก้มลงไปมองสำรวจผลงานของตัวเองตรงหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏขึ้นมาที่มุมปาก และสิ่งที่แทนไทนั้นใช้เวลาในการนั่งวาดมาครึ่งค่อนวันก็คือเส้นทางสายใหม่ที่ตัดผ่านผืนป่าเชื่อมหมู่บ้านแห่งนี้ไปยังในตัวเมือง และแน่นอนว่าการคำนวณเส้นทางแผนผังที่เขาวาดขึ้นมาคร่าว ๆ จนมันกลายเป็นรูปเป็นร่างนั้นสามารถใช้ได้จริง แถมยังสะดวกและย่นระยะเวลาในการเดินทางไปได้อีกเป็นสองเท่าตัว เมื่อมองสำรวจมันจนพอใจแล้วแทนไทก็พับเก็บสมุดพกเล่มเก่าลงในกระเป๋า เขานั่งอยู่ตรงนั้นอีกสักพัก ดวงตาคมเข้มทอดมองไปยังสะพานไม้เบื้องหน้า บนนั้นมีทั้งผู้คนและรถจักรยานคันเล็กสัญจรผ่านสวนกันไปมา ใบหน้าต่างก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แทนไทถอนหายใจออกมาอีกครั้งช้า ๆ สิ่งที่เขาวาดมันลงไปในสมุดเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ความคิดเพ้อฝันของเขาเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะอยากทำให้มันเป็นจริงมากขึ้นมามากเท่าไหร่แต่แทนไทก็รู้ว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้ และถึงแม้มันจะเป็นไปได้แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้น คนตัวเล็ก ๆ ที่เพียงแค่ใจและกำลังจากสองมือมันคงไม่เพียงพอ จนกระทั่งตะวันเริ่มขึ้นตรงหัว แทนไทจึงลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปยังบ้านของตัวเอง อีกไม่นานแม่ของเขาก็น่าจะกลับมาแล้ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม