“อ๋อ,ลืมไป นี่เทียนหอมน้องสาวกูหรือเรียกปูลมก็ได้ ปูลมนี่ไอ้ทนงเพื่อนพี่แล้วอย่างมาเตาะน้องน้องกูเข้าใจนะ” ธราทิปกอดคอเพื่อนแล้วห้ามไว้ก่อน
“เอ่อน่า,น้องเพื่อนก็เหมือนน้องกู โอเคมั้ย” ทนงศักดิ์ตอบเพื่อนแม้น้องสาวเพื่อนจะน่ารักแต่เขาก็ไม่ยุ่งกับน้องสาวของเพื่อนเพราะมิตรภาพที่มีมาตั้งแต่เรียนประถมมาด้วยกันจึงรู้ใจกันดี
“ดีมาก เดี๋ยวพี่ไปส่งปูลมแล้วจะไปนั่งรอที่ห้องสมุดกับไอ้ทนง ปูลมสอบเสร็จก็โทรหาพี่นะ” ธราทิปบอกน้องสาวขณะเดินไปส่งที่ตึกสอบซึ่งมีนักเรียนมาสอบกันมากมาย
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่ซี”
“หายใจเข้าลึกๆทำใจให้สบายพี่เชื่อว่าปูลมทำได้แน่เข้าห้องสอบได้แล้ว สู้ๆ..” ธราธิปผลักร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องสอบแล้วชูสองนิ้วให้
“สู้ๆค่ะ” เทียนหอมชูสองนิ้วแล้วเดินเข้าห้องสอบซี่งมีเวลาให้สองชั่วโมงจึงทำให้เด็กสาวตั้งใจสอบจนกระทั่งสอบเสร็จก็ออกจากห้องสอบแล้วโทรหาธนาทิป
ทั้งสองก็พากันไปเดินเล่นที่ห้างหรูกลางเมืองซึ่งเทียนหอมปฎิเสธธนาทิปไม่ได้จำต้องเดินตามเขาต้อยๆทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียน
“กลับกันเถอะค่ะพี่ซี ปูว่าจะกลับบ้านวันนี้เลยค่ะ” เทียนหอมบอกพี่ชายสุดหล่อที่พาเธอมาเดินเล่นดูวิถีชีวิตคนเมืองหลวงว่าเป็นยังไงซึ่งแตกต่างที่บ้านของเธอมากที่จริงพรุ่งนี้คุณลุงนาวิกจะไปส่งแต่เด็กสาวเกรงใจ
“จะรีบกลับทำไมล่ะ เอ้ะ อาทิตย์นี้พี่ไม่มีเรียนงั้นพี่ไปส่งปูลมดีกว่าจะได้ไปหาคุณย่าด้วย งั้นไปกันเถอะ” ธนาทิปมาคิดดูแล้วว่าเขาไม่มีเรียนยาวจนถึงวันศุกร์จึงคิดว่าไปนอนเล่นที่สัตหีบสักสองสามคืนน่าจะดี
“ไปจริงเหรอคะ”
“จริงสิเร็วเข้า” ธนาทิปก็ลากแขนน้องสาวไปที่รถแล้วขับกลับบ้านเพื่อจะเดินทางไปส่งเทียนหอมที่สัตหีบซึ่งแม่ของเขาก็ห้ามไม่ได้เพราะลูกชายคนเล็กรั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุไม่เหมือนลูกชายคนโตที่จะฟังเงียบๆ
ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
“ติ่งต่องๆๆๆ..”
“ฮืม ใครมาแต่เช้าวะ” เสียงห้าวพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนเวลานอนในตอนเช้าก่อนจะลุกขึ้นงัวเงียไปเปิดประตูห้อง
“นี่ของยู” สาวฝรั่งหน้าสวยยื่นตะกร้ามาให้เขา
“อะไรอ่ะ” ธามไทมองหน้าเลนนี่สาวฝรั่งอดีตคู่ควงเมื่อปีก่อนที่เลิกกันไปแล้วเธอก็หายหน้าไปไม่เจออีกเลยแล้วมองตะกร้าใบใหญ่ตรงหน้าเห็นเด็กตัวน้อยนอนหลับอยู่ในนั้น
“ลูกของยูไงล่ะ”
“ห๊า,ตลกแล้วเลนนี่ ไอไม่ขำนะ” ธามไทตื่นเต็มตาตั้งแต่เห็นเด็กน้อยในตะกร้าแล้วชายหนุ่มไม่เชื่อว่าจะเป็นลูกของเขา
“ไอก็ไม่ขำนะไท นี่ลูกยูจริงๆเข้าไปคุยกันในห้องเถอะไอหนักนะ” เลนนี่บอกอดีตคู่ควงหนุ่มหล่อที่มีความสัมพันธ์กันโดยไม่ป้องกันตอนงานเลี้ยงวันเกิดลุคส์เธอคิดว่าจะกินยาคุมฉุกเฉินแต่ทำไปทำมาก็ลืมแล้วท้องทำให้เลิกกับแฟนใหม่และเธอใจดำไม่พอที่จะเอาเด็กออกทำให้เจ้าเด็กน้อยในตะกร้านี่ได้ลืมตาดูโลกและเธอหมั่นใจว่าเป็นลูกของธามไท
“ลูกไอจริงเหรอเลนนี่ ไม่อยากเชื่อเลยยูหายไปตั้งนานแล้วจู่ๆหิ้วไอ้ตะกร้านี่มาแล้วบอกว่าเป็นลูกไอใครเชื่อแม่งมันไม่โง่ก็บ้าแล้วล่ะ” ธามไทยื่นมือไปรับตะกร้ามาช่วยถือแล้วปิดประตูเดินเข้ามาในห้องวางตะกร้าลงบนโต้ะอย่างเบามือเพราะกลัวเด็กน้อยตื่น
“ยูไม่เชื่อก็ไปตรวจดีเอนเอก็ได้ จำคืนปาร์ตี้วันเกิดของลุคส์ได้มั้ยคืนนั่นแหละที่ทำให้เด็กน้อยนี่เกิดมาและไอก็ไม่เลวพอที่จะเอาเขาออกแต่ไอก็ไม่อยากเลี้ยงเขาก็คิดว่ายูน่าจะดูแลเด็กนี่ได้ก็เลยยอมอุ้มท้องจนคลอดแล้วเอามาให้ยูนี่แหละ” เลนนี่บอกหนุ่มหล่อตรงหน้าขนาดตื่นนอนใหม่ก็ยังเซ็กซี่ซึ่งเธอรู้ดีว่าลีลารักของเขาร้อนแรงแค่ไหนแต่เธออยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้
“ไหนว่ายูกินยาคุมฉุกเฉินไงเลนนี่ ให้ตายสิมันต้องไม่ใช่แบบนี้” ธามไทมองเลนนี่เขม็งอยากให้เธอหายวับไปกับตาแต่เธอยังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา
“ไอลืมไงไทถึงได้เป็นแบบนี้น่ะ แต่ไอไม่ได้อยากมาอยู่กับยูนะไอต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้เด็กนี่เป็นลูกยูก็เลี้ยงเขาเองละกันไอไม่ยุ่งด้วยหรอก” เลนนี่พูดเหมือนกับว่าไม่ได้อุ้มท้องลูกคลอดออกมาอย่างนั้นแหละ
“เดี๋ยวนะเลนนี่ ยูจะมาพูดๆแล้วทิ้งเด็กนี่ไว้ให้ไอไม่ได้นะ” ธามไทก็ชักไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าที่เลนนี่พูดจริงแค่ไหน
“แล้วจะเอายังไงล่ะ ถ้ายูไม่เลี้ยงไอจะเอาไปไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กนะเพราะไอก็ไม่เลี้ยงเหมือนกันไม่มีทางที่ไอจะเอาชีวิตมาทิ้งกับเด็กนี่แค่ยอมอุ้มท้องมาให้ยูก็ดีแค่ไหนแล้ว” เลนนี่พูดตรงๆเพราะเธอก็ไม่อยากทำร้ายเด็กและเธอไม่พร้อมจะเลี้ยงลูกตอนนี้เธอกำลังจะเดินตามความฝันของตัวเองและจะไม่ยอมพลาดอีกหลังจากคลอดลูกแล้วเธอก็ทำหมันเลยเพราะกลัวพลาดเหมือนครั้งนี้อีก
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ โธ่เว้ย” ชายหนุ่มถึงกับกุมขมับที่จู่ก็มีผู้หญิงหิ้วตะกร้ามาให้แล้วบอกว่าเด็กน้อยในตะกร้าเป็นลูกของเขา
“ถ้ายูไม่เชื่อก็ตรวจดีเอ็นเอสิไท” เลนนี่เสนอเพราะมันเป็นทางเดียวที่ธามไทจะรับเด็กนี่เป็นลูกไม่งั้นเธอคงต้องเอาเขาไปไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ของเธอก็ไม่รู้ว่าเธอท้อง
“มันเรื่องจริงใช่มัยเนี่ย กูอยากจะบ้า” ธามไทมองเด็กน้อยในตะกร้าที่คงคลอดได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หรือสองอาทิตย์น่าจะได้ “แน่นอนอยู่แล้ว ไอต้องตรวจดีเอ็นเอถ้าไม่ใช่ลูกไอก็ไม่รับหรอก” ใครจะโง่เลี้ยงลูกคนอื่นวะยังไงเขาก็มีปัญญาทำเองและไม่รู้ว่าในตะกร้านี่จะใช่ฝีมือของเขาจริงหรือเปล่า
“งั้นไปอาบน้ำสิจะได้ไปกันเลย”
“ยูอย่าเล่นตลกนะเลนนี่ ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่” ธามไทคาดโทษสาวฝรั่งหากเขาไปอาบน้ำแล้วเลนนี่ทิ้งเด็กไว้เขาก็ซวยสิ
“ไมหรอกไท ไออยากแน่ใจว่าเด็กนี่ได้อยู่กับพ่อหากยูไม่เลี้ยงไอจะเอาไปให้สถานเลี้ยงเด็กยังไงไอก็ไม่เลี้ยงเด็ดขาด”
“งั้นรอแป๊บนะ แล้วระหว่างที่รออย่าคิดหนี” ธามไทพูดจบก็โทรหาเพื่อนทั้งสองซึ่งอนันดาพักอยู่อพาร์ทเมนท์ของญาติไม่ไกลจากเพนท์เฮ้าส์ของลุคส์จึงบอกเพื่อนทั้งสองให้มาหาเขาเร็วที่สุด
หลังจากนั้นธามไทก็พาเลนนี่และเด็กน้อยไปตรวจดีเอ็นเอและรอฟังผลเร็วสุดสองวันระหว่างที่รอเขาก็ให้เลนนี่พักอยู่ที่ห้องแล้วให้บอดี้การ์ดของลุคส์มาเฝ้าไว้กลัวว่าสาวฝรั่งจะทิ้งลูกของเธอไว้ให้เขาเลี้ยงสุดท้ายแจ็คพอตแตกที่เขาจริง ธามไท เลนนี่และเด็กน้อยเป็นพ่อแม่เด็กจริง ชายหนุ่มก็ให้พ่อของลุคส์ช่วยทำเขามีสิทธิ์ในตัวลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิ์ชอบธรรมในตัวของลูกชายคนเดียวโดยที่แม่เซ็นยินยอมยกให้และจะไม่เรียกร้องอะไรซึ่งเขาได้ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่และทนายความหลังจากจบเรื่องเลนนี่ก็หายตัวไปทันที
เวลาผ่านไปสี่ปีกว่า
ตึกสูงสี่สิบชั้นย่านธุรกิจกลางเมืองนิวยอร์กราคาแพงลิบมีตั้งแต่ขนาดหนึ่งห้องนอนสองห้องนอนและเป็นเพนท์เฮาส์สุดหรูซึ่งเจ้าของตึกเป็นถึงทายาทสายการบินระดับประเทศที่มีทั้งแบ่งเช่าและขายไปซึ่งเจ้าของอยู่ชั้นสามสิบเก้าถึงสี่สิบเป็นเพนท์เฮาส์สุดหรูที่มีตั้งแต่ชั้นยี่สิบขึ้นไป ชั้นใต้ดินถึงชั้นห้าเป็นที่จอดรถชั้นหกชั้นเจ็ดเป็นร้านอาหารหรูระดับมิชลีนชั้นแปดถึงสิบเป็นฟิตเนส สระว่ายน้ำและคลับหรูสำหรับชนชั้นสูงและชั้นสิบเอ็ดถึงถึงสิบเก้าก็เป็นห้องพักระดับไฮคลาสราคาแพงจึงมีแต่เศรษฐีมาซื้อทิ้งไว้พักและให้ลูกหลานแล้วเพนท์เฮ้าส์ชั้นยี่สิบห้าก็มีเจ้าของเป็นชายหนุ่มชาวไทยที่มาเรียนต่อที่นี่และรู้จักผู้เป็นเจ้าของตึกเรียนด้วยกันจนสนิทกันถึงได้รู้ว่าเพื่อนเป็นเจ้าของตึกสูงแห่งนี้และยังเป็นทายาทสายการบินชื่อดัง
“ยูต้องกินข้าวก่อนนะเทรย์ไม่งั้นคืนนี้แด๊ดจะไม่ให้เล่นเกมส์” เสียงถกเถียงกันระหว่างพ่อลูกดังอยู่ในห้องอาหารเพราะเด็กน้อยไม่ยอมกินอาหารตรงหน้า
“เทรย์ไม่ชอบกินไอ้นี่มันแหวะ เทรยอยากกินไข่เหลือง” เด็กชาย เทรย์ แสงไท มองสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่ยอม
ธามไท แสงไท วัย26ปีมองลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่ได้สีผมจากแม่แต่ใบหน้าตาคิ้วคางสีผิวได้เขาเขาไปหมดชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นพ่อที่ดีได้เพราะยังอยู่ในวัยเรียนแต่เมื่อพลาดไปแล้วเขาก็ยอมรับในเมื่อแม่ของลูกไม่พร้อมจะเลี้ยงดูและหายเข้ากลีบเมฆจนตอนนี้ก็สี่ปีแล้วเขายังไม่เจอเลนนี่เลยแต่มันก็ดีแล้วเพราะเขาไม่ได้อยากเจอเลนนี่ ตอนนี้เขากับลูกชายสบายดีและจะกลับเมืองไทยเดือนหน้าซึ่งที่บ้านไม่มีใครรู้ว่าเขามีลูก
“คืนนี้เทรย์ต้องกินโจ๊กก่อนแล้วพรุ่งนี้แด๊ดจะทำไข่เหลืองให้กินโอเคมั้ย” คุณพ่อสุดหล่อหลอกล่อลูกชายซึ่งนับวันเทรย์เหมือนเขาเข้าไปทุกทีหากไม่ชอบใจอะไรก็จะนิ่งเงียบและชอบกินไข่เจียวที่สุด
“ก็ได้ แด๊ดดี้ทำอันใหญ่ๆเลยนะ” เทรย์ยิ้มออกตอบพ่อ
ธามไทก็ลืมไปว่าไข่หมดไม่ได้ฝากพี่เลี้ยงของลูกไปซื้อซึ่งบางครั้งเขาต้องพึ่งป้ามอลลี่ภรรยาบอดี้การ์ดของลุคส์มาช่วยเลี้ยงลูกในขณะที่เขาไปเรียนส่วนกลางคืนเขาเลี้ยงเองจนมาถึงตอนนี้ก็สี่ปีกว่าแล้ว
“ตกลงครับลูกชาย”
“ที่บ้านแด๊ดดี้มีคนเยอะมั้ยครับ” เด็กน้อยถามพ่อที่บอกว่าจะพาเขากลับบ้านที่อยู่ไกลมากต้องนั่งเครื่องบินจนตูดด้านเลย
“เยอะสิลูก บ้านของแด๊ดดี้มีคุณปู่คุณย่าลุงป้าน้าอาเยอะแยะเลย แล้วเทรย์ต้องพูดเพราะๆด้วยจะได้มีคนรักเยอะรู้มั้ยครับ” คุณพ่อสุดหล่อสอนลูกชายคนอื่นเขาไม่ห่วงกลัวแต่แม่จะไม่ยอมรับเพราะท่านถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่างและขอเขาไว้ว่าอย่ามีเมียฝรั่งซึ่งเขาก็ไม่มีเมียฝรั่งตามที่ท่านขอ เขาแค่มีลูกชายคนเดียวเท่านั้นแต่ไม่ได้หนักใจ
“ครับแด๊ดดี้” เทรย์เลอร์พูภาษาไทยชัดพอๆกับพูดภาษาอังกฤษไฟแลบเหมือนพ่อทั้งที่อายุแค่สี่ขวบกว่าแต่เด็กน้อยฉลาดหลักแหลมมากทีเดียวและยังเข้าโรงเรียนตั้งแต่สองขวบครึ่งตอนนี้อาบน้ำแต่งตัวเองได้แล้ว
“เทรย์จำที่แด๊ดพูดได้มั้ยลูก ถึงเทรย์จะไม่มีแม่แต่แด๊ดก็รักเทรย์มากที่สุดในโลก” ตอนนั้นเขาอยู่ในวัยรุ่นและมีแต่เพื่อนฝรั่งส่วนคนไทยก็มีแค่อนันดาหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกาส่วนวริทกับราเมนทร์เรียนที่อังกฤษและมีเพื่อนสนิทอีกคนคือลุคส์
“เทรย์ก็รักแด๊ดดี้ที่สุดในจักรวาลครับ” เด็กน้อยไม่ยอมแพ้พ่อทั้งสองสนิทกันมากแต่ก็มีบ้างที่เทรย์ดื้อทำให้เขาโมโหชายหนุ่มก็เลือกเดินหนีไปสงบอารมณ์ก่อนแล้วกลับมาคุยกับลูกด้วยเหตุผลและตอนนี้เทรย์โตขึ้นเข้าใจในสิ่งที่พ่อสอนและป้ามอลลี่สอนจึงทำให้พ่อลูกเข้าใจกันและบางครั้งธามไทต้องไปปาร์ตี้กับเพื่อนบ้างก็จะฝากลูกชายกับมอลลี่และให้เงินพิเศษซึ่งมอลลี่ก็รับบ้างไม่รับบ้างบอกว่าเลี้ยงเทรย์เหมือนหลานชายไปแล้วหากกลับไปอยู่เมืองไทยเธอคงคิดถึงแย่
“คืนนี้แด๊ดดี้กลับดึกมั้ยครับ” เทรย์ถามพ่อหน้าละห้อยเขาอยากนอนกับพ่อแต่นอนกับป้ามอลลี่ก็ได้
“ไม่ดึกมั้ง แต่พรุ่งนี้เช้าเทรย์ตื่นมาเจอแด๊ดแน่นอน” คนเป็นพ่อบอกลูกชายเพราะคืนนี้เขาต้องไปงานปาร์ตี้วันเกิดของผู้จัดการที่เขาทำงานด้วยและตอนนี้ลาออกเรียบร้อยแล้วเพื่อเตรียมตัวกลับเมืองไทยจึงนัดลุคส์กับอนันดาไปด้วย
“ทุกทีเลย ถ้ามีม่ามี้อยู่ด้วยก็คงดี เอ่อ เทรย์ขอโทษครับแด๊ดดี้”
“ไม่เป็นไรลูก เทรย์ไม่ต้องขอโทษแด๊ดหรอก ม่ามี้เขาอยู่บนสวรรค์แล้วแต่เราก็อยู่สองคนพ่อลูกได้นี่นาจริงมั้ย” ธามไทเลือกบอกลุกว่าแม่ของเทรย์นั้นอยู่บนสวรรค์เพื่อที่ลูกชายจะได้เข้าใจง่ายและจะได้ไม่ถามถึงแม่แต่ก็มีบ้างนานๆครั้ง
“จริงครับแด๊ดดี้” เด็กน้อยยิ้มออกเมื่อพ่อไม่โกรธก่อนจะกินโจ๊กจนหมดชามแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะไปแปรงฟัน
ธามไทเก็บชามไปล้างแล้วเดินไปดูลูกชายที่เดินไปเล่นเกมส์แล้วชายหนุ่มก็เข้าไปแต่งตัวและรอมอลลี่ที่กลับบ้านไปอาบน้ำมานอนเป็นเพื่อนลูกชายซึ่งบ้านของมอลลี่อยู่ชั้นยี่สิบนี่เองซึ่งทั้งชั้นเป็นที่อยู่ของบอร์ดี้การ์ดของลุคส์
“ฝากตัวแสบด้วยนะครับป้ามอลลี่”
“ค่ะคุณไท เที่ยวให้สนุกนะคะ” มอลลี่ยิ้มให้หนุ่มไทยเพื่อนของเจ้านายสามีที่ขอเธอช่วยเลี้ยงดูลูกชายของเขามาตั้งแต่แบเบาะจนตอนนี้สี่ขวบกว่าแล้วก็รักเหมือนหลานเพราะลูกๆของเธอเธอก็โตมีครอบครัวกันแล้วแต่ทำงานคนละรัฐจึงไม่ได้เจอกันบ่อยนอกจากเทศกาลหรือฮอลิเดย์เท่านั้น
“แด๊ดดี้สัญญาแล้วนะว่าเทรย์ตื่นมาจะเจอแด๊ดดี้” ลูกชายทวงสัญญาจากพ่ออีกครั้ง
“ครับลูกชายสุดที่รัก จุ๊บ ไปนอนได้แล้ว กู้ดไนท์ลูกรัก” ธามไทหอมแก้มลูกชายก่อนจะเดินออกจากเพนท์เฮ้าส์ที่เขาอาศัยมาตลอดสี่ปีตั้งแต่เทรย์มาอยู่ด้วยและยังจ่ายเพื่อนไม่หมดเลยทั้งที่เขาเอาเงินปันผลในบัญชีที่เมืองไทยมาจ่ายได้สบายมากแต่เขาอยากซื้อเพนท์เฮ้านี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและเพื่อนก็ลดราคาให้เยอะแล้วยังบอกว่าไม่เอาเงินที่เหลือแล้วยกให้หลานแต่เขาไม่ยอมอย่างน้อยให้เขาได้ภูมิใจว่าซื้อเพนท์เฮ้าส์ห้องนี้ให้ลูกชายสุดที่รักลุคส์จึงยอม
ธามไทเป็นหนุ่มไทยหน้าคมผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่หุ่นดีกล้ามเป็นมัดๆเพราะออกกำลังกายชายหนุ่มเป็นลูกผสมพ่อของเขามีเชื้อจีนแม่ของเขาก็มีชาติมีตระกูลเป็นลูกหลานผู้ดีเก่าฐานะร่ำรวยไม่แพ้พ่อของเขา แต่ชายหนุ่มก็ทำตัวปกติไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนลูกเศรษฐีที่มีรถหรูขับเรียนทั้งที่มาเรียนไม่กี่ปีเขาก็ยังใช้รถมือสองที่ซื้อต่อจากพ่อบ้านของลุคส์เป็นรถเอสยูวีที่เหมาะสำหรับมีเด็กไปไหนมาไหนได้สะดวก ตอนที่เขายังไม่มีเทรย์เขาก็ใช้จักยานเพราะพักอยู่ในอพาร์ทเมนท์ในมหาลัยพอเลนนี่หิ้วตะกร้าใบใหญ่มีเทรย์นอนอยู่มายื่นให้เขาชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปทันทียังดีที่มีเพื่อนทั้งสองอยู่ข้างๆคอยช่วยเหลือจนนเขาผ่านมาได้หากกลับเมืองไทยพ่อแม่พี่น้องของเขาทุกคนคงตกใจที่เห็นเทรย์
“เฮ้ไท” ลุคส์โบกมือให้เพื่อนว่าเขาอยู่ตรงนี้
“หวัดดีลุคส์ อนัน” ธามไททักเพื่อนทั้งสองแล้วมองหาผู้จัดการกับเพื่อนร่วมงานที่มาจัดปาร์ตี้วันเกิดที่นี่
“นั่งก่อนมั้ยล่ะ” อนันดาถามเพื่อนที่มองหาเจ้าของปาร์ตี้คืนนี้เจอแล้ว
“ขอเอาของขวัญไปให้ผู้จัดการก่อนนะ”
“ตามสบายเพื่อน” ลุคส์มองตามเพื่อนก่อนจะมองสาวสวยเซ็กซี่กลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาในคลับหรูซึ่งพวกเธอเป็นชาวเอเชียแน่แต่ชาติไหนเท่านั้นแหละ
“แจ่มๆทั้งนั้นเลยว่ะลุคส์” อนันดามองสาวสวยทั้งห้าคนแล้วยกมือลูบปากดูเหมือนว่าพวกเธอก็สนใจเขากับเพื่อนเหมือนกัน
“งั้นไปชนแก้วเลยมั้ยล่ะ” สองหนุ่มลุกขึ้นทันทีเดินตรงไปหากลุ่มดาราสาวที่กำลังจะสั่งเครื่องดื่ม
“ขออนุญาตให้ผมกับเพื่อนเลี้ยงเครื่องดื่มได้มั้ยครับคุณผู้หญิง” อนันดาถามสาวสวยทั้งห้าเป็นภาษาอังกฤษซึ่งหน้าตาของเขาก็ฝรั่ง
“ว่าไงพวกแก ฮีบอกจะเลี้ยงเหล้าพวกเราน่ะ” ซอนย่านางแบบสาวชื่อดังขอความเห็นเพื่อนๆ
“ก็ไม่น่าจะมีปัญหาจริงมั้ยพวกแก” สมาพรตอบเพื่อนแล้วหัวเราคิกคักก็หนุ่มฝรั่งทั้งสองหล่อแซ่บมาก
“ขอโทษครับ พวกคุณเป็นคนไทยเหรอครับ” อนันดาได้ยินสาวๆพูดภาษาแม่ก็ถามทันที
“อ้าว.คุณพูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอคะ” มินตราถามหนุ่มฝรั่งรูปหล่อพูดไทยชัดแจ๋วตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อหู
“ครับ ผมอนันดาเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกา นี่ลุคส์เพื่อนผมครับ” อนันดาแนะนำตัวเองแล้วยื่นมือไปจับมือกับห้าสาว
“วินดี้ค่ะ”
“มินนี่ค่ะ”
“ไวท์ค่ะ”
“ซอนย่าค่ะ”
“มิลค์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” รัชนกยื่นมือไปจับมือกับสองหนุ่มคนสุดท้าย
“ยินดีที่ได้รู้จักกับสาวสวยทุกคนครับ” ลุคส์ไม่ยอมพูดภาษาไทยซึ่งเขาก็พอพูดได้แต่สู้หลานชายไม่ได้ที่พูดคล่องกว่า
“ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วผมว่าเชิญที่โต้ะของผมดีกว่าครับ มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองมิตรภาพที่เราได้รู้จักกันครับ” อนันดาพูดจบสาวๆก็เห็นด้วยยังไงคืนนี้พวกเธอก็ไม่ต้องเสียเงินดื่มกินได้เต็มที่เพราะมีหนุ่มมาเลี้ยงซึ่งคลับหรูระดับนี้ต้องรวยจริงถึงเข้ามาได้เท่าที่รู้วิสกี้หรือไวน์และเครื่องดื่มทั้งหลายแก้วหนึ่งตกอยู่สี่พันบาทไทยเป็นเรทต่ำสุดที่พวกเธอเข้ามาก็หวังว่าจะเจอพวกมหาเศรษฐีกันที่นี่บ้างถึงได้มาดื่มกันที่นี่
จากนั้นทุกคนก็ดื่มไปคุยกันไปถึงรู้ว่าอนันดามาเรียนต่อส่วนลุคส์ก็เป็นหนุ่มนิวยอร์กและพวกเขาจบปริญญาโทกันแล้วตอนนี้ก็ทำงานที่บริาัทสายการบินระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก
“โห คุณลุคส์กับคุณอนันโชคดีจังเลยได้ทำงานกับสายการบินระดับโลก” ซอนย่าได้ยินชื่อสายการบินดังก็คิดว่าสองหนุ่มนี่เงินเดือนคงไม่น้อยถึงมาดื่มคลับหรูได้และเธอก็ชอบลุคส์
“ครับโชคดีมากเลย เดี๋ยวเพื่อนผมจะมาอีกคนนะพอดีเขาไปทักทายเพื่อนร่วมงานอยู่” อนันดาพูดยิ้มๆจะไม่โชคดียังไงล่ะก็เพื่อนของเขาเป็นทายาทสายการบินและเขาก็ทำงานด้วยฝีมือไม่ได้ใช้เส้น
“เป็นคนไทยหรืออเมริกันคะ”
“คนไทยครับ คนนี้ไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็น” ลุคส์ตอบสาวๆแล้วนั่งดื่มกันคุยกันเรื่องเที่ยวแต่ไม่มีใครเปิดเผยตัวตนเพราะคิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกจนกระทั่งธามไทเดินมาหาเพื่อน
“นี่นายไทเพื่อนผมครับ ไทนี่ ซอนย่า ไวท์ ดีดี้ ปราย มิลค์ พวกเธอเป็นคนไทยมาเที่ยวนิวยอร์กน่ะ” อนันดาแนะนำเพื่อนให้รู้จักกับสาวสวยทั้งห้าคน
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” สาวๆยื่นมือไปจับทักทายหนุ่มหล่อชื่อธามไทซึ่งรัชนกจับมือคนสุดท้ายก็บีบเบาๆมองสบตาชายหนุ่มอย่างท้าทาย
จากนั้นทุกคนก็ดื่มต่อและสานสัมพันธ์กันจนกระทั่งไปส่งถึงโรงแรมซึ่งธามไทก็คิดว่าไม่เสียหลายในเมื่อสาวสวยอ่อยเสียขนาดนี้จะไม่ไปก็กระไรอยู่
“ไหวมั้ยครับมิลค์”
“ไม่ไหวคะ ไทไปส่งมิลค์ที่ห้องหน่อยนะคะ” หญิงสาวพูดอ้อแอ้อ้อนชายหนุ่มให้ไปส่งไม่ต่างจากเพื่อนของเธออีกสองคนที่ลุคส์กับอนันดาก็ไปส่งถึงห้องเช่นกัน
“มันจะดีเหรอครับมิลค์”
“ดีสิคะ หรือว่าไทรังเกียจมิลค์ รู้มั้ยคะมิลค์เป็นดาราดังนะคะ” รัชนกบอกชายหนุ่มที่ยังมีท่าทีเฉยเมย
“งั้นคุณก็ต้องยิ่งระวังตัวสิครับ” ชายหนุ่มบอกดาราสาวหากเป็นข่าวมันไม่น่าจะดีสำหรับเขาไม่เดือดร้อน
“ที่นี่อเมริกาไม่ใช่เมืองไทยค่ะ จะไปส่งมิลค์ได้หรือยังคะ” ดาราสาวคนสวยถามหนุ่มหล่อเธออ่อยขนาดนี้แล้วยังเล่นตัวอีก
“ตกลงครับ” ธามไทก็ประคองสาวสวยเดินตรงไปที่ลิฟต์เพื่อไปส่งที่ห้องพักชั้นสิบซึ่งเพื่อนของเขาทั้งสองก็พาเพื่อนๆของเธอไปรอในลิฟต์
เมื่อลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นสิบก็เปิดออกสามหนุ่มก็ไปส่งสามสาวที่ห้องส่วนเพื่อนอีกสองคนขอนั่งดื่มต่อที่คลับของโรงแรมเพื่อตกหนุ่มฝรั่งไม่ได้ซึ่งพวกเธอไม่สนใจเรื่องนี้เพราะแฟนที่คบกันมาก็ได้เสียเป็นผัวเมียกันทุกคน
"เจอกันพรุ่งนี้เพื่อน” ธามไทบอกเพื่อนทั้งสองก่อนจะไปส่งสาวสวยที่กอดแขนเขาดันหน้าอกหน้าใจถูๆไถๆแขนเขา
“โอเค/เคร..”