“อย่าโดนตัวฉัน” เขาผลักฉันออกห่างและพยายามฝืนการทรงตัวให้ตรงที่สุด ดูไปดูมาอาการก็ไม่ต่างคนเมาเลยนะ
ฉันทำได้แค่เดินตามหลัง ทิ้งระยะห่างไม่ถึงสองก้าวเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยทัน และมองตามแผ่นหลังคนดื้อที่ค่อยไต่ขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน ตอนแรกกะว่าจะไม่ขึ้นไปเพราะกลัวจะโดนไล่ลงมา
แต่ก็นั่นแหละ มันอดไม่ได้
ตกลงมาแข่งขาหัก ก็เป็นเรื่องใหญ่ไปอีก
“ทำไมดื้อจังวะ บอกให้กลับไป!!” เสียงตะคอกปะป่นการหายใจหอบ ฉันเริ่มสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เขาดูเหนื่อยขนาดนี้ แขนฉันถูกสะบัดออกอย่างแรงในตอนที่ขึ้นมาถึงชั้นบนได้สำเร็จ
เจ้าของใบหน้าหงุดหงิดเดินไปทิ้งตัวบนที่นอน มือทั้งสองข้างกำผ้านวมแน่นพลางพลิกตัวไปมา ราวกับเขากำลังทรมานกับอะไรสักอย่าง
ความจริงฉันอยากสำรวจบ้านเขานะ แต่ดูเหมือนจะละสายตาจากคนที่มีอาการผิดปกติไม่ได้เลย
และอยากจะบอกว่าเขาต่างหากที่ดื้อ…
เท้าเล็กก้าวไปหยุดอยู่ข้างเตียงที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องนอนสีดำเข้มทั้งหมด
“เฮีย…”
พรึบบบ
อ๊ะ!!
ชั่วพริบตาเดียว ร่างกายฉันถูกกระชากลงไปนอนหงายอยู่บนที่นอน ข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงแนบกับฟูกอย่างแน่นหนาจนขยับไม่ได้ ตามด้วยร่างหนาขึ้นคร่อมในท่าที่เขาใช้เข่ายันทั้งสองข้าง อากาศระหว่างร่างกายเลยยังผ่านได้สะดวก ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ติด
ฉันเบิกตากว้าง ลมหายใจไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในจุดที่ปกติได้ เมื่อใบหน้าหล่อเหล่าเคลื่อนเข้ามาหยุดห่างแค่ปลายจมูกสัมผัส ดวงตาเขาออกสีแดงเข้มขึ้นกว่าตอนแรก และยังแอบได้ยินเสียงขบกรามกรอดอีกด้วย เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับทั้งสองข้าง ยิ่งไปกว่านั้นเรากำลังดวลความเร็วในการหายใจแบบไม่ยอมกัน
เขาหลับตาลงพร้อมคลายฝ่ามือออกนิดหน่อยแต่ยังไม่ปล่อย ก่อนที่เขาจะเบี่ยงตัวให้พ้นร่างกายแข็งทื่อของฉันแล้วทิ้งลงที่นอนอย่างแรงในท่านอนคว่ำ ท่อนแขนแกร่งพาดผ่านกลางลำตัวฉัน
เขาหันหน้าเข้าหาและพ่นลมหายใจถี่ข้างหูฉันไม่หยุด
ใจฉันเต้นแรงขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนที่ของลมหายใจ เปลือกตาปิดลงสนิทพร้อมกับกำมือตัวเองแน่น เกิดเอฟเฟกต์เล็กน้อยในตอนที่ความเย็นของปลายจมูกโด่งสัมผัสบริเวณซอกคอพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่า
“เธอเคยไหม”
ความร้อนพุ่งขึ้นสูงจนแทบระเบิด การกระทำทุกอย่างของเขาในตอนนี้มันบ่งบอกความหมายของประโยคได้ชัดเจน และยิ่งตอกย้ำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างได้ดีมากขึ้น ถึงฉันจะไม่มีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้ ก็ใช่ว่าฉันจะโง่…จนไม่รู้อะไรเลย
ไม่สิ…ตอนแรกก็โง่อยู่ที่ดูไม่ออกว่าเขาเป็นอะไร
ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าเจ้าของคำถาม ได้แต่ฝืนกลืนความเหนียวหนืดลงลำคอแห้งผาก
“คะ…คือ” ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟนสักคน จะไปเคยมีได้ยังไง แต่จะให้ตอบออกไปโต้งๆ มันก็จะแปลกไปหน่อยไหม สำคัญคือฉันพูดไม่ออก
“แม่ง…เอ๊ย!!” เขาสบถพลางดีดตัวลุกขึ้นและกระแทกเท้าไปอย่างหัวเสีย
แต่ด้วยอาการของเขาตอนนี้ ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยเขาออกไปข้างนอกได้ มันอันตรายเกินไป ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง สติและความยับยั้งช่างใจเขาไม่ได้มีเต็มร้อย ฉันรีบดึงให้ตัวเองเข้าสู่โหมดปกติโดยเร็วที่สุดก่อนจะเอาตัวไปขว้างหน้าเขาเอาไว้ก่อนจะถึงบันได
“จะไปไหนคะ”
“....” เขาเงียบและยังพยายามถอยออกห่างฉัน แรงหายใจที่หนักหน่วงส่งผลให้ไหล่หนาสั่นเทิ้ม
“ฮะ…เฮียโดนวางยา?” ฉันรับรู้จากที่เขากลายร่างเป็นราชสีห์จับฉันกดลงบนเตียงและประโยคคำถามนั่น ที่รู้ความหมาย แต่ก็ไม่เข้าใจถึงความต้องการ
“รีบกลับไปซะ” เขายังไล่ทั้งที่อาการมันสวนทาง ฉันคิดมาตลอดว่า ผู้ชายจะดีใจที่ได้เป็นคนแรก และเพิ่งรู้ว่าคิดผิดตอนเห็นอาการของเฮียฟิวส์
ทั้งที่ร่างกายอยู่ในจุดเสี่ยงจะช็อกตายเขายังไม่เลือกฉันเลย ฉันควรเสียใจหรือสมเพชตัวเองก่อนดี
“แล้วเฮียจะไปลงกับผู้หญิงคนอื่น?” คำถามที่เต็มไปด้วยความน้อยใจในเวลาที่ไม่สมควร
“....” แต่เขาก็ยังเงียบและหลบตาเหมือนเดิม มีอีกอย่างที่ฉันรับรู้ได้ในตอนนี้ คือเขากำลังกดอารมณ์ที่มันปะทุอยู่ภายใน
“ทำไมถึงเป็นเพลินไม่ได้”
“ก็เธอไม่เคยไง”
“แล้วยังไง! มันต่างกันตรงไหน”
ฉันสะดุ้งเฮือกและลดวอลลุ่มเสียงลงตรงกลางประโยคในตอนที่สายตาคู่คมหันมาจ้องฉันเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมขยำเหยื่อ เกิดอาการหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาฉับพลัน ฝ่ามือที่กำไว้แน่นเริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้น ก่อนจะก้าวถอยโดยสัญชาตญาณเมื่อเสือร้ายเดินหน้าเข้าหา
ถึงตอนนี้ฉันรู้เลยว่าตัวเองเก่งแต่ปาก แบบนี้ดูน่ากลัวเกินไป…และฉันกำลังจนมุมเมื่อช่วงเอวสัมผัสกับขอบที่กั้นชั้นลอย
เขาหยุดแล้วเลื่อนหน้าเข้ากระซิบข้างหูเสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ยังติดอาการหอบ
“อารมณ์ฉันมันพุ่งไปเกินกว่าที่เธอจะรับไหวในครั้งแรก ถ้ามันได้ลงมือ ฉันไม่ใจเย็นกับเธอแบบนี้แน่”
กรอบหน้าฉันร้อนวูบ ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว มีอาการเกร็งเข้าแทรกจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ก่อนจะหลุบมองปลายเท้าตัวเองที่จิกกันแน่น
ความหมายของประโยคที่ดูคลุมเครือ แต่ฉันดันเข้าใจ…
“อย่าตามลงมา ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจัดการได้ แค่ต้องไม่เห็นเธอก็พอ”
ฉันได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังลงไปด้านล่างทั้งที่ประโยคยังไม่จบสมบูรณ์
ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดซ้ำๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งหย่องหลังจากที่อาการเกร็งหายไป
กำปั้นถูกยกหน้าอกเบาๆ
“ฉันจะตายก่อนจะได้ใจเขาไหมนะ”