ภาพทิวทัศน์เบื้องล่างเมื่อมองลงไปจากเนินเขา
ดูราวกับว่าได้ถูกแยกความวุ่นวายของสังคมเมืองออกจากสถานที่อันเงียบสงบแห่งนี้โดยสิ้นเชิง บุรุษร่างสูงวัยเกือบ 60 ปี ทว่าบุคลิกและท่าเดินยังดูแข็งแรงดีราวกับรุ่นหนุ่ม มีเพียงเส้นผมสีดอกเลาปกคุลมทั่วศีรษะที่บ่งบอกชัดถึงความร่วงโรยตามวัย นัยน์ตาสีเข้มทอแสงอ่อน มองหรุบลงต่ำไปยังป้ายหินอ่อนที่มีชื่อของใครบางคนสลักเอาไว้ ก่อนจะเบนสายตาไปยังเบื้องล่างที่มีตึกรามบ้านช่อง แออัด ยัดเยียดเต็มพรืดไปหมด
กรุงเทพมหานคร...สังคมแห่งความสับสน วุ่นวาย และการแก่งแย่งชิงดี
นครที่ไม่เคยหลับไหล...เมืองแห่งแสงสีและราตรีอันสว่างไสวตลอดคืน
และที่แห่งนี้...เนินเขาอันโดดเดี่ยวห่างไกลจากความวุ่นวาย...สถานที่แห่งความทรงจำและจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่าง...
"คุณหนูคะ...คุณหนูธีม!"
หญิงสาวร่างอวบนิดๆ ในชุดเมดกระโปรงสีขาวสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนครึ่งตัวสีดำวิ่งมาหยุดหอบตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะหันซ้าย หันขวา พยายามมองหาร่างเล็กๆ แสนซนที่วิ่งไวอย่างกับปรอท
"โธ่...หนีเรียนวิชาเปียโนอีกแล้ว ถ้าคุณท่านหรือคุณผู้หญิงรู้เข้าล่ะก็...ฉันต้องโดนหักเงินเดือนแถมด้วยโดนด่าอีกชุดใหญ่แน่ๆ"
เมื่อหาแถวนี้ไม่เจอ เธอก็ต้องเดินย้อนกลับไปทางเก่าที่ทอดยาวไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมกับบ่นอุบอิบไปตลอดทาง โดยหารู้ไม่ว่าร่างเล็กที่กำลังหาอยู่นั้น แอบอยู่ข้างบนต้นไม้ใหญ่ที่เจ้าตัวมายืนพักเมื่อครู่นั่นแหละ
พอร่างของพี่เลี้ยงสาวเดินเลี้ยวหายไปจนลับตา ร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กางเกงขาสั้นสีดำก็ค่อยๆ ปีนลงมาอย่างคล่องแคล่วราวกับเคยเป็นวานรกลับชาติมาเกิด จนกระทั่งปลายรองเท้าหนังสีดำเงาวับแตะลงบนพื้นหญ้า เจ้าตัวเล็กถึงค่อยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างสนุกสนาน
"ฮ่า ๆๆๆๆ ไม่เคยจะตามทันเลยน้า~พี่สายใจเนี่ย เค้าอยู่บนหัวแท้ๆ แต่ก็มองไม่เห็น"
"แง้ ๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว เมื่ออยู่ๆ ก็มีเสียงเด็กทารกร้องไห้จ้าดังขึ้นมา เสียงที่ร้องแผดจ้าฟังดูราวกับกำลังเจ็บปวด ทำให้คนร่างเล็กแต่มีความกล้าหาญเกินตัวรีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังต้นไม้ใหญ่อันเป็นที่มาของเสียงร้องอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า ดวงตากลมโตสีดำขลับกลับก็เบิกกว้างอย่างตกใจ เพราะสิ่งที่เห็นคือภาพเด็กทารกวัยไม่ถึงขวบ ถูกวางทิ้งไว้ให้มดแดงรุมกัดเต็มตัวไปหมด!!!
"แค่กๆๆๆ ฮึกๆๆ แง้ ๆๆๆๆ"
คนตัวเล็กได้สติอีกครั้งเมื่อเด็กทารกผู้น่าสงสารหยุดไอจนหน้าแดงก่อนจะร้องไห้เสียงดังอีกครั้ง เด็กชายรีบเข้าไปอุ้มร่างเล็กๆ นั่นขึ้นมาจากฝูงมดใจร้าย ก่อนจะช่วยปัดเอามดที่ยังเกาะตามตัวเด็กคนนั้นออกให้จนตัวเองโดนกัดไปด้วย ร่างที่เล็กกว่าในอ้อมแขนตัวร้อนผ่าวและแดงจัดจนน่าเป็นห่วง เขาตัดสินใจอุ้มเจ้าตัวน้อยวิ่งกลับไปยังบ้านของตนที่เพิ่งหนีออกมาได้ทันที!
"ไม่เจองั้นหรือ ?!"
น้ำเสียงตวาดแหลมสูงจนสายใจพี่เลี้ยงของคุณหนูจอมซนสะดุ้งเฮือก เธอยิ่งก้มหน้างุดลงกว่าเก่าจนปลายคางจรดอก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาด้วยซ้ำ!
"ฉันจ้างให้เธอมาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลลูกชายฉัน กับอีแค่เด็ก 7 ขวบยังดูแลไม่ได้ แล้วชาตินี้เธอจะไปทำงานอะไรอย่างอื่นได้อีกมั้ยสายใจ ?!"
"ขอโทษค่ะ คุณผู้หญิง"
"โอ๊ย! ยังจะมายืนบื้ออยู่อีกทำไมล่ะ รีบๆ ไปตามหาลูกชายฉันกลับมาสิ!"
"ค่ะๆ"
ไม่ต้องรอให้โดนไล่รอบสอง สายใจรีบวิ่งแจ้นกลับออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันจะออกพ้นจากประตูร่างเล็กที่กำลังจะไปตามหาก็โผล่พรวดสวนทางเข้ามาพอดี
"ว้าย! สายใจตกใจหมดเลยค่ะ คุณหนูธีม"
เธอยกมือทาบอกให้อัตราการเต้นจังหวะของหัวใจช้าลง เด็กชายตาแป๋วเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนจะรีบร้องขอความช่วยเหลือ
"ช่วยเด็กคนนี้เร็ว พี่สายใจ เด็กคนนี้กำลังจะตายแล้วฮะ!"
"คะ ?" เธอเลิกคิ้วงุนงง แต่พอสายตาเหลือบเห็นร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนนั่นก็ร้องกรี๊ดทันที
"เอะอะ อะไรอยู่ได้นะ ฉันบอกให้ไปตามหาลูกชายฉันกลับมาไง!"
"คุ...คุณผู้หญิง..."
สายใจชี้นิ้วไปยังร่างในอ้อมกอดด้วยมืออันสั่นระริก แต่คนที่อุ้มอยู่กลับรีบวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ของตนทันที
"คุณแม่ฮะ ช่วยเด็กคนนี้ด้วยเขากำลังจะตายแล้ว!"
"ว้าย ตายแล้ว! นี่ลูกไปอุ้มเด็กที่ไหนมาเนี่ยธีม ?!"
"ผมได้ยินเสียงน้องเค้าร้องอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ น้องเค้าโดนมดแดงใจร้ายรุมกัดเต็มตัวไปหมดเลยฮะ"
"รถ...สายใจรีบไปบอกคนขับรถให้เอารถออกเร็ว!"
ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันที คนในบ้านวิ่งมาดูเด็กน้อยผู้เคราะห์ร้ายคนนี้กันหมด ร่างเล็กที่เปลือยกายล่อนจ้อนทำให้เห็นว่าเป็นเพศหญิง ผิวเนื้อแดงจัดแถมยังร้อนราวกับไฟท่าทางจะมีไข้หนัก ทำให้คุณผู้หญิงของบ้านมิอาจดูดายเด็กหญิงคนนี้ได้
พอรถเข้ามาจอดเทียบบันไดหน้าบ้านคุณผู้หญิงก็รีบอุ้มร่างเล็กๆ ขึ้นรถทันที โดยที่มีผู้ช่วยชีวิตเด็กหญิงกระโดดตามขึ้นเบาะหลังไปด้วยคน