CHAOTIC LOVE : 25

1389 คำ
[Part Peerakan] 00:45 น. ผมปล่อยมือจากเมาส์พลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หลังจากที่เคลียร์งานเสร็จ ปิดเปลือกตาสนิทนานนับนาทีเพื่อพักจากการจ้องหน้าจอต่อเนื่องหลายชั่วโมง ก่อนจะลืมตาขึ้นสำรวจรอบๆ บ้านที่ผมหวงแทบเป็นแทบตาย แม้แต่เพื่อนรักอย่างไอ้พวกเวรนั่นยังไม่เคยผ่านรั้วเข้ามา แล้วอยู่ๆ ผมก็เปิดประตูต้อนรับยัยหมาน้อยนี่ซะงั้น ถึงจะบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยก็เหอะ ถ้าผมไม่อนุญาต ดื้อแค่ไหนผมก็จับโยนออกไปได้ทั้งนั้น เสียงคุยกันเจี๊ยวจ๊าวภาษาเกาหลีดังแว่วอย่างต่อเนื่องและชัดเจนขึ้นเมื่อลงมาถึงกลางบันได ฝีเท้าชะลอลงเล็กน้อยในตอนที่เห็นว่าดาราเกาหลีในจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่กำลังห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งแต่ปราศจากคนดู หึ…ให้มันได้อย่างงี้ ผมก้มลงค่อยๆ หยิบรีโมทในฝ่ามือของคนไร้สติเพื่อกดปิดทีวีแขวนบนผนัง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เอื้อมมือจะดึงผ้านวมที่ถูกพับไว้อย่างดีด้านบน แต่ชะงักไปชั่วขณะ มีความลังเลเกิดขึ้น สุดท้ายผมเลือกที่จะปิดประตูไว้เหมือนเดิมและเดินกลับมาตัวเปล่า ด้วยเหตุผลที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะปล่อยให้เธอนอนตรงนี้จริงๆ เหรอวะ… และคำตอบมันอยู่ในการกระทำทั้งหมด ผมช้อนร่างบางขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนอย่างเบามือ “หลับสนิทอะไรขนาดนี้วะ…หึ” เสียงพึมพำดังขึ้นพร้อมยกยิ้มมุมปาก กระชับแขนแน่นขึ้นเพื่อให้อยู่ในท่าที่ถนัดก่อนจะก้าวเดินขึ้นบันไดไปด้านบน แน่นอนว่าจุดหมายปลายคือเตียงที่สุดจะหวงแหน เพราะบ้านหลังนี้ไม่มีห้องแยก ไม่มีห้องรับแขก และไม่เคยเปิดรับใคร จนกระทั่ง…ต้องมาเปิดบ้านต้อนรับยัยหมาน้อยที่โคตรดื้อในอ้อมแขนผม “อื้อ…” ผมหยุดชะงักในตอนที่บรรจงวางร่างบางลงบนเตียงแต่ดันมีเสียงครางท้วงจากการถูกรบกวนหลุดออกมา ก่อนที่เธอจะพลิกตะแคงมาหาผมและนิ่งสนิทในเวลาต่อมา ในตอนนั้นเองที่ผมลดตัวลงนั่งหย่องข้างเตียงโดยแขนข้างหนึ่งยังทำหน้าที่แทนหมอนสำหรับรองหัวคนไร้สติ ผ้านวมถูกดึงขึ้นปิดร่างกายทั้งหมดของเธอ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่หล่นมาปรกหน้าขึ้นทัดหู เครื่องหมายคำถามมากมายถูกโยนเข้าสู่การประมวลผล แต่เชื่อไหม…ผมหาคำตอบไม่ได้สักข้อ ในสถานการณ์แบบนั้นผมยังเลือกที่จะรักษาความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้ ทั้งที่ผมไม่จำเป็นต้องแคร์ก็ได้ หรืออีกอย่างคือผมไม่เอากับคนที่รู้จักอยู่แล้ว เพราะงั้นเธอเลยไม่อยู่ในตัวเลือก แต่ความรู้สึกมันไม่ได้บอกแบบนั้น… ไม่ใช่ผมไม่เลือกเธอ ผมเลือกเธอแล้ว ถ้าไม่ติดว่า…เธอไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ ช่วงเวลานี้เราอาจจะยังไม่ได้นอนกันเลยด้วยซ้ำ และกลายเป็นว่าผมไม่อยากสร้างความทรงจำไม่ดีให้เธอในครั้งแรก อีกข้อคือผมไม่อยากรับผิดชอบ ความเป็นไปได้ในข้อนี้มีสูงสุด มันประดังเข้ามาด้วยหลายเหตุผล จนผมไม่รู้ว่าอันไหนเป็นเหตุผลที่แท้จริง อันไหนเป็นข้ออ้าง ผมยังคิดไปไกลจนมีคำพูดของริสาดังก้องขึ้นมา ‘คุณเป็นมัจจุราช’ ซึ่งมันจริงอย่างที่เธอพูด ผมอาจจะถูกสาปมาให้เกิดและตายไปอย่างโดดเดี่ยว...ก็เป็นได้ สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือผู้หญิงคนนี้ทำให้มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าผมแบบไม่รู้ตัว หรือแม้กระทั่งเธอหลับสนิทอยู่ตอนนี้ ผมก็ยังยกยิ้มพร้อมกับกดปลายนิ้วชี้ลงบนแก้มซาลาเปานุ่มนิ่มเบาๆ ทั้งที่เธอไม่ได้มีจุดเด่นหรือสิ่งดึงดูดอะไรเลย แต่ทำไมผมถึงเปิดโอกาสให้เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิต ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้คิดบ้าอะไรอยู่… ความพิเศษอย่างเดียวที่ผมสัมผัสได้ คือเธอซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง ต่อมาลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอย่างสม่ำเสมอบริเวณปลายจมูกเป็นสิ่งที่กระชากสติผมกลับเข้าร่าง ก่อนจะหยุดนิ่ง ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก กะพริบตาถี่ปรับโฟกัสให้ภาพตรงหน้าชัดขึ้นแล้วผงะถอยออกมาด้วยความตกใจ แค่เพียงปลายจมูกเท่านั้นที่ริมฝีปากเราห่างกัน บ้าฉิบ…ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน สำคัญคือหัวใจที่ผมไม่เคยคิดว่ามันยังมีอยู่กลับมาเต้นแรง…เต้นแรงที่ไม่ได้มาจากการโหมออกกำลังอย่างหนักหน่วง เต้นแรงที่ไม่ได้มาจากการถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า แต่มันเต้นแรงโดยที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหน ผมค่อยๆ ยกหัวยัยหมาน้อยขึ้นและดึงแขนออกทันที ก่อนจะสาวเท้าลงไปด้านล่างอีกครั้ง เหยือกน้ำในตู้เย็นถูกหยิบออกมาเทใส่แก้วหลายต่อหลายครั้งจนลดไปเกินครึ่ง แต่เหมือนลำคอผมมันยังแห้งอยู่ ฤทธิ์ยามันยังไม่หมดรึเปล่าวะ… วันต่อมา…. 09:10 น. ครืดดด…ครืดดดด ผมถูกปลุกให้ตื่นจากการสั่นเตือนของอุปกรณ์สื่อสาร เอื้อมมือขึ้นคว้านหาตัวต้นเหตุบริเวณหัวเตียงมาจอตรงหน้าพลางหรี่ตาขึ้นดู ไอ้ห่าเต…โทรมาทำไมดึกขนาดนี้วะ ปลายนิ้วเลื่อนสไลด์รับสายแล้วเอาแนบหู “มีห่าไร” เสียงงัวเงียปนหงุดหงิดถูกกรอกไปยังปลายสายทันที [นี่ผมโทรผิดเบอร์ปะวะ เจ้านายยังไม่ตื่น เป็นไปได้ไงเนี่ย] “ตื่นห่าอะไร กูพึ่งจะนอน” ผมว่าไปตามความรู้สึก เพราะปกติผมจะหลับสนิทได้ไปเกินชั่วโมงหรอก อีกอย่างเมื่อคืนไม่ได้กินยาด้วย ไม่น่าจะหลับยาว [ฮะ!! แล้วทำบ้าอะไรอยู่ ถึงมานอนเอาตอนเก้าโมงเนี่ย] ปลายสายตะโกนกลับมาด้วยความตกใจและผมตื่นเต็มตาตอนได้ยินเวลาจากผู้ช่วยคนสนิท “เก้าโมง!!” ผมตกใจจนลืมคุมโทนเสียงและยังลืมไปซะสนิทว่าไม่ได้นอนคนเดียว “อื้อ…” ฝ่ามือหนาข้างที่เธอใช้หนุนอยู่ตวัดเข้าปิดปากคนในอ้อมกอดโดยอัตโนมัติพลางเอียงหัวออกห่างเพื่อไม่ให้ปลายสายได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน แต่ก็นั่นแหละ…ไอ้ห่านี่เสือกหูดี [โอ๊ะ…เสียงนั่น] “มึงมีอะไร รีบพูดมา” ผมรีบขัดและตบเข้าประเด็น เพราะถ้าไม่มีเรื่องไอ้ห่านี่ไม่โทรมาสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด ให้เดาก็คงไม่พ้นความไม่พอใจของลูกค้าที่แผนการล่มไม่เป็นท่า [อ้อ มีแน่ครับ เรื่องใหญ่มากด้วย ท่านประธานเรียกนายเข้าพบ เดี๋ยวนี้ ถ้านายไม่รีบมา ผมซวยแน่] “อือ เดี๋ยวกูรีบไป” ผมตอบรับและกดวางสาย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกยาว หันกลับมามองผู้หญิงที่ยังนอนหลับซบอบผมโดยไม่ได้รับอนุญาต เหอะ…สภาพ ผมกอดเธอหรือเธอกอดผมก็ไม่รู้แหละ รู้แต่ว่ายัยหมาน้อยนี่ทำลายกฎเกณฑ์ที่ผมตั้งไว้จนหมดสิ้น แต่จะว่าไป…จำได้เข้านอนตั้งแต่ตีหนึ่งกว่าและหลับยาวมาจนถึงเก้าโมงเช้าโดยไม่สะดุ้งตื่นเลยเหรอวะ เป็นไปได้ยังไง สายตายังเหลือบขึ้นมองนาฬิกาบนผนังอีกครั้งเพื่อความชัวร์ เก้าโมงกว่าจริงๆ ช่างแม่งเรื่องนี้ไปก่อนเหอะ… “หมาน้อย ตื่น…ตื่น” ผมเขย่าร่างบางซ้ำๆ “อื้อออ..” แต่เธอแค่ส่งเสียงเล็กน้อยจากการถูกรบกวนและซุกตัวเองลงใต้ผ้านวมในเวลาต่อมา “ตื่น เร็ว ฉันมีธุระ” รอบนี้นิ่งสนิทเลย งานเข้าแล้วไง…หลับง่ายแถมขี้เซาอีก ผมตัดสินใจลุกไปอาบด้วยความเร่งรีบและปล่อยให้เธอนอนอยู่แบบนั้นไปก่อน ยังไงก็ไม่มีใครเข้าบ้านผมได้อยู่แล้ว กลับมาแล้วค่อยว่ากัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม