ตอนที่ 1 ฝากซื้อถุง...
ThreeP Tattoo
"วันนี้ลูกค้าจองเข้ามาเยอะ ฝากไปเอาสีที่ร้าน ตามใบที่เขียนไว้ให้ด้วย"
"สีเยอะมากไหม" หญิงสาวยืนเอียงคอถามเจ้าของประโยคเมื่อครู่ตาใส
คนตรงหน้าตอนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่ชายของเธอชื่อเฮียภูมิ อายุมากกว่าเธอสี่ปี เฮียเปิดร้านสักตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ พอเรียนจบก็เริ่มลงมือจริงจัง เรียกว่าธุรกิจครอบครัวได้ไหม ก็คงได้ เพราะเฮียแทบไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายอะไรเลย ของทุกอย่างมีพร้อมคอยซัปพอร์ตอยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่ลงแรง แสดงฝีมือ หลังจากที่เฮียเริ่มจริงจัง ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าท่าภายในระยะเวลาหนึ่งปี
จากร้านสักเล็ก ๆ ก็เริ่มหาทำเลขยายใหญ่ขึ้นจนซื้อที่ดินเปล่ามาออกแบบเอง จนกลายเป็นบ้านหลังโต มีถึงสามชั้นเป็นทั้งร้าน ThreeP เป็นทั้งที่พัก และอีกหลาย ๆ อย่างที่เธอเรียกว่าแหล่งมั่วสุม
ณภัสในวัยยี่สิบห้าปีรับหน้าที่ดูแลและตรวจเช็กสต๊อกรวมไปถึงบัญชีรายรับรายจ่ายของธรีพี จนถึงร้านจำหน่ายอุปกรณ์สักลายครบวงจร ที่จริงเธอเริ่มมาช่วยเฮียทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ได้ค่าขนมเพิ่มมานิด ๆ หน่อย ๆ พอเรียนจบ เฮียก็ขอให้มาช่วยกันทำงาน จะได้ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องคนอื่นนอกจากขี้ข้าของเฮีย ตัวเธอเห็นว่าไม่เสียหายอะไรเลยอยู่ทำไปด้วยกันเลยแล้วกัน อีกอย่างเพื่อนเฮียแต่ละคนงานดีทั้งนั้น ไม่บ้านรวยก็โคตรรวย แต่ทำงานเหมือนร้อนเงินกันทุกคนเธอละชอบจริง ๆ
"อย่ามัวถามเล่น รีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวจะเปิดร้านแล้ว"
"ลูกค้าเยอะ ช่างสักคนไหนมาบ้าง"
"ถามเหมือนมีร้อยคนอะภัส"
"บ้า ยืนเหยียบกันตาย" พูดติดตลกเกาแก้มมอง
"ก็มีเท่าที่เห็น แต่เดี๋ยวไอ้ไคซ์มันมาเติมรอยสักที่คอด้วย"
"นอนค้างไหม จะได้ไปจัดห้องไว้"
"นอน เดี๋ยวเคลียร์คิวเสร็จจะกินต่อ"
"โอเค ไปอาบน้ำและ" ตอบตกลงสั้น ๆ เข้าใจความหมายที่เฮียสื่อดี เพราะนอกจากพวกเฮียจะเป็นช่างสักแล้วก็ยังเป็นสายปาร์ตี้ นักดื่ม และอีกสารพัดอย่าง
ณภัสอาบน้ำแต่งตัวง่าย ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดเพราะกลัวจะไม่ทันเวลาที่เฮียต้องการใช้สี
"รีบอะไรขนาดนั้น หวีผมยัง"
เสียงที่ถามเป็นเฮียปลื้มหนึ่งในช่างสักทั้งสี่คนในธรีพี เฮียปลื้มเป็นคนยิ้มง่าย รอยยิ้มมีเสน่ห์ ผิวขาวตาคม ตัวสูงหุ่นดี เวลาสาว ๆ มาสักเห็นขอแลกไอดีเฮียเกือบทุกคน เห็นแล้วหมั่นไส้ในความหล่อ แถมยังชอบมาโปรยเสน่ห์ให้เด็กน้อยอย่างเธอหลงแทบทุกวัน อย่างวันนี้ที่ถามว่าหวีผมยัง ตอนนี้เฮียปลื้มมายืนจับผม หวีผมให้เธอแล้ว มือไวยิ่งกว่าจรวด
"เป็นง่อยเหรอ?"
คนมาใหม่ยืนเชิดหน้ากลอกตาไปมา ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัวสองสามครั้งทำให้เฮียปลื้มหันไปตอบ
"ยังไม่ถึงเวลาของมึง มาทำไม?" ปลื้มขมวดคิ้วถามเจ้าของรอยสักเสือหงอยที่คอ คนอะไรสักไม่กี่นาทีรีบยกมือบอกไม่ไหว ที่สักมีเยอะแยะเสือกเลือกสักที่คอ เจ็บกับจับไข้เลยเป็นของคู่กัน
"กูจะไปดูสี เลยรีบมา" ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบเดินแทรกระหว่างกลางคนสองคนอย่างเสียมารยาทไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าขึ้นมากระดกดื่ม พร้อมกับถามร่างเล็กที่ยืนนิ่งให้ไอ้ปลื้มหวีผม
"เสร็จยัง ต้องให้ทุกคนประคบประหงมตลอดเลยหรือไง"
"แล้วมึงเป็นอะไร วันนี้วันหยุดน้องมัน?" ปลื้มโยนหวีไปบนเตียงสักหันมองไอ้เสือหงอยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ปกติเวลามาไม่พูดไม่จาเดินหนีขึ้นชั้นสามไปนอนอย่างเดียว เช้านี้ไปแดกรังแตนที่ไหนมา?
"พอ พอ เฮียปลื้มผมภัสได้แล้วใช่ไหม สวยแล้วเนอะ" ร่างเล็กที่อยู่ระหว่างกลางผู้ชายสองคน ขยับก้าวขาไปประคองใบหน้าเฮียปลื้มให้หันมาสบตากันเพื่อช่วยมองผมให้จนเฮียพยักหน้า จึงได้เอ่ยขอบคุณและหันไปพูดกับ..
"พี่ไคซ์จะไปดูสีใช่ไหม ไปกันเถอะ เฮียรีบใช้" ประโยคนี้ทำสงครามสายตายุติลง พร้อมกับเธอที่ถอนหายใจโล่งใจ
ทีแรกว่าจะขับรถไปเองแต่ไหงเข้ามานั่งด้านข้างคนขับ แถมพี่ไคซ์ยังคาดเข็มขัดให้พลางมองหน้าคาดโทษอีกต่างหาก ทำเธอเกร็งอยู่ไม่น้อย
ปึง! เสียงปิดประตูรถดังจนสะดุ้งโหยง จำต้องหันไปมองเจ้าของรถ พลางทำตาปริบ ๆ
"เธอโตแล้วนะ"
"ก็ ยังเด็กในสายตาพี่ ๆ ที่เอ็นดูน้องไม่ใช่เหรอคะ" แล้ววันนี้พี่ไคซ์เป็นอะไร มาถึงก็พูดกระแทกแดกดัน เข้าใจอยู่หรอกว่าเป็นนิสัย แต่พูดตั้งแต่เช้าแบบนี้มันต้องมีอะไรสักอย่าง
"พี่เห็นเธอตั้งแต่ใส่ชุดนักศึกษา จนเรียนจบ ไม่เด็กแล้ว"
"เมื่อคืนไคซ์นอนไม่หลับเหรอ ทำไมอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้" ตัดสินใจถามออกไปตามตรง ไหน ๆ เราก็อยู่ด้วยกันสองคนแล้ว คงไม่มีใครมาได้ยินบทสนทนาเหล่านี้แน่นอน
ณภัสมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนด้านข้างเมื่อปีที่แล้ว และยังมีมาเรื่อย ๆ จนหนึ่งปีเต็ม ไม่มีวี่แววว่าความสัมพันธ์ลับ ๆ จะจบลง กลับกันเธอยิ่งรู้สึกอยากครอบครองไคซ์มากขึ้น อยากครอบครองเขาคนเดียว จนมีหลายครั้งที่ทะเลาะกันเพราะเธออยากจะเป็นคนสำคัญทั้งที่รู้เป็นไปไม่ได้
"วันหยุดไปไหน?"
"ภัสว่าจะออกไปนวดหน้าหน่อย กับซื้อชุดใหม่สักสองชุด ไคซ์อยากฝากซื้ออะไรไหม"
"ถุงยาง"
"..."
"กล้าซื้อไหม ไซซ์พี่เธอรู้นี่" จังหวะที่ถามเป็นไฟเหลืองกำลังจะแดงพอดีเลยมีโอกาสได้หันไปสบตาคนด้านข้าง วันนี้ภัสแทบไม่แต่งหน้าเลย คงแค่ทาแป้ง ทาลิปมัน แต่ทำไมเห็นแล้วรู้สึกไม่ชอบใจ เหมือนดูเด็กเกินไปจนใคร ๆ ก็เอ็นดู อายุไม่ใช่น้อย ๆ บรรลุนิติภาวะแล้ว เอาก็เป็นแล้ว ไม่ต้องให้ใครมาเอ็นดูแล้วมั้ง
"ไคซ์แวะซื้อเองได้ไหม กลัวเฮียมาเปิดกระเป๋าอะ"
"เปิดคอนโซลดู มีกี่อัน คืนนี้นอนค้างธรีพีมันจะพอไหม" เจ้าของรถใช้สายตามองไปยังตำแหน่งที่บอก ไม่ทันจะได้ดูพร้อมภัสสัญญาณไฟสีเขียวก็เด้งขึ้น จำต้องหันมองเธอสลับกับถนนด้านหน้า
ภัสมองคอนโซลตรงหน้าอย่างชั่งใจ ภาวนาให้เปิดไปแล้วเจอสักกล่อง หนึ่งกล่องแบบที่ยังมีพลาสติกหุ้มอยู่เธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่ ขณะที่กำลังครุ่นคิด มือใหญ่ก็เอื้อมมากดเปิดให้จนคอนโซลเปิดออก ด้านในมีกล่องถุงยางอนามัยอยู่จริง ๆ แต่ไม่มีพลาสติกหุ้มแล้ว
มือเรียวเล็กสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมออกมาเปิดดูทั้งที่หน่วงไปทั้งใจ วินาทีที่เปิดกล่องเธอหลับตาแล้วค่อย ๆ ลืมตามองว่ายังเหลืออยู่กี่ชิ้น..
ด้านในกล่องมีอยู่แค่สองชิ้นจากปกติที่มีสาม เห็นแค่นี้ใจก็เจ็บหน่วงจนรอบตาเห่อร้อนผะผ่าว อยากจะร้องก็ร้องไม่ออก ไม่อยากถูกมองว่างี่เง่าเพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน
"มีกี่อัน?"
"สอง" ณภัสตอบเสียงแข็งทันควัน
"อะไร เตรียมจะโกรธอีกแล้วหรือไง?"
"..."
"คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ ต่อให้เธอยอมนอนกับพี่ พี่ก็ไม่สามารถหยุดที่เธอได้ เราคุยกันชัดแล้วนะ อย่างี่เง่า"