ตอนที่ 7 เก้าต่อสอง งานนี้มีเสียว

1907 คำ
ดุ๊กดิ๊ก...  ดุ๊กดิ๊ก....  “แง่มๆ”...  “.....”  “งื้อ...แง่ม...”  “.....”  “แจ๊บๆ...”  ดุ๊กดิ๊ก...  “ง่ำ.....เฮือก!!!”  ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตาโตเบิกกว้างเพราะความตกใจ อกกระเพื่อมขึ้นลงระรัวเพราะแรงหายใจของผม  “เป็นอะไร!” ไอ้ต้นไม้ส่งเสียงถามเสียงดังจับตัวผมหมุนไปมา ผมหันไปมองมันก่อนจะเบะปาก  “ต้นน้ำ...เราฝันร้าย...” มันขมวดคิ้วทำหน้างง ผมเม้มปากก่อนจะโผลกอดมันแล้วเล่าความฝันให้ฟัง...  “เราฝันร้าย! เราฝันว่าเจ๊ไฝทำก๋วยเตี๋ยวสูตรใหม่ แล้วให้เรากิน มันอร่อยมากๆ แต่ว่า...เราทำหกอ่า!!! ฮื้อออ ได้กินคำเดียวเอง แง้งงงง”  “เห้อ...” ผมมองคนที่ถอนหายใจอย่างงอนๆ ฝันแบบนี้มันลาง์ร้ายชัดๆ  “ไร้สาระ”  “ไม่ไร้สาระนะ เนี่ย เหมือนจะได้ยินแม่พูดว่าจะทำสูตรใหม่ ก๋วยเตี๋ยวใส่ไข่มุกด้วย” ไอ้ต้นน้ำกรอกตาไปมา  “สมองมึงคิดแต่เรื่องกินหรอ?” มันถามหน้าตาย ผมส่ายหน้าไปมา  “เปล่า คิดเรื่องนอนด้วย ฮ่าๆ”  “มึงนี่มัน...กูไม่น่าหลวมตัวมาเป็นเพื่อนกับมึงเลย” ผมยกยิ้มหน้าด้านไม่สะทกสะท้านตบอกมันเบาๆ  “เอาน่า ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ว่าแต่กี่โมงแล้วอ่ะ?”  “บ่าย...”  “อ๋อ...ห้ะ!! บ่าย!!” ผมร้องตกใจก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาสีชมพูหวาน (แล้วทำไมไม่ดูตั้งแต่แรกฟ้ะ!) ผมชะงักนิ่งค้างมองนาฬิกาที่บอกเวลาบ่ายโมงตรง...  “งี้เราก็โดดไปสองวิชาเลยดิ”  “อืม”  “แล้วไมไม่ปลุก?” ผมจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่อง  “กูก็เพิ่งตื่นตอนมึงร้องโวยวายเนี่ยแหละ” ผมถอนหายใจอีกครั้ง  “กินข้าวกัน”  “ไม่ห่วงเรื่องเรียน?” มันถามเบาๆ ผมส่ายหน้า  “เปล่า ไอ้ห่วงมันก็ห่วง...แต่ห่วงท้องมากกว่า หิวแล้ว ป๊ะ! หาไรกินกัน” ผมว่าแล้วเด้งตัวลุกขึ้นปัดก้นสองสามทีพอเป็นพิธี แต่เอาเข้าจริงคือเศษหญ้าติดร่องก้นเต็มเลย....ล้อเล่นครับ แฮร่!  “วันนี้กินข้าวไหนดี” ผมหันไปถามไอ้หน้าหล่อ มันขมวดคิ้ว  “โรงอาหาร”  “รู้ว่าโรงอาหาร แต่คณะไหนดีอ่ะ” มันหันมามองผมงงๆ  “ทำไมต้องเลือกคณะ กินคณะเราก็ได้” ผมร้องเหอะออกมากรอกตามองบนก่อนจะเขย่งโอบคอมัน ย้ำนะครับ เขย่ง! เขย่ง! เพราะมันสูง!....หรือผมเตี้ยก็ไม่รู้!  “ต้นน้ำนายแม่งไม่รู้จักชีวิตวัยรุ่นเลย...ไหนๆ เราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว เราต้องทำตัวบ้าๆ บอๆ ตะเวนหาร้านดีๆ เด็ดๆ กับเพื่อนดิ...” มันหันมามองผมนิ่งๆ  “แน่ใจว่าแค่อยากตะเวนหาของกิน”  “เปล่า...ไปหลีสาวกัน” ผมยิ้มเฉ่งโชว์ฟันเหลืองๆ ให้มันดู มันถอนหายใจก่อนจะจิ้มที่หน้าผากผมเบาๆ  “น้ำหน้าอย่างมึงเนี่ยหรอจะหลีสาว?”  “ถึงเราจะไม่มีเพื่อนแต่เราเข้ากับผู้หญิงได้ดีนะ....แต่แบบ ถึงจะเข้ากับผู้หญิงดีแต่จะให้สุงสิงมากไปไม่ได้ มันต้องเว้นระยะ...เลยไม่มีเพื่อนเลย...”  “หรอ...”  “แต่เราเข้ากับผู้หญิงได้ดีจริงๆ นะ!” ผมยืนยันจ้องหน้ามันอย่างจริงจัง ผมพูดเรื่องจริงนะครับ ตอนโรงเรียนเก่าของผมน่ะทั้งห้องมีแต่ผู้หญิงเลยครับ ผู้ชายมีแค่กระจุกเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีแฟนสักคน ฮึก เศร้า...  “แล้วทำไมมึงไม่มีแฟน ถ้าเข้ากับผู้หญิงได้?” ผมชะงักเบะปาก เนี่ย! กูเพิ่งพูดไปว่าเศร้า มึงยังจะมาย้ำอีก!  “ก็ไม่มีคนที่ชอบเราอ่ะ! อีกอย่างกับผู้หญิงถ้ารุกมากๆ ก็กลัวเขาเกลียด...พอไม่รุกก็เฉยใส่เราเฉยเลย จะขอเป็นเพื่อนก็กลัวโดนหาว่าเป็นตุ๊ด จะขอเป็นแฟนก็ไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบ เนี่ย...ทำได้แค่คุยเล่นๆ ยิ้มเป็นมารยาท ชีวิตเราเศร้ามากเลยนะต้นน้ำ” ผมกระพริบตามองมันปริบๆ ให้มันสงสาร มันถอนหายใจเล็กน้อย  “แล้วอยากไปคณะไหน”  “แน่นอนดิ....นิเทศฯ!!” มันพยักหน้าเหมือนตามใจผม ผมยิ้มกว้างทันทีเมื่อนึกถึงคณะที่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงสวย  จึกๆ  “นี่ๆ ต้นน้ำ..” ผมจิ้มที่แขนมันสองสามทีระหว่างทางเดิน มันหามามองผมสีหน้าเรียบตึงเหมือนทุกที  “อะไร?”  “ถ้าเกิดเราเจอสาวที่ชอบอ่ะ...จีบให้หน่อยดิ...” ผมเขินอายตัวบิดเบี้ยวเมื่อคิดว่าอาจจะเจอผู้หญิงที่น่ารักๆ  “เพื่อ?”  “ก็แบบ...นั่นไง...นั่นอ่ะ....ถึงเราจะเข้ากับผู้หญิงเก่ง...แต่กับคนน่ารักๆ เราชอบเขินอ่าาา” ผมยกมือสองข้างปิดหน้ากลั้นรอยยิ้มและใบหน้าแดงๆ ไว้ ได้ยินเสียงถอนหายใจไอ้ต้นน้ำแรงๆ  “กูคุยกับผู้หญิงไม่เป็น”  “ก็ใช้ร่างกายคุยซิ” ผมยกมือออกแล้วมองหน้ามันยิ้มๆ ก่อนจะจับหมับที่ใบหน้าคม มันชะงักนิ่งไปเล็กน้อย ผมลูบใบหน้ามันอย่างพอใจ  “เนี่ย หน้าหล่อๆ แบบนี้ดึงผู้หญิงเข้ามาได้ง่ายเลย ถ้าเราเจอคนที่เราชอบ นายก็แค่กระพริบตา...แบบนี้...” ผมกระพริบตาข้างหนึ่งให้มันดูตามที่เห็นในหนัง ก่อนจะพูดต่อ  “พอเหยื่อติดเบ็ดแล้วที่เหลือเราจัดการเอง!” ไอ้ต้นน้ำถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า  “เออ....”  “ดีมากเพื่อนรัก..” ผมยิ้มกว้างตลอดทางเดิน เมื่อมาถึงโรงอาหารของคณะนิเทศฯผมก็แทบจะเป็นลม  “ทำไมคนเยอะจัง..”  “มันบ่ายแล้วไง” ผมถอนหายใจ จะว่าไปช่วงนี้คนเริ่มมาทานอาหารกันนี่หว่า  “เอาไงดีอ่ะ...”  “กลับมั้ย?”  “ไม่!”  “งั้นมึงจะถามทำไมไอ้เตี้ย!” มันว่าก่อนจะผลักศีรษะผมอย่างแรง...แรงจริงครับไอ้ห่า แรงจนผมเซไปชนกับใครสักคนที่ผ่านมาพอดี...  ปึก...  “อ๊ะ! ขอโทษ...คะ...รับ...” ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่มองผู้ชายตัวใหญ่พอๆ กับไอ้ต้นน้ำ เขาใส่ชุดช็อปวิศวะแบบนี้แปลว่าต้องไม่ใช่ปีหนึ่งแน่ๆ....แถมยังมากันตั้ง  สี่ ห้า หก...เก้าคน!!  “มึงจะเหยียบตีนกูอีกนานมั้ยไอ้เตี้ย” พี่ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าผมที่ผมชนพูดขึ้นด้วยใบหน้านิ่งๆ ผมก้มลงไปมองที่เท้าก็เห็นว่าตัวเองเหยียบเท้าพี่เขาอยู่เลยสะดุ้งแล้วเดินถอยหลัง  “ขอโทษครับ! ขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจครับพี่! ผมขอโทษครับ!” ผมพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่พอ ผมยังก้มหัวอีก...แม่งน่ากลัว....  “เห้ยน้อง! พวกพี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย พอได้เล่า” พี่คนหนึ่งพูด ผมเงยหน้าก่อนจะยิ้มแหยๆ แล้วหันไปหาพี่ที่ผมชน  “ผมขอโทษนะครับพี่ พอดีเล่นกับเพื่อนแล้ว...ไม่ทันมอง..”  “เพื่อน....” พี่มันทวนคำก่อนจะหันไปมองด้านหลังที่มีไอ้ต้นน้ำยืนอยู่ พี่มันขมวดคิ้วเล็กน้อย  “ไหนเพื่อนมึง?” ผมหันไปมองข้างหลังก่อนจะทำหน้างงแล้วชี้ไปที่ไอ้ต้นน้ำ  “นั่นครับ...เพื่อนผม...” คราวนี้ไม่ใช่แค่พี่มันนะครับที่ขมวดคิ้ว ทั้งกลุ่มทำหน้างงมองหน้ากันไปมา แล้วพี่ผู้ชายคนหนึ่งก็พูดขึ้น  “มึงจะบอกว่าไอ้ตะ...”  “เดี๋ยว...” ไอ้ต้นน้ำพูดขัด มันเดินมาทางผมจับแขนผมไว้เบาๆ ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อย  “ขอโทษทีผมกับเพื่อนเล่นอะไรแรงไปหน่อยไม่ได้ดูว่ามีคนเดินมา...” มันเงยหน้าขึ้นมองพวกรุ่นพี่ด้วยสายตานิ่งๆ พวกพี่ๆ มองหน้ากันไปมาอย่างลำบากใจ ไอ้ผมก็งงซิครับบรรยากาศเริ่มมาคุเฉยเลย  “เอ่อ...ไปก่อนนะครับ ขอโทษจริงๆ นะพี่” ผมยกมือไหว้แล้วหันหลังกะจะเดินออกมาแต่ว่า  “เดี๋ยว...พวกมึงมากินข้าวรึเปล่า?” พี่คนที่ผมชนรั้งไว้ ผมหันไปมองหน้าไอ้ต้นน้ำเล็กน้อยเป็นการส่องว่ามันจะมีสัญญาณอะไรให้ผมพูดว่า ใช่ กับ ไม่ใช่  แต่เหมือนแม่งไม่สนใจกูเลย!  “ครับ พวกเรามากินข้าวครับ...”  “พวกมึงเด็กคณะอะไร?” ผมมองหน้ามันอีกครั้งว่าจะตอบดีมั้ย แต่ก็เหมือนเดิม มันไม่มองผม! ไอ้หยิ่ง!  “บริหารครับ”  “หรอ...บริหาร...เองหรอ...” ผมขมวดคิ้ว  “พี่..มีอะไรหรือเปล่าครับ?”  “กูชื่อธีมอยู่วิศวะ” แหม ใส่เสื้อช็อปแบบนี้กูดูไม่รู้เลยว่ามึงอยู่วิศวะอ่ะไอ้พี่ธีม...พูดได้ในใจครับประโยคนี้ ตัวจริงนี่คือ  “อ่า.. ผมชื่อลักยิ้มส่วนเพื่อนผมชื่อต้นน้ำ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมแนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้ม ไอ้พี่ธีมพยักหน้าเล็กน้อย  “ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย?” ผมชะงัก เอาไงดีวะ...กูมานี่ก็อยากนั่งร่วมโต๊ะกับสาวๆ ไม่ใช่ผู้ชายหุ่นนักกล้ามแบบพวกมึง...  “ไม่ดีกว่าครับ...พวกผมไม่หิวแล้ว”  “เราหิว!” ผมหันไปพูดอย่างลืมคิด ไอ้ต้นน้ำหันมาขมวดคิ้วหน้าตึงใส่ผม ผมชะงักก่อนจะยิ้มน้อยๆ อย่างรู้สึกผิด  “หึ...เพื่อนมึงหิวแล้วนะไอ้ต้น...ไปกินด้วยกันนี่แหละ” ไอ้พี่ธีมว่าแล้วกระตุกยิ้ม แต่ว่าไอ้ต้นหรอ...พี่ธีมก็เรียกซะสั้นๆ เหมือนสนิทสนมกันมาแรมปี...หรือมองอีกแง่หนึ่งคือ พี่มันคงคิดว่าผู้ชายเหี้- อะไร ตัวอย่างควายชื่อต้นน้ำ เลยตัดแค่ต้นเฉยๆ จะได้เท่มาหน่อย  ไอ้ต้นน้ำถอนหายใจก่อนจะหันมามองผม  “มึงเอาไง? จะไปมั้ย?” ผมเม้มปากทำท่าครุ่นคิด...กูก็อยากปฏิเสธนะ แต่แบบ อีพี่ธีมนี่แม่งมองหน้ากูไม่หยุดเลย..  และระหว่างที่กำลังคิดว่าจะเอาไงดี...  “...ธีม...กาย....อยู่นี่กันเอง พวกเราตามหากันตั้งนาน ไปกินข้าวด้วยกันน้าาา น้าาา~” พี่สาวสุดสวยในชุดนักศึกษาสั้นจุ๊ดรัดเจี๊ยะแค่เห็นก็อยากเสี๊ยะเดินมากอดแขนพี่ธีมกับพี่ผู้ชายอีกคน ผมมองอย่างอึ้งๆ อ้าปากค้าง  “มินนี่ จะดีหรอให้พวกเราวิศวะนั่งด้วยอ่ะ เพื่อนเธอไม่ว่าหรือไง?” พี่คนที่ผมคิดว่าน่าจะชื่อกายถามสีหน้าเป็นห่วง แต่เดี๋ยวนะพี่..มือมึงลูบก้นเขาไม่ดูสถานที่เลย เดี๋ยวกูเรียกคณบดีแม่ง ไม่ใช่อะไรนะ...อิจฉา!!  “ไม่ว่าหรอก กายก็รู้เพื่อนเราใจดี อีกอย่างผู้ชายเยอะๆ เพื่อนเราชอบ...”  ผู้ชายเยอะๆ เพื่อนชอบ..  ผู้ชายเยอะๆ...  เพื่อนเขาชอบ..  หึ้ย! แสดงว่าถ้าผมไปเป็นติ่งกับกลุ่มพี่ธีมแสดงว่าจะได้นั่งโต๊ะเดียวกับสาวๆ แล้วก็จะ...เจอคนน่ารักๆ ที่ถูกใจ...ใช่..เพราะงั้น.....  “พี่ธีม....พวกผมไปด้วย!”  ผมหันขวับไปหาพี่ธีมทันที พี่มันชะงักก่อนจะพยักหน้า  “เออ...”  “ต้นน้ำ! ไปกันเถอะ! ไปกินสาว เอ้ย! ไปกินข้าวกันๆ” ผมกอดแขนมันแล้วเดินยิ้มร่าตามพวกรุ่นพี่ไปอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้ดูเลยว่าหน้าตาไอ้ยักษ์ตัวสูงข้างๆ มันแทบฆ่าคนได้...  แล้วไอ้คนนั้นเสือกเป็นผมไง!!  100 %  #โปรดติดตามตอนต่อไป..
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม