FS1: Count Down

2572 คำ
เวลา 22.30 น. คืนวันสิ้นปี “มึงๆ จัดผู้หญิงโต๊ะนั้นมาให้กูสักคนสิ” แทนคุณกระซิบบอกกับมาร์ตินที่นั่งอยู่ข้างๆ ในขณะที่พวกเขาสองคนกำลังนั่งฉลองวันสิ้นปีกันที่ร้านอาหารชื่อดังที่จัดงานเคาท์ดาวน์ในวันนี้ “ใช่เรื่องกูไหม?” มาร์ตินกรอกตาขึ้นอย่างรำคาญ ก่อนจะเดินตรงไปหาสาวสวยที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้าม ซึ่งดูจากท่าทีแล้ว เจ้าหล่อนก็กำลังสนใจในตัวสองหนุ่มอยู่ไม่น้อยเช่นกัน “โทษนะครับ คือเพื่อนผมเขาอยากรู้จักคุณ รบกวน...” “ได้ค่ะ” ยังไม่ทันที่มาร์ตินจะพูดจบ เจ้าหล่อนก็พูดตัดบทแทบจะในทันที ดูก็รู้ว่าเจ้าหล่อนดีใจจนเนื้อเต้น อยากที่จะรู้จักพวกเขาสองคนจะแย่แล้ว มาร์ตินกระตุกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเดินนำเธอมายังโต๊ะเดิมที่เขานั่งกับแทนคุณ เมื่อเห็นผู้หญิงที่ถูกใจเดินมาหา มีหรือที่แทนจะไม่ถูกใจ เจ้าคนกะล่อนถึงกับวิ่งใส่ทันที “สวัสดีครับ ผมแทน แล้วคุณ...เอ่อ” ประโยคทักทายสุดแสนจะเบสิกในละครไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องถูกนำมาใช้ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้อยากจะเขมือบ เอ้ย! อยากรู้จักผู้หญิงที่เขาให้ความสนใจ “ชีสเค้กค่ะ แล้วเพื่อนคุณล่ะคะ เขาชื่อ...” ชีสเค้กลากสายตาไปที่มาร์ตินด้วยท่าทางยั่วยวน แต่ชายหนุ่มมาดนิ่งกลับไม่มีท่าทีจะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะเขากำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ จนลืมสนใจคนรอบข้าง นั่นทำให้แทนถึงกับเดาะลิ้นขึ้นด้วยความขัดใจ ให้ตายเถอะ กูหล่อน้อยกว่าไอ้บ้านั่นตรงไหนวะ แทนคิดในใจ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความอิจฉาเล็ก ๆ ออกจากความคิด แล้วโปรยยิ้มหวานให้กับชีสเค้ก “อ๋อ มันชื่อมาร์ตินน่ะครับ ที่สำคัญมันมีเมียแล้วครับ” ทันทีที่แทนเอ่ยประโยคเมื่อครู่ ทำให้ทั้งชีสเค้กและมาร์ตินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มาร์ตินถึงกับงงแดกและชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง คล้ายจะพูดว่า ‘กูเหรอ?’ แทนพยักหน้าพร้อมกับส่งสายตาเชิงจะขอร้องให้มาร์ตินช่วยเขาให้ได้สมหวังกับผู้หญิงคนนี้ที เพราะสังเกตจากท่าทีแล้ว เจ้าหล่อนน่าจะสนใจในตัวมาร์ตินมากกว่าเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนชีสเค้กก็ถึงกับหน้าเหวอ เอ๋อแดก ก่อนที่เจ้าหล่อนจะกระแอมไอเรียกสติตัวเอง แล้วเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตรงมาที่แทนในทันที “แทนอยู่บ้านคนเดียวเหรอคะ” น้ำเสียงของเจ้าหล่อนทำเอาแทนถึงกับเสียววาบ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเจ้าหล่อนช่างยั่วและน่าฟัดจนเกินจะห้ามใจ บ๊ะ*! เปิดมาก็รุกกูซะแล้ว หึ ๆ เสร็จตรู* แทนยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “เปล่าหรอก ผมอยู่กับไอ้ตินน่ะ แต่คุณชีสเค้กไม่ต้องห่วงว่าใครจะรบกวนหรอกครับ เพราะคืนนี้...ไอ้ตินมันจะไปนอนบ้านเมียมัน” !!! มาร์ตินที่ถูกกล่าวหาถึงกับอึ้งกับความตอแหลของเพื่อนสนิท ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับเลิกคิ้วถาม “กูต้องนอนนอกบ้าน” มาร์ตินถามเสียงสูง ก่อนจะได้รับการพยักหน้าเป็นการยืนยัน “ก็มึงบอกว่าวันนี้มึงมีนัดกับเมียไม่ใช่เหรอ” แทนขยิบตาพลางจะบอกให้มาร์ตินเล่นตามน้ำเขาไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลัง “เมียคนไหนวะ เกิดมาก็มีมึงอยู่คนเดียวเนี่ย” มาร์ตินตีหน้าเซ่อพร้อมกับถามแทนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ให้ตาย กูให้มึงช่วย ไหงมึงมาแกล้งกูแบบนี้วะ! แทนกัดฟันกรอด ก่อนจะถลึงตาใส่มาร์ติน แล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้กับชีสเค้กที่กำลังอ้าปากหวอกับสิ่งที่มาร์ตินพูดเมื่อครู่ “อย่าไปสนไอ้บ้านั่นเลยครับ มันแค่พูดเล่นๆ เอาเป็นว่าเราไปสนุกกันดีกว่า ไปเถอะ” แทนลุกขึ้นพร้อมกับยืนมือไปข้างหน้าเพื่อรอให้ชีสเค้กตอบรับ “แล้วคุณมาร์ตินล่ะคะ” จะเสร็จกูอยู่แล้วยังไปสนใจไอ้ตินอีก ให้ตาย! แทนได้แต่เจ็บใจอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ยังมีใจที่จะฮึดสู้ เพราะตราบใดที่มาร์ตินไม่สนใจเธอ เธอก็ต้องเป็นของเขา “อย่าไปห่วงมันเลยครับ เห็นมันไม่พูดแบบนั้น สาวในฮาเร็มมันเยอะจะตาย แค่มันโทรกริ๊งเดียว ผู้หญิงก็วิ่งโร่มาหามันแล้ว ไปเถอะครับ” แทนรีบถือโอกาสโอบเอวชีสเค้กแล้วเดินลั้นล้าออกไปนอกร้านด้วยความสุขอุรา โดยหารู้ไม่ว่าเขาได้ทิ้งให้เพื่อนอีกคนต้องเผชิญกับเรื่องวุ่นวายเพียงคนเดียว “โทษทีนะ มึงชื่อแทนใช่ไหม” ทันทีที่แทนเดินจากไป ก็มีผู้ชายกล้ามใหญ่สองคนเดินมาถามมาร์ตินทันที มีหรือคนที่มีนิสัยไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใครอย่างมาร์ตินจะสนใจ และที่สำคัญ เขาไม่ได้ชื่อแทนสักหน่อย “นี่! กูถามว่ามึงชื่อแทนรึเปล่า ไม่ได้ยินหรือไง!” ไอ้หน้าจิ๊กโก๋สองคนขึ้นเสียง แต่มาร์ตินก็ยังนั่งดื่มเหล้าต่อไปเช่นเดิม “เอ๊ะ! นี่มึงหูหนวกหรือไงวะ!” เพล้ง! ทันทีที่ไอ้จิ๊กโก๋คนแรกมันฟาดขวดเบียร์ลงบนโต๊ะ มีหรือที่คนอย่างมาร์ตินจะยอมอยู่เฉย ไม่มีทาง พลั่ก พลั่ก! เคร้ง! กรี๊ดด! และแล้วความชุลมุนวุ่นวายในร้านอาหารก็เกิดขึ้น เมื่อผู้คนในร้านต่างส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก และพากันวิ่งหนีออกจากเหตุความวุ่นวายเพราะกลัวโดนลูกหลง “โอ๊ย! พอแล้ว ๆ ยอมแล้ว ๆ อย่าทำร้ายผมเลย ผมยอมแล้ว อั่ก” “อั่ก พวกผมแค่ถูกสั่งให้มารับตัวคนชื่อแทนกลับบ้านแค่นั้นเอง ยะ อย่าทำอะไรผมเลย เจ็บแล้ว” ไอ้จิ๊กโก๋สองตัวที่ถูกมาร์ตินเอาคืนถึงกับก้มกราบเท้ามาร์ตินเพื่ออ้อนวอนขอชีวิต เมื่อได้ยินดังนั้น มาร์ตินจึงหยุดเตะเจ้าจิ๊กโก๋สองคนนั้น ก่อนจะยกมือจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “หึ ทีหลังหัดสืบให้ดี ๆ หน่อย ว่าใครคือคนที่พวกมึงตามหา เพราะกูชื่อมาร์ติน ไม่ได้ชื่อแทน” มาร์ตินขับรถเปิดประทุนออกมาเรื่อย ๆ เพื่อชมบรรยากาศวันสิ้นปี ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเขาก็พบเจอแต่แสงไฟสปอร์ตไลท์ และงานเลี้ยงฉลองต่าง ๆ ที่มีอยู่เต็มเมือง เขาจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ แล้วขับรถไปเรื่อย ๆ เพื่อฆ่าเวลา เหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่า เขาไม่มีที่ไปมากกว่า ก็เลยต้องรอให้แทนติดต่อมาอีกครั้งว่าเขาเสร็จภารกิจแล้ว ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แทนใช้วิธีนี้ในการงาบผู้หญิงไปค้างคืนที่ห้อง และทุกครั้งเขาก็จะไปหาอะไรทำฆ่าเวลาเพื่อรอให้แทนโทรมาบอกว่าเข้าห้องได้ เขาถึงจะกลับ แต่วันนี้ เขาตัดสินใจว่าจะไปสะสางเรื่องบางอย่างให้มันจบ ดีกว่าปล่อยให้ค้างคาไม่จบสิ้นสักที Tan’s Part. ผมขับรถพาชีสเค้กมายังลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าที่ปลดเบลท์ให้เธออย่างช้า ๆ ซึ่งแน่นอนว่าใบหน้าของเราสองคนห่างกันเพียงแค่คืบ หึๆ เสร็จกูแน่ “แทนคะ ชีสขอโทษนะ แต่ว่าแทนไม่ใช่คนที่ชีสอยากสวิงด้วยหรอก” !!! วะ ว่าไงนะ! จู่ ๆ มาบอกว่าไม่ได้อยากสวิงกับกูเนี่ยนะ เย็นไว้ ๆ ไอ้แทน มึงต้องยิ้มไว้ก่อน ยังไงเหยื่อก็อยู่กับมึง “อะฮึ่ม! เอ่อ ทะ...ทำไมชีสเค้กถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ ก็ในเมื่อ...” “ขอโทษนะคะแทน แต่คนที่ชีสเล็งไว้ไม่ใช่แทน แต่เป็นมาร์ตินต่างหาก” เชี่ย! ไอ้ตินอีกแล้วเหรอวะ ผมไม่อยากจะพูดหรอกนะ เรื่องนี้มันน่าอายมาก แต่กูพลาดหญิงมาสิบกว่าราย ด้วยเหตุผลแบบนี้อีกแล้ว เวรกรรมอะไรของผมกันวะเนี่ย! “แต่แทนอยากให้ชีสลองดูก่อน…นะครับ” ผมส่งสายตาอ้อนสุดฤทธิ์ ช่วยเข้าใจหน่อยเหอะ ตอนนี้น้องกูแข็งได้ที่ละ อย่ามาทำให้อยากแล้วก็จากไปนะเว้ย “ไม่ดีกว่าค่ะ ชีสหมดอารมณ์ อ่อ ขอบใจแทนนะที่มาส่ง บายจ้ะ” ปัง! เมื่อกี้แม่คุณว่ายังไงนะ! ขอบใจที่มาส่ง นี่แสดงว่าคุณเธอหลอกให้ผมว่าส่งงั้นเหรอ อ๊าก! ไอ้แทนโดนหญิงหลอกเหรอเนี่ย ให้ตาย! ผู้หญิงนี่ร้อยเล่มเกวียนจริง ๆ ผมฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะทำการสำเร็จความใคร่ให้ตัวเอง เพราะยังไงซะ วันนี้เหยื่อก็หมดละ แถมอารมณ์ผมมันยังค้างอีก แม่งเอ๊ย! จะบ้าตาย ยัยผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงมาหลอกผมวะ! “อื้อ” ผมครางออกมาด้วยความเสียว ในขณะที่มือของผมเริ่มชักเร็วขึ้นเรื่อย ๆ อ๊า ผมหลับตาและจินตนาการว่ากำลังเอากันกับใครสักคน ซึ่งผม อ๊า อย่างน้อยก็ช่วยให้ผ่านคืนนี้ไปได้ล่ะนะ ครืดๆ อา... ไอ้บ้าที่ไหนโทรมาขัดจังหวะวะเนี่ย ใกล้จะถึงแล้ว อ๊า ผมหยุดไม่ได้จริง ๆ ครืดๆ โธ่เว้ย! จะโทรมาอะไรนักหนาวะ ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ “ฮัลโหล อ๊า” อุ๊บ! ผมรีบกัดริมฝีปากตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะเผลอครางใส่โทรศัพท์ แต่...อ๊า ผมจะเสร็จแล้ว อ๊า... [เป็นเชี่ยไร นี่อย่าบอกนะว่ากำลังสวิงกับยัยนั่นอยู่] โธ่เอ๊ย! ไอ้ตินนี่เอง ผมนึกว่าใคร “อื้อ กู อ๊า อ๊า อ๊า อื้อ” ผมผ่อนลมหายใจออกช้า ก่อนจะเปิดเอากระดาษชำระที่อยู่ในเกะออกมาเช็ดคราบที่ผมปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ [นี่มึง...ไม่อายกูเหรอ] ไอ้ตินมันพูดด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม “ถ้ากูอายก็คงไม่ครางใส่มึงหรอก” [ทำไมกูได้ยินแต่เสียงมึงคราง แล้ว...?] “แล้วอะไร โวะ! มึงอย่ามาขี้สงสัยน่า ตอนนี้ชีสเค้กหมดแรงนอนอยู่ข้างกูเนี่ย แม่ง...ลีลาโคตรแจ่มอะมึง หึ ๆ” ไม่อยากจะบอกเลยว่ากูโกหกหน้าด้านๆ ชีสเค้กที่ไหนมี มีแต่มือกูเนี่ย เฮ้อ! อนาถชีวิตตัวเองชิบหาย [เหรอ ก็ดีนี่ อีกสามสิบนาทีจะปีใหม่แล้วนะ] “อือ” [วันนี้กูจะไม่กลับบ้านนะ ] เสียงไอ้ตินฟังดูเศร้าๆ หึ ๆ สงสัยแม่งจะคิดถึงผมแน่ ๆ อ๊ะ ๆ อย่าคิดกันไปไกลนะครับ ผมแค่ล้อเล่น “มึงจะไปไหน” [มีเรื่องต้องเคลียร์นิดหน่อย ไม่ต้องห่วง กูจะกลับประมาณตอนเช้า] ฟังจากน้ำเสียงของเพื่อนแล้ว ผมเชื่อว่า ‘เรื่องต้องเคลียร์’ ที่มันหมายถึงต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ ๆ “มึงจะทำอะไร” ผมถามเสียงแข็ง [เรื่องของกูน่า ทีมึงยังไปสวิงกับสาวเลย กูก็จะไปสวิงกับสาวของกูเหมือนกันแหละน่า หึ ๆ] ไอ้ตินมันหัวเราะ บ๊ะ! ไอ้เราก็อุตส่าห์เป็นห่วง ที่ไหนได้แม่งจะไปสวิงกับหญิงนี่เอง “เออๆ โชคดีมีชัยเว้ย ” ผมหัวเราะ ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับรถออกจากคอนโดแห่งนี้ [อือ] ติ๊ด! พอไอ้ตินวางสายไป จากนั้นผมก็ขับรถไปเรื่อย ๆ เทศกาลปีใหม่แบบนี้รถก็ต้องติดเป็นธรรมดา จริงไหมล่ะครับ ที่สำคัญตอนนี้ก็ใกล้จะเคาท์ดาวน์แล้วด้วย เฮ้อ! ผมรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เพราะปกติแล้วผมจะรอเคาท์ดาวน์กับไอ้ตินมัน แต่ปีนี้มันกลับไม่อยู่ซะงั้น บอกตรง ๆ ว่า โคตรเหงาเลยครับ ผมกดเปิดเพลงฟังแก้เหงา ก่อนจะทอดสายตาออกไปมองข้างถนน ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ต่างกำลังมีความสุขกับการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าและรอต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะเข้ามา แสงไฟต่าง ๆ มากมายทำให้บรรยากาศของการเฉลิมฉลองสนุกสนานมากขึ้น และสิ่งที่ทำให้คืนนี้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ ก็เห็นจะเป็นพวกคู่รักน่ะสิครับ มองไปทางไหนก็เห็นแต่มาเป็นคู่ ไม่สงสารคนโสดแบบผมบ้างเลย เอาจริง ๆ ผมเองก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองโสดมานานขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์กับแฟนเก่ามากขนาดนั้น นี่ก็เลิกกันมาเกือบจะปีละ แล้วอีกอย่างนะ พอผมเริ่มจะจีบใครจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง ผมก็ถูกปฏิเสธเป็นว่าเล่นในปีที่ผ่านมา เฮ้อ! สงสัยดวงจะตกจริง ๆ 23.59 น. ปัง! ปัง! เสียงจุดพลุดังขึ้น ทำให้ผมจอดรถบริเวณลานกว้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า พลุมากมายหลากสีถูกจุดขึ้นบนทั้งฟ้า ทำให้ท้องฟ้าไม่มืดมนอีกต่อไป เป็นสัญญานเตือนเราทุกคนให้รู้ว่า ปีใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ก็นั่นแหละ การเคาท์ดาวน์บนรถนี่โคตรสนุกเลยว่ะ (ประชด) ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาหาเบอร์ไอ้เกลอสุดที่รัก ก่อนจะกดโทรออก ถึงแม้ตอนนี้มันจะทำสถิติสวิงข้ามปีอยู่ก็ตาม แต่ผมก็ขอขัดจังหวะมันสักหน่อยเถอะ ในเมื่อกูไม่มีความสุข มึงก็ต้องไม่มีความสุขล่ะวะ ฮ่า ๆ ติ๊ด อ่า มีคนรับละ หึ ๆ อยากได้ยินเสียงครางของหญิงที่มันสวิงด้วยจริง ๆ เลย [อั่ก ทะ...แทน] !!! “มึงอยู่ที่ไหน! เวรเอ้ย!” ผมสบถเสียงดัง ก่อนจะออกรถด้วยความรวดเร็ว ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ไอ้ตินมันอยู่ที่ไหน แต่เท่าที่ผมได้ยินเสียงมัน ผมก็รู้แล้วว่ามันกำลังโดนรุมทำร้ายอยู่ [ยะ...ยะ...อย่ามานะ] เสียงของไอ้ตินเบามาก จนผมสามารถรับรู้ได้ว่ามันเจ็บหนักแค่ไหน แม่งเอ๊ย! ทำไมมันโง่แบบนี้วะ ผมนึกไว้แล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีแน่ ๆ “มึงไม่ต้องมาพูดเลยนะ ทำอะไรแบบนี้โดยไม่บอกกูได้ยังไง แม่ง! แล้วนี่มึงอยู่ที่ไหน” ตอนนี้ผมเดือดจนแทบจะฆ่าคนได้ละ ไอ้หน้าไหนมันกล้ามารุมเพื่อนผมวะ! [Happy new years อั่ก มึงใช่ไหมที่ชื่อแทนน่ะ ถ้ามึงไม่อยากให้เพื่อนมึงตาย มึงก็รีบมาที่นี่ด่วน ไม่งั้นเพื่อนมึงไม่รอดแน่!] ประโยคหลังเป็นเสียงของใครสักคนที่ผมเชื่อว่ามันจะต้องเป็นคนที่ทำร้ายไอ้ตินอยู่แน่ ๆ “ที่ไหน” ผมข่มอารมณ์สุดชีวิต ก่อนจะรีบบึ่งรถไปตามสถานที่ที่มันบอก “อดทนไว้นะติน รอกูก่อน..."
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม