Chapter : 10
ช่วงมัธยมปลาย
ณ ห้องเรียนที่ร้างผู้คน
คัทย่ายืนอยู่หน้าห้องเรียนที่ว่างเปล่า มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่างและเสียงเท้าที่เดินไปมาของเธอ เอริกส์ยืนอยู่ที่กลางห้อง เขาผอมแห้งแรงน้อย สายตาของเขาติดตรึงอยู่ที่พื้น เขาถูกบังคับให้คาบไม้บรรทัดไว้ในปาก และยืนอ้าแขนคล้ายพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน ซึ่งทำให้เขารู้สึกอับอาย
คัทย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเริ่มถ่ายคลิปเอริกส์ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชาและความหงุดหงิด "มึงคิดว่ามึงสามารถมองกูด้วยสายตาหื่นกามแบบนั้นแล้วจะไม่มีผลอะไรเหรอ?" เธอพูดเสียงเข้ม
เอริกส์พยายามพูดแต่เสียงของเขาถูกปิดกั้นด้วยไม้บรรทัด น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา เขารู้สึกอับอายและกลัวในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกว่าตัวเองถูกปฏิบัติเหมือนเป็นวัตถุที่ไม่มีคุณค่าเต็มอยู่ในใจของเขา
“มึงมันน่าสมเพช” คัทย่าพูดต่อไป “มึงคิดว่ากูจะยอมให้มึงมองกูแบบนั้นเหรอ? กูจะทำให้มึงจำไว้ว่าอย่ากล้ามองกูด้วยสายตาหื่นกามอีก” เธอหยุดพูดชั่วขณะหนึ่งเพื่อให้เอริกส์มีเวลาที่จะซึมซับคำพูดของเธอ
เอริกส์รู้สึกแย่อย่างที่สุด เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น กลับทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีก แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอย่างที่คัทย่ากล่าวอ้างแต่เขาก็อยากที่จะขอโทษ อยากจะอธิบายว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมองคัทย่าแบบนั้น แต่คำพูดเหล่านั้นก็ไม่สามารถหลุดออกจากปากของเขาได้
“กูขอโทษ” เอริกส์พูดออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อคัทย่าถอนไม้บรรทัดออกจากปากของเขา “กูไม่ได้ตั้งใจ...”
“ไม่ต้องขอโทษ กูไม่อยากได้ยิน” คัทย่าตัดบทคำพูดของเอริกส์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ “มึงควรรู้สึกแย่และจำไว้ว่าอย่ามามองกูด้วยสายตาแบบนั้นอีก”
คัทย่าจ้องมองเอริกส์ด้วยสายตาเย็นชา ความโกรธและความเกลียดชังแผ่ซ่านออกมาจากท่าทางและคำพูดของเธอ เธอเดินเข้าไปใกล้เขา
“มึงขอโทษแล้วมันจะหายเหรอ?” เธอถามเสียงเข้ม “ไม่... มึงต้องได้รับบทเรียนที่จำจนวันตาย”
เอริกส์รู้สึกว่าหัวใจของเขาจมดิ่งลงไปในห้วงลึกของความหวาดกลัว เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่เขารู้ว่ามันจะไม่ดีแน่ ๆ
“ถอดเสื้อผ้าออก” คัทย่าสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ “เดี๋ยวนี้!”
เอริกส์มองเธอด้วยความกลัวและความไม่เชื่อ แต่เขารู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น เขายกมือขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเอง มือของเขาสั่นเทา ขณะที่เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นร่างกายที่ผอมแห้งของเขา
“เร็วเข้า! มึงช้าเกินไป!” คัทย่าตะคอก เขาเร่งความเร็วของการถอดเสื้อผ้า หวังว่ามันจะทำให้การลงโทษนี้จบลงเร็วขึ้น
เมื่อเอริกส์ถอดเสื้อและกางเกงออกจนเหลือเพียงกางเกงใน คัทย่าก็ยิ้มเยาะเย้ย “หมดแล้วใช่ไหม? ไม่เหลืออะไรที่จะซ่อนอีกแล้ว?”
เอริกส์รู้สึกอับอายและกลัวจนพูดไม่ออก เขาเพียงแค่พยักหน้า
“ถอดกางเกงในออกด้วย” คัทย่าสั่งอีกครั้ง เอริกส์ทำตามคำสั่งของเธอด้วยมือที่สั่นเทา ตอนนี้เขาเปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์ ยืนอยู่หน้าคัทย่าที่มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง
“นี่ล่ะ มึงจะได้จำไว้ว่าอย่ากล้ามองกูด้วยสายตาหื่นกามอีก” คัทย่าพูดเสียงเย็น “มึงมันน่าสมเพชมาก รู้ตัวไหม?”
เอริกส์ยืนอยู่ที่นั่น เปลือยเปล่าและอับอาย ความรู้สึกของความเสียใจและความอับอายที่ถูกบดขยี้ในจิตใจของเขา ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย เขารู้เพียงแต่ว่าต้องทนกับความเจ็บปวดนี้ต่อไป จนกว่าคัทย่าจะพอใจ
...
“มึงจะไลฟ์สดทำเหี้ยอะไร?” ฉันตะโกนด่าเขาด้วยความโกรธ แต่คำพูดของฉันกลับถูกบดบังด้วยเสียงครางของความเจ็บปวดและความรู้สึกที่เกิดจากการถูกทำร้าย
ฉันต้องพยายามอดทนและไม่ให้มีเล็ดรอดเสียงออกไปให้ผู้คนภายนอกได้ยิน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเอริกส์กระแทกกระทั้นฉันไม่หยุดเลย มันจึงยากและน่ารันทดมากที่ฉันทำได้
เอริกส์ยิ้มและพูดอย่างเย้ยหยัน “ไลฟ์สดนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับมึงเอง และแน่นอนมันจะทำให้มึงต้องคิดถึงกูทุกครั้งที่มองมัน ขอบอกไว้เผื่อมึงกังวลเกินไป กูยังเบลอหน้ามึงอยู่”
แม้ว่าเขาจะพูดขึ้นมาแบบนั้นก็ตาม ความกังวลของฉันก็ไม่ได้หายไป
การที่ฉันเห็นโทรศัพท์มือถือของเขาและรู้ว่าฉันกำลังถูกบันทึกและถูกเผยแพร่ให้คนมากมายรับรู้ ทำให้ความเจ็บปวดและความอึดอัดเพิ่มมากขึ้น
ในท้ายที่สุด ฉันรู้ว่าฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับความเป็นจริงที่เจ็บปวดนี้ และต้องทนกับความขัดแย้งภายในใจของฉันต่อไป ขณะที่เอริกส์ยังคงบังคับและถ่ายคลิปด้วยความพอใจที่ได้รับจากการข่มเหงและทรมานฉัน
ขณะที่ทุกอย่างกำลังเกิดขึ้น ฉันได้ยินเสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเอริกส์ มันเป็นการยืนยันว่ามีคนกำลังดูไลฟ์สดนี้อยู่ ความหวาดกลัวและความอับอายที่เข้าครอบงำจิตใจทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันกำลังถูกลากลงสู่เหวลึกที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ฉันยังคงหันศีรษะไปด้านหลังและมองข้ามไหล่เพื่อให้เห็นท่าทีของเขา “แอคเค้าท์ที่กูใช้ไลฟ์สดเป็นแอคเค้าท์ของมึงเอง” เอริกส์พูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ “กูแอบเข้าห้องเช่าของมึง เห็นดิลโด้ทุกแท่งที่มึงแอบเอาไว้รวมถึงชุดคอสเพลย์พวกนั้นด้วย ที่สำคัญคือแอคเค้าท์นี้ที่กูได้มันมา ตอนนี้ทุกอย่างของมึงกำลังจะกลายเป็นของกู”
คำพูดของเขาทำให้ฉันช็อกจนพูดไม่ออก ความรู้สึกอับอายและความเสียใจที่ถูกบดขยี้ในจิตใจซ้ำแล้วซ้ำอีกของฉัน ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันถูกบังคับให้ต้องเผยแพร่ความลับและความอับอายของตัวเองให้คนทั้งโลกได้เห็น
“โอ้โห นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้วนะ”
“คัทย่าทำไมถึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้”
“ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่ ผมเห็นเขาตั้งแต่คลิปก่อนแล้ว มันโหดร้ายมากจริง ๆ หรือว่าเธอจะถูกลักพาตัวและบังคับข่มขืน”
“ใครจะไปคิดว่าคัทย่าจะถูกทำอะไรแบบนี้”
“การบังคับคนอื่นแบบนี้มันไม่ถูกต้องเลยสักนิด”
“ไลฟ์สดนี้มันเกินไปจริง ๆ”
“คัทย่าดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกเลย เธอกำลังถูกคุกคามอยู่ชัด ๆ ”
“ไอ้ระยำนี่มันเป็นคนเลวจริง ๆ”
“หวังว่าคัทย่าจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ได้”
“ใครที่ดูไลฟ์นี้อยู่ ควรช่วยคัทย่าให้พ้นจากความทรมานนี้”
To be continued...