มู่อิงเจี๋ย

897 คำ
“บุตรชายประมุขป้อมชังฟ้า เหลือเวลาอีกเพียงสามชั่วยามเท่านั้น เจ้าเตรียมตัวเถอะ ภายในไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) เขาต้องนำพรรคพวก บุกมาชิงยาถอนพิษเป็นแน่” มู่อิงเจี๋ยพูดจบ ก็ดื่มสุราต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน ราวกับว่าไม่เห็นป้อมชังฟ้าอยู่ในสายตา หลังจากรับรายงานว่ามีผู้บุกรุก บทรักของทั้งคู่จึงต้องจำใจต้องสงบศึก เวลาผ่านไปชั่วพริบตา เสียงด้านหน้ามีรายงานเข้ามาอีกครั้ง “ท่านประมุขขอรับ ประมุขป้อมชังฟ้าพาลูกพรรค และชาวยุทธพันธมิตรพยายามบุกเข้ามาในเกาะมารโลหิตขอรับ” ผู้มารายงานคือ หนึ่งในสิบสองหัวหน้าป้อมหลักแห่งเกาะมารโลหิต “หลงเฟยเจ้าเด็กโง่” มู่อิงเจี๋ยที่ชำระล้างร่างกายเรียบร้อย นางแต่งชุดสีดำ คาดแถบผ้าคาดเอวสีแดงแถบใหญ่ ยิ่งส่งผลให้เอวบางดูเล็ก แต่เนินอกกับยิ่งถูกดันเน้น เต้าทรวงคู่งามอวบใหญ่น่ามอง ท่านประมุขพรรคมารมองมาที่หลงเฟยด้วยแววตาเอ็นดู ใครว่าพรรคมารของเรา มีแต่พวกคนเลว ๆ หลงเฟยนี่ไง คนดีที่สุดในโลก มู่อิงเจี๋ยคิดในใจเล่น ๆ นางพูดจริง ท่านผู้คุมกฎขวาของพรรคมารอายุใกล้จะสามสิบแล้ว แต่กลับรักษาสมดุลในใจตนได้ดี ไม่นับเรื่องฆ่าฟัน หลงเฟยก็เหมือนแม่ทัพ ในยามออกรบย่อมต้องฆ่า จะมาใจอ่อนไว้ชีวิตข้าศึกไม่ได้ สั่งให้ฆ่าก็ต้องฆ่า “หลงเฟย เด็กน้อยของข้า จะต้องคุกเข่าทำไม” มู่อิงเจี๋ยเอ่ยถามด้วยตาปรือจากความเกียจคร้าน “ท่านประมุขอุตส่าห์รับปากจะช่วยทั้งที แต่ตาเฒ่าน่าตายแห่งป้อมชังฟ้านั่น กลับยังไม่สำนึกบุญคุณ” หลงเฟยกล่าวด้วยแววตากระด้าง ยิ่งคิดถึงประมุขแห่งป้อมชังฟ้า เขายิ่งเดือดดาล “สิ่งที่เจ้าควรทำ เจ้าก็ทำเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ไยต้องใส่ใจเล่า บุญคุณที่เจ้าเคยติดค้างเขาไว้ ตอนนี้ก็ได้ชดใช้แล้ว มีเรื่องใดน่าขุ่นเคืองใจ” ท่านประมุขพรรคมารพูดไป ตาปรือฉ่ำเยิ้มไป มู่อิงเจี๋ยชอบดื่มสุรา ว่ากันว่าจอมพิษเช่นนางสุราพันจอกมิอาจเมามาย ที่เมาเป็นนางมอมเมาจิตใจตนเองทั้งสิ้น “ขอบคุณท่านประมุขที่สั่งสอน” หลงเฟยมองท่านประมุขของเขาด้วยแววตาเลื่อมใส ภักดี ในโลกนี้สำหรับเด็กกำพร้าเยี่ยงเขา เด็กขอทานสกปรกอมโรค ที่มู่อิงเจี๋ยเก็บมาจากกองขยะ นางให้เขากินอิ่ม ให้ที่นอนอุ่น สอนเขาทุกอย่าง ไม่มีใครประเสริฐกว่าท่านประมุขอีกแล้ว ในใจของเขา ท่านประมุขประดุจดั่งท่านอาจารย์ “ตาเฒ่าแห่งป้อมชังฟ้าช่างน่าตายนัก” หลงเฟยเด็กโง่ที่ถูกขัดจังหวะกำลังเข้าได้เข้าเข็มสบถเสียงดัง นอกจากจะไม่แลกชีวิตลูกชายเพียงคนเดียว กับคัมภีร์ประจำสำนักแล้ว แถมยังฝากด่ามาถึงท่านประมุขของเขาอีก ตาเฒ่าน่าชังหาว่าท่านประมุขของเขาไร้มนุษยธรรม เห็นคนจะตายอยู่ตรงหน้าแล้วยังไม่ช่วย “ถุย!!! นี่หรือพรรคฝ่ายธรรมะ ลูกชายเพียงคนเดียวของตน จะเป็นจะตายอยู่ตรงหน้า ยังไม่ช่วย ยังมีหน้ามาว่าท่านประมุขของเขา” หลงเฟยโมโหหน้าดำคร่ำเครียด “เชิญกอดตำราผุ ๆ ของเจ้า แล้วมองลูกตายไปต่อหน้าต่อตาเถอะ” ถ้อยคำสุดท้ายของท่านผู้คุมกฎขวาที่สบถด่าประมุขป้อมชังฟ้า ก่อนจะถูกนางมารปิดปากด้วยจุมพิต * * “ข้าจะออกไปฆ่าพวกมันให้หมด” หลงเฟยที่อยู่กับมู่อิงเจี๋ย กล่าวอย่างดุดัน “ท่านหัวหน้าป้อมชวด ป้อมชังฟ้านำกำลังคนบุกมาเท่าไร” มู่อิงเจี๋ยถามอย่างเกียจคร้าน “ราวสองพันคนขอรับ มีระดับยอดฝีมือราวหนึ่งร้อยคน และระดับปรมาจารย์สองคน” หัวหน้าป้อมชวด ปีนักษัตรหนูทอง รายงานอย่างละเอียด สมเป็นป้อมสอดแนมฝีมือฉกาจ “ดีขนมากันเยอะ ๆ จะได้ลงมือฆ่าทีเดียวล้างพรรค ข้าอยากรู้เช่นกัน ว่าพวกมันจะฝ่าค่ายกล และทะเลหมอกพิษเข้าเกาะมาได้สักกี่คน” หลงเฟยกล่าว * * “นางมาร ยอมมอบยาถอนพิษมาเสียดี ๆ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” หม่าจิ้ง ประมุขเฒ่าแห่งป้อมชังฟ้ากล่าวอย่างเดือดดาล หม่าจิ้งนำกำลังคนมาถึงสองพันคน แต่กลับฝ่าค่ายกล และทะเลหมอกพิษ มาได้เพียงสามร้อยกว่าคนเท่านั้น เขาสูญเสียลูกน้องฝีมือดีจนเกือบหมดทั้งพรรค เสียงบุกเข้ามาดังขึ้นไม่ขาด แต่เหตุใดในเกาะมารโลหิตถึงไม่พบผู้ใดสักคน อย่าว่าแต่คนเลย หมาแมวสักตัวก็ยังไม่เห็น เสียงพิณที่ดังขึ้น พาเอาผู้เยี่ยมยุทธต้องเดินลมปราณสกัดกั้น ส่วนพวกที่วรยุทธอ่อนด้อยกว่านั้น ต่างกรีดร้องครวญคราง มารพิณพิฆาตเว่ยกังช่างสมคำเล่าลือ พลังปราณทำลายล้างล้ำลึก เพลงพิณพิฆาตเลือดออกเจ็ดทวาร ดวงตาสองข้างหลั่งโลหิต แก้วหูลั่นแตกเลือดหยดซึม ริมฝีปากแต่ละคนกระอักเลือดทะลักแดงฉานไปทั้งตัว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม