ไม่สิ ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ เธอเต็มใจสุด ๆ เลยล่ะ
“อาว์...”
ร่างสูงครางกระเส่าในลำคอ สะโพกสอบแอ่นส่ายเบา ๆ ไปตามแรงโลมเลียที่กระตือรือร้น ก่อนที่เขาจะยัดเยียดความแข็งขืนนั้นเข้ามาในโพรงปากนุ่มจนลึกสุดลำ
มานิดาโก่งคอรับแก่นแข็งขึงที่ทำให้จุกจวนเจียนจะสำลัก รูดริมฝีปากเข้าออกตามสัญชาตญาณที่ถูกเขาปลุกเร้า ซึ่งเคลื่อนไหวที่ส่วนศีรษะ ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่าง รวมถึงช่วงล่างที่ยังมีสิ่งแปลกปลอมสอดคาและโอบรัดแน่นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
สมองของมานิดาขาวโพลนไปหมด ในขณะที่เธอเป็นฝ่ายดูดกลืนความยิ่งใหญ่ของเขา เบื้องล่างก็บีบรัดแท่งแก้วเย็นเฉียบนั้นราวกับจะขยับเขยื้อนตามไปด้วย
“อาว์ ใช่...อย่างนั้น”
เสียงทุ้มครางกระเส่าอย่างพอใจ ในตอนนี้เธอไม่ใช่นางเอกผู้เย่อหยิงอีกแล้ว เป็นเพียงทาสความใคร่ที่กลืนกินความเป็นชายเพื่อให้คู่สวาทพึงพอใจเท่านั้น
แต่มานิดายังปรนเปรอให้เขายังไม่เสร็จด้วยซ้ำ ความแข็งขืนก็ถูกกระชากออกจากปากอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ก่อนที่ร่างบางจะถูกผลักให้พลิกคว่ำนอนหงายลงกับเตียงในท่าขาไขว้แบบตีนเป็ด ท่าทางที่แสนเสียเปรียบนี้ทำให้เธอไม่สามารถขัดขืนได้เลย เพราะมือทั้งสองยังคงถูกล็อกไพล่หลังด้วยพันธนาการเย็นเฉียบ
เจตน์ขยับกายเข้ามาคุกเข่าอยู่ระหว่างช่องขาเรียว แท่งแก้วถูกดึงพรวดออกไปท่ามกลางแรงโอบรัดที่พยายามรั้งไว้สุด
มานิดาเกือบผวาตาม ทว่าความว่างเปล่าเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที... ก่อนที่ตัวตนอันใหญ่โตของเขาจะจมดิ่งเข้ามาแทนที่ในคราวเดียว!
“อ๊าาา!”
เรียวขาสวยถูกมือหนาจับให้อ้ากว้างออกยิ่งกว่าเดิม เขาออกแรงกดทับไว้ในท่านั้น บังคับให้เธอต้องเปิดรับแก่นลำของเขาอย่างไม่มีทางเลี่ยง ก่อนที่ร่างหนาจะเริ่มโยกกายเข้าบดขยี้จุดอ่อนไหวอย่างหนักหน่วงและบ้าคลั่ง
มานิดารู้สึกอึดอัดไปหมด... มือถูกมัด ขาถูกกด ความสาวถูกรุกรานอย่างจาบจ้วง แต่นั่นกลับเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรู้สึกทั้งหมด เพราะสิ่งที่กำลังถาโถมเข้าใส่ร่างกายเธออยู่ตอนนี้ มันคือความหฤหรรษ์ที่รุนแรงจนเกินกว่าจะรับไหว
เธอกำลังตื่นเต้นและสุขสมจนหวีดครางเสียงหลง น้ำตาใส ๆ ไหลพรากออกมาอาบแก้ม แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดหรือหวาดกลัว มันเกิดจากความสุขสมอันท่วมท้นอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อนต่างหาก
เจตน์กระทำต่อเธอราวกับทาส เขากระแทกกระทั้นเข้าหาเธออย่างรุนแรงและเลือดเย็น เหมือนจะตอกย้ำว่า เสียงหวีดร้องอย่างทรมานปนหฤหรรษ์กับคราบน้ำตาของเธอนั่นแหละ คือรางวัลอันหอมหวานที่สุดที่เขาต้องการจะตักตวง
“เสียว... อ๊า ไม่ไหวแล้ว ให้ฉัน... ให้ฉันเถอะ...”
“เป็นทาสต้องขอยังไง?” เสียงทุ้มต่ำถามย้ำขณะที่ยังจงใจแช่ค้างความใหญ่โตไว้ให้เธอทรมานเล่น
“นายท่านขา... ให้บ่าว... ให้บ่าวเถอะ บ่าวอยากเสร็จ บ่าวอยากได้น้ำจากนายท่านเหลือเกิน”
คำวิงวอนแสนน่าสมเพชนั้นถูกใจคนคุมเกมเข้าอย่างจัง ร่างสูงโยกอัดเข้าใส่อย่างรุนแรงจนเธอถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็ว ทว่าเขายังไม่ยอมปล่อยให้เธอพัก เจตน์จับร่างบางพลิกคว่ำให้อยู่ในท่าคลานเข่า ดึงสะโพกมนให้แอ่นโค้งได้องศา ก่อนจะส่งมอบความแข็งขืนแทงสอดกลับเข้าไปใหม่จนจมมิดในคราวเดียว!
ดอกไม้งามที่ถูกแหวกทะลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่าบัดนี้เอ่อล้นไปด้วยน้ำฉ่ำแฉะ ช่วยให้เขาเคลื่อนไหวได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น เสียงหน้าขาแข็งแรงกระทบกับก้นงอนเด้งดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง รูสาวถูกเสียดสีด้วยเส้นเอ็นปูดโปนซ้ำ ๆ นับร้อยครั้งจนมานิดาแทบคลั่ง
เจตน์เหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในขณะที่เธอทั้งฟุบหน้าลงกับหมอนและแหงนเงยสลับไปมาอย่างคนไร้สติ ร่างกายบิดเร่าภายใต้การควบคุมที่ป่าเถื่อน
“ฮื้อ... นายท่าน นายท่านขา... นาย...”
มานิดาครวญครางฟังไม่เป็นภาษา โดยเฉพาะในวินาทีที่คนด้านหลังหยุดกระแทกตรง ๆ แต่เปลี่ยนจังหวะเป็นการบดหมุนวนเน้น ๆ คล้ายจงใจจะทำให้กลีบกุหลาบผลิบานออกมากกว่าเดิม... และกุหลาบที่กำลังซ่านสยิวก็สู้กลับด้วยการตอดขมิบโอบรัดแท่งร้อนนั้นไว้จนแน่นหนึบ จนแม้แต่คนแข็งแกร่งอย่างเขาก็เกือบจะขยับไม่ได้
มันคือสมรภูมิสวาทที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ แม้มานิดาจะเป็นทาส แต่เธอก็เป็นทาสที่กำลังกลืนกินความแข็งแกร่งของเขาอย่างตะกละตะกลามเช่นกัน
คนเป็นนายครางโอดโอยออกมาอย่างลืมตัวไม่ต่างกัน สะโพกสอบเร่งอัดใส่แรงรัวกระแทกไม่ยั้งจนผิวขาวจัดที่สะโพกสาวแดงเถือกเป็นปื้น เสียงเนื้อกระทบกันดัง ตับ ตับ สนั่นห้อง แม้มองไม่เห็นแต่มานิดาสัมผัสได้ถึงความแสบร้อนที่ผิวเนื้อ
“อ๊าา! นายท่าน... แรงอีก... บ่าวจะขาดใจแล้ว... อื้อออ!”
จังหวะสุดท้าย เขาถอนตัวตนออกมาอย่างรวดเร็วแล้วกดหัวเธอให้รับความแข็งขึงที่เคลือบชุ่มไปด้วยคราบรักของเธอเข้าสู่โพรงปากอีกครั้ง
“อึก... อื้อ!”
“กลืนลงไปให้หมด... อย่าให้เหลือแม้แต่หยดเดียว” เสียงทุ้มสั่งเฉียบขาดพร้อมกับเกร็งกระตุก พ่นน้ำรักร้อนฉ่าออกมาจนล้น มานิดากลืนกินมันลงไปอย่างเต็มใจ แต่สิ่งที่ท่วมท้นออกมานั้นทั้งแรงทั้งเยอะจนเธอเกือบสำลักเพราะกลืนกินไม่ทัน
ความสุขสมที่ทะลักทลายถูกแทนที่ด้วยความวาบโหวงทันทีที่เขาสะบัดตัวออก ความอุ่นซ่านยังกรุ่นอยู่ตรงดอกไม้ช่องามที่ถูกรังแกจนช้ำ แต่ใจเธอกลับเย็นยะเยียบลงอย่างรวดเร็ว
แก๊ก...
เสียงไขกุญแจมือดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับอิสระที่ข้อมือ แต่ใจเธอกลับถูกพันธนาการไว้แน่นกว่าเดิม
“หมดหน้าที่ของผมแล้วคุณดารา... นอนซะ”
เขาไม่ได้อยู่กอดตระกอง ไม่อนุญาตให้เธอเปิดไฟแม้แต่นิดเดียว มีเพียงเสียงเสื้อผ้าที่ถูกสวมใส่กลับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมห้องอีกครั้งเมื่อเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ความเย็นชาแบบนั้น... ยิ่งทำให้มานิดาสับสนจนแทบเป็นบ้า เธอซุกหน้าลงกับหมอนที่ยังทิ้งกลิ่นอายของเขาไว้ พลางกำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความโกรธและความโหยหาบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่เจตน์คงไม่มีวันมอบมันให้เธอ
ไร้ค่า!
นั่นคือสิ่งที่มานิดารู้สึก ใครต่อใครต่างก็ดิ้นรนเพื่อเอื้อมหาเธอ บางคนไม่กล้าเอื้อมด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าเธอคือดอกฟ้าที่สูงส่ง
แต่สำหรับเจตน์... เขากลับทำเหมือนเธอเป็นเพียงโสเภณีไร้ราคา เสพสมจนหนำใจ พ่นหยาดหยดแห่งความใคร่ทิ้งไว้ แล้วก็เดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยราวกับเธอไม่มีตัวตน
มานิดาแทบคลั่ง คลั่งในรสสัมผัสป่าเถื่อนที่เขามอบให้ และคลั่งในสิ่งที่เขากำลังทำให้เธอรู้สึกอยู่ในตอนนี้
ความรู้สึกที่ว่า ยิ่งเขาทำร้ายใจเธอมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งกระหายอยากได้เขา อยากถูกเขาพันธนาการไว้ให้แน่นกว่าเดิม