bc

Deceived By Love ลมลวงรักฝุ่น

book_age18+
13.1K
ติดตาม
74.2K
อ่าน
คู่ต่างขั้ว
เพลย์บอย
ชายจีบหญิง
วิทยาลัย
มัธยมปลาย
like
intro-logo
คำนิยม

"เรื่องของเราให้มันเป็นความลับนะ กูไม่อยากเสียเพื่อนว่ะ" เพราะคำว่ารักคำเดียว 'ฝุ่น' จึงยอมลดศักดิ์ศรีเป็นคู่นอนลับๆ ให้กับ 'ลม' เพื่อนสนิทที่แสนจะเห็นแก่ตัว ยอมเป็นของตายที่เขาจะเรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พอถึงวันที่เขาควงแฟนใหม่มาหยามใจกันถึงที่ และตอกย้ำสถานะว่าเธอเป็นแค่ 'เพื่อน' ฝุ่นจึงตัดสินใจหันหลังและเดินออกจากชีวิตเขาทันที แต่ใครจะคิดว่า... ผู้ชายสารเลวที่เคยมั่นหน้าว่าตัวเองเหนือกว่า จะยอมทิ้งศักดิ์ศรี คุกเข่าร้องไห้แทบขาดใจ เพื่ออ้อนวอนขอให้ 'ของตาย' คนนี้กลับมารักเขาอีกครั้ง!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 หญิงเดียวในดงวิศวะ 1
แสงแดดยามบ่ายสี่โมงเย็นของกรุงเทพมหานครไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องมานั่งแกร่วอยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและกลิ่นน้ำมันเครื่อง ฉันชื่อ ‘ฝุ่น’ ชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งให้คงไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรมากไปกว่าการเกิดมาในยุคที่บ้านเมืองกำลังก่อสร้าง หรือไม่ก็คงเป็นความมักง่ายที่อยากได้ชื่อพยางค์เดียวสั้นๆ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า พอโตขึ้นมา ชื่อนี้มันจะดันสะท้อนตัวตนและสถานะของฉันในชีวิตของใครบางคนได้อย่างเจ็บแสบและตรงไปตรงมาที่สุด... ฝุ่น ก็คือฝุ่น เป็นได้แค่ละอองเล็กๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเขา ไม่มีใครสังเกตเห็น ไม่มีวันถูกจับต้องอย่างทะนุถนอม และพร้อมจะถูกปัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ที่เขารู้สึกรำคาญใจ "เฮ้ย ไอ้ฝุ่น! มึงเหม่ออะไรวะ ส่งประแจเบอร์สิบมาให้กูทีดิ๊" เสียงห้าวทุ้มที่ดังแทรกเสียงเครื่องกลึงโลหะมาจากใต้ท้องรถสเตชั่นแวกอนคันเก่าที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว ฉันกะพริบตาไล่ความสับสนและความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไป ก่อนจะก้มลงไปมองใต้ท้องรถ มือเรียวที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันสีดำยื่นออกมาจากใต้เงามืด ฉันถอนหายใจยาวๆ หยิบประแจเบอร์สิบที่วางอยู่บนกล่องเครื่องมือ แล้วตบลงไปบนฝ่ามือหนานั้นแรงๆ อย่างหมั่นไส้ "มึงก็หัดหยิบเองบ้างเถอะไอ้ลม กูไม่ใช่ลูกน้องมึงนะเว้ย" ฉันบ่นอุบอิบ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ตาม "เออหน่า มึงก็บ่นไปงั้นแหละ สุดท้ายมึงก็หยิบให้กูอยู่ดี" ร่างสูงใหญ่ของคนใต้ท้องรถไถลตัวออกมาบนกระดานล้อเลื่อน เขายกท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดที่ปูดโปนจากการออกแรงขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก เสื้อช็อปสีเลือดหมูของเขาถูกถอดกองไว้บนเก้าอี้พลาสติก เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวคอย้วยๆ ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับแผงอกกว้างและหน้าท้องแกร่ง เขาคือ ‘ลม’ ผู้ชายที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางของกลุ่มเพื่อนอย่างพวกเรา แต่เป็นศูนย์กลางของคณะ เป็นจุดนำสายตาของทุกคนที่เดินผ่านไปมา ลมเป็นนักศึกษาปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลที่ฮอตที่สุด หล่อที่สุด รวยที่สุด และ... เอาแต่ใจตัวเองที่สุดในสามโลก ใบหน้าคมคายที่ประกอบไปด้วยคิ้วเข้มพาดเฉียง ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววท้าทายและดุดัน จมูกโด่งเป็นสันที่รับกับริมฝีปากหยักได้รูปที่มักจะยกยิ้มร้ายกาจอยู่เสมอ ลมมีแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นเสน่ห์ดิบๆ แบบผู้ชายแบดบอยที่ทำให้ผู้หญิงทุกคนพร้อมจะถวายตัวให้เขา แม้จะรู้เต็มอกว่าผู้ชายคนนี้คือ สัญญาณอันตรายตัวพ่อ หรือธงแดงผืนใหญ่ที่โบกสะบัดเตือนภัยว่าเข้าใกล้แล้วอาจจะตายศพไม่สวยก็ตาม "มองกูขนาดนี้ มึงหลงรักกูแล้วเหรอไอ้ฝุ่น" ลมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มกวนประสาทขณะที่เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 185 เซนติเมตร เขาโยนประแจลงในกล่องเหล็กเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉัน ฉันใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง เลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่เพราะความเคยชินที่ต้องสวมหน้ากาก ‘เพื่อนสนิท’ มาตลอดสี่ปี ฉันจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ กลอกตาใส่เขาอย่างระอา แล้วยกเท้าขึ้นถีบหน้าแข้งเขาไปเบาๆ หนึ่งที "หลงรักพ่องมึงสิ! สภาพอย่างมึงเนี่ยนะ ใครเอาทำผัวก็เตรียมตัวประสาทแดกตายห่า กูแค่มองว่าคราบน้ำมันที่ติดแก้มมึงอยู่เนี่ย มันทำให้มึงดูเหมือนหมาวัดคลุกฝุ่นชะมัด" "ปากดีนะมึง มานี่เลยไอ้เตี้ย" ลมหัวเราะในลำคอ เขาไม่โกรธ แต่กลับเอื้อมมือที่เปื้อนน้ำมันและฝุ่นผงมาขยี้หัวฉันอย่างแรงจนผมที่มัดรวบไว้เป็นหางม้าหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ฉันพยายามปัดมือเขาออก ร้องโวยวายเสียงดังลั่นลานเกียร์ แต่ลึกๆ แล้ว... หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สัมผัสหยาบกระด้างจากฝ่ามือของเขา กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อและน้ำมันเครื่อง มันคือกลิ่นเฉพาะตัวของไอ้ลมที่ฉันหลงใหลมาตลอดสี่ปี... ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ฉันหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเอง หลงรักผู้ชายที่ชื่อลมมาตั้งแต่ปี 1 และเป็นความลับที่ฉันต้องเหยียบมันไว้ให้มิดที่สุด ลึกที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจ ในกลุ่มเพื่อนสนิทของเรา ถูกคนในคณะตั้งฉายาให้ว่า ‘แก๊ง 4 ธาตุ’ ประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ไฟ และลม ดิน คือไอ้คุณชายภาคโยธาที่เงียบขรึม เจ้าระเบียบ และเย็นชาที่สุดในกลุ่ม น้ำ คือไอ้เพลย์บอยภาคเคมีที่ปากหวาน เฟรนด์ลี่ และกะล่อนเป็นที่หนึ่ง ไฟ คือไอ้อันธพาลภาคไฟฟ้าที่เลือดร้อน ปากหมา พร้อมจะมีเรื่องชกต่อยกับทุกคนที่ขวางหน้า และ ลม... ผู้ชายตรงหน้าฉันที่เป็นเหมือนพายุหมุน ศูนย์กลางความวุ่นวาย ความฮอต และความเอาแต่ใจ แล้วฉันล่ะ? ฝุ่น... เป็นเพียงเศษละอองเล็กๆ ที่ลอยปะปนอยู่ในแก๊งนี้ ฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม เป็นเด็กภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ (IE) ที่จับพลัดจับผลูมาสนิทกับพวกมันตั้งแต่ตอนรับน้องปี 1 ฉันไม่ใช่ผู้หญิงสวยหวาน ไม่ใช่ดาวคณะ ไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางที่ต้องรอให้ใครมาปกป้อง ฉันใส่เสื้อช็อปตัวโคร่ง กางเกงยีนส์ขาดเข่า รองเท้าผ้าใบมอมแมม สามารถเตะบอล กินเหล้าเพียวๆ และด่าไอ้พวกเวรนี่ด้วยคำหยาบสารพัดสัตว์ได้อย่างลื่นไหล เพราะฉันรู้ดีว่า การจะอยู่ในจุดนี้ได้ การจะยืนอยู่ข้างๆ ผู้ชายอย่างลมได้... ฉันต้องลบความเป็น ‘ผู้หญิง’ ของตัวเองออกไปให้หมด ฉันต้องกลายเป็น ‘เพื่อนไอ้ลม’ เป็นไอ้ฝุ่นที่แข็งแกร่ง เป็นที่ปรึกษา เป็นกระสอบทรายอารมณ์ และเป็น ‘ของตาย’ ที่มันหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ "พอแล้ว! หัวกูยุ่งหมดแล้วไอ้เวร!" ฉันสะบัดหัวหนี จัดผมตัวเองให้เข้าที่ ขณะที่ลมหัวเราะร่วน แววตาของเขาสนุกสนานที่ได้แกล้งฉัน "เออๆ ไม่แกล้งแล้ว ไปซื้อน้ำให้กูหน่อยดิ หิวน้ำว่ะ" ลมสั่งหน้าตาเฉย เขาทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อน หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่ขึ้นมาไถดูอะไรบางอย่างโดยไม่สนใจเลยว่าฉันจะยอมไปไหม "กูไม่ใช่คนใช้มึงนะไอ้ลม" "ไปซื้อให้เพื่อนหน่อยไม่ได้ไงวะ ไอ้เพื่อนรัก" เขาลากเสียงยาว เน้นคำว่าเพื่อนรักจนมันบาดลึกลงไปในอกฉัน "เอาโค้กนะ ซีโร่ด้วย กูไม่อยากอ้วน" "ไอ้สัด แดกเหล้าทุกคืน เสือกกลัวอ้วนตอนแดกน้ำอัดลม" ฉันด่าสวนไปหนึ่งประโยค แต่สุดท้ายร่างกายก็ทรยศความนึกคิด สองเท้าของฉันก้าวเดินไปทางโรงอาหารของคณะเพื่อซื้อน้ำให้เขาอย่างที่เคยทำมาตลอดหลายปี ระหว่างทางที่เดินไปโรงอาหาร ฉันอดไม่ได้ที่จะย้อนคิดไปถึงวันแรกที่ฉันตกหลุมรักผู้ชายใจร้ายคนนี้... ย้อนกลับไปตอนรับน้องปี 1 วันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าวที่สุดในรอบปี ลานเกียร์ที่ทำจากอิฐสีแดงสะสมความร้อนไว้จนแทบจะกลายเป็นเตาอบ รุ่นพี่ปี 3 สั่งให้พวกเราเฟรชชี่วิ่งรอบลานเกียร์สิบรอบพร้อมกับร้องเพลงเชียร์คณะ ฉันที่ไม่ได้เป็นคนแข็งแรงอะไรมากมายในตอนนั้น วิ่งไปได้แค่ห้าปอบ หน้าก็มืด หายใจไม่ทัน โลกทั้งใบหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าขาวโพลนไปหมด วินาทีที่ฉันกำลังจะล้มหน้าฟาดกับพื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุ มือหนาของใครบางคนก็คว้าต้นแขนของฉันไว้ได้ทันตันท่วงที แรงกระชากนั้นรุนแรงจนฉันเซถลาเข้าไปซบอกกว้างของเขา ‘เห้ย! เป็นไรเปล่าวะ’ นั่นคือประโยคแรกที่เขาพูดกับฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมอง และภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดวงตาดุดันที่มองมาอย่างรำคาญใจนิดๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยประหลาดๆ ‘ไหว... ไหวค่ะ’ ฉันตอบเสียงสั่น พยายามจะทรงตัวยืน แต่ขามันอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปอีกรอบ ‘สำออยว่ะ แค่นี้ทำเป็นจะเป็นลม ไป นั่งพักตรงร่มๆ โน่นเลยมึงอ่ะ เดี๋ยวขวางทางคนอื่นเขา’ เขาบ่นอุบอิบด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง แต่กลับไม่ได้ปล่อยมือจากแขนฉัน เขาพยุงฉัน หรือเรียกให้ถูกคือกึ่งลากกึ่งดึง พาไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะโยนขวดน้ำเปล่าที่ยังไม่ได้เปิดฝาใส่หน้าตักฉัน ‘แดกน้ำซะ จะได้ไม่ตายเป็นผีเฝ้าลานเกียร์ กูชื่อลม เครื่องกล มึงชื่อไร’ ‘ฝุ่น... อุตสาหการ ‘เออ ไอ้ฝุ่น จำไว้ว่าวิศวะเขาไม่รับคนอ่อนแอ ลุกขึ้นมาสู้ต่อได้แล้ว’ เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่น ทิ้งให้ฉันนั่งมองแผ่นหลังกว้างของเขากระทั่งมันกลืนหายไปกับฝูงชน... นั่นคือจุดเริ่มต้น ตั้งแต่วันนั้น สายตาของฉันก็ไม่เคยมองใครอื่นอีกเลย ลมกลายเป็นโลกทั้งใบของฉัน เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเปลี่ยนตัวเองจากผู้หญิงอ่อนแอ กลายเป็นคนลุยๆ เพื่อที่จะได้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในฐานะ ‘เพื่อน’ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยิ่งนานวันเข้า ความรู้สึกของฉันมันก็ยิ่งถลำลึก ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเรายังคงถูกสตัฟฟ์ไว้ที่คำว่าเพื่อน ลมไม่เคยมองฉันเป็นผู้หญิง เขาเปลี่ยนแฟนนับไม่ถ้วน ควงดาวคณะ พริตตี้ ไฮโซสารพัดรูปแบบ ผู้หญิงของลมทุกคนล้วนแต่สวยสง่า หุ่นดี และเพียบพร้อม ซึ่งต่างจากฉันราวฟ้ากับเหว

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
854.7K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.4K
bc

Not just, the Beta

read
365.7K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook