กัณหาจอดรถญี่ปุ่นคันกะทัดรัดของตนไว้บริเวณลานจอดร้านอาหาร ในใจกำลังตีกันวุ่น จะเข้าไปหรือไม่ไป งานเลี้ยงรุ่นเพื่อนนักเรียนสมัยม.ปลายก่อนตามแม่ไปอยู่ต่างประเทศ
เธอเจอปัทม์ในมหาวิทยาลัยซึ่งไปเป็นอาจารย์พิเศษ วิชาตามสาขาที่จบมา
“นิลถึงไหนแล้ว”
ปัทม์แว่วมาตามสาย
“ลานจอดรถแล้วจ้ะ”
ตอบแล้วนึกอยากเขกกะโหลกตัวเอง รู้อย่างนี้น่าจะปฏิเสธไปเสียก็ดี
“ได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวไปรับ”
สายตัดลงพร้อมกับการถอนหายใจยาว เอาเถอะน่า คงไม่โชคร้ายเจอคนไม่อยากเจอหรอก หรือหากเจอจริงๆ เขาคงลืมเรื่องเธอหมดไปแล้ว แม้ว่ากัณหาจะไม่เคยลืมก็ตาม
“โอ้โห นิลเป็นด็อกเตอร์วิศกรปริโตเลียม เก่งจัง”
เพื่อนได้ฟังดีกรีการศึกษาพากันอุทานชม กัณหาแกล้งกวาดสายตามองทุกคน แม้ใจกระตุกกับร่างสูงๆ เขายังคงเป็นกุมุท หนุ่มหน้าตาดี ท่าทางจริงจังเป็นที่พึ่งพาได้
กุมุทผู้ไม่มีชื่อเล่น แต่ชื่อจริงเสมือนตัวที่แปลว่าดอกบัวขาว ไร้มลทินด่างพร้อย ขาวทั้งความประพฤติและผิวสะอาดสะอ้านตามเชื้อสายลูกผสมจีน
“แล้วงานนิลต่างจากงานไอ้คิ้มยังไง เห็นจบปริโตๆ เหมือนกัน”
หนุ่มเนื้อหอมพยักพเยิดไปทาง “ไอ้คิ้ม” ซึ่งกำลังเคี้ยวไก่ทอดอยู่
“กูจบปริโตเคมีเว้ย นิลจบปริโตเลียม ใกล้เคียงกันแต่ไม่เหมือนกัน”
คนโดนพาดพิงโวย
“จริงๆ ในอุตสาหกรรมปริโตเคมีแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ คืออัพสตรีม แบบงานของฉัน ทำตั้งแต่สำรวจหาแหล่งน้ำมัน ขุดเจาะ ผลิต แบบที่อยู่บนแท่นกลางทะเลนั่นแหละ”
เธอร่ายตอบคำถามเดิมๆ ซึ่งผู้คนมักสงสัย
“ส่วนของกูคือดาวน์สตรีม งานเริ่มเวลาน้ำมันดิบมาถึงโรงกลั่น ที่ได้มาจะไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แบบ น้ำมัน พลาสติก พวกเชื้อเพลิงต่างๆ ปริโตเลียมเจลลี่หรือวาสลีนทาปากนั่นก็มาจากฝีมือพวกฉันนะจ๊ะ”
วิศวกรปริโตรเคมีเสริม ปากเต็มไปด้วยไก่ แต่ตาแกล้งเจ้าชู้ใส่ สาวๆ ซึ่งเบ้ปากร้องยี้
“แล้วนิลต้องขึ้นแท่นขุดเจาะน้ำมันบ่อยไหม”
คิ้มซักเพื่อนร่วมสายอาชีพ
“งานส่วนมากจะเป็นโอเปอร์เรชั่นอยู่บนแลนด์ มีออฟชอร์บ้าง”
“ทั้งเก่ง ทั้งสวยออกอย่างนี้แต่งงานแล้วหรือยัง”
อดีตทอมแม่ลูกสองถามทึ่งๆ
“ลูกหนึ่งแล้วจ้ะ”
เสียงแสดงความยินดีจากเพื่อนกรี๊ดกราด ทุกคนเปลี่ยนไปจากสมัยม.ปลาย บางคนอ้วนขึ้น บางคนผอมลง บ้างครั้งหนึ่งไม่ถูกชะตา ตอนนี้กลายเป็นชื่นชม เปลี่ยนไปไม่เว้นแม้แต่กุมุท
โลกที่นิ่งกลับมาหมุนอีกครั้ง เขารับเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์บางเบาจากบริกร ยกจิบดึงสติ เพื่อนพูดคุยกันจ๊อกแจก แต่หูกลับได้ยินบทสนทนาเธอชัดเจน
กัณหาผู้มีชื่อเล่นว่านิล คนปากเปราะในห้องเคยนินทากันสนุกปากว่าแม่ช่างตั้งได้เหมาะ ตัวดำเหมือน “นิล” สมชื่อ เธอเปลี่ยนไปมาก เป็นผู้ใหญ่กิริยาสุขุม
ผมยาวขึ้น ยิ้มเยอะ จมูกรั้น ดวงตาแม้นิ่งแต่แวบหนึ่งยังคม พร้อมเชือดเฉือนเหมือนเดิม เขาแปลกใจที่กัณหาเรียนจบถึงดอกเตอร์ สมัยม.ปลายเธอไม่มีวี่แววคนขยัน ชอบโดดเรียนไปอยู่ในห้องสมุดเป็นประจำ
“ลูกหนึ่งแล้วจ้ะ”
บางอย่างขัดๆ ขึ้นในอก กัณหาแต่งงานแล้ว ...กับคนอื่น มีลูก เรื่องระหว่างเขาและเธอคงเป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากลองตามประสาวัยรุ่น
“เดี๋ยวกลับแล้ว ประมาณเที่ยงคืน อยากกินอะไรไหม จะแวะซื้อให้ เหรอ... งั้นเอาชีสไบท์แช่ไว้ในตู้เย็นนะ นอนก่อนได้เลยจ้ะไม่ต้องรอ”
บทสนทนาที่เหมือนจะธรรมดา ทำเอาคนออกจากจากห้องน้ำหยุดชะงัก กัณหากำลังคุยโทรศัพท์ ใบหน้ายิ้มแย้ม ปลายสายคงเป็นสามี
สามี! กุมุทหน้าตึงขึ้นมากะทันหัน คำนี้ใช้เรียกผู้ชายซึ่งแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพฤตินัยและนิตินัย
แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นของคนอื่นมาก่อนตาม อย่างเช่น กัณหากับกุมุทเคย...
ข้างห้องน้ำก่อกำแพงอิฐมอญแดง ตรงกลางใส่ระแนงไม้โปร่งแทนหน้าต่าง ร้านปลูกไม้เลื้อยเขียวชอุ่มตามกำแพงเชื่อมเรือนจัดเลี้ยง กัณหาจึงเพลินทั้งตาและการคุย ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกแอบมอง
เธอยิ้มอ่อนโยนอย่างนี้ได้ด้วยหรือ เคยเห็นแต่ทำหน้าเฉยเวลาโดนอาจารย์ตักเตือนเรื่องความประพฤติ ตาคู่นั้นกุมุทเคยเห็นคมวาวเหมือนแมวโกรธ
เขาเดินเข้าใกล้ ไอร้อนเดือนเมษาบวกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้หวลคิดถึงหมากฝรั่งแอปเปิล รสหวานลิ้นและหอมอวล ซึ่งกัณหาเคยให้ลิ้มลอง
“สบายดีเหรอ”
กุมุททักเก้อเขินเมื่อเธอคุยโทรศัพท์เสร็จ เผลอตัวมายืนอยู่ข้างหลังกัณหาเสียแล้ว ห่างกันแค่พอเอื้อมมือ
“ค่ะ สบายดี คุณละคะ”
เธอถามกลับเรียบเฉย เหินห่าง มองเขาแวบเดียว ก่อนเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง บุคลิกนิ่งไม่เหลือเค้าเด็กสาวเลือดร้อนในสมัยม.ปลาย
“...ผมก็สบายดี”
บทสนทนาจบลง กัณหายิ้มให้ตามมารยาท จากนั้นขอตัวกลับเข้าไปในงาน ลมกลางคืนพัดมาเบาๆ ให้คลายร้อน ปลายผมเธอยามสะบัดหน้า แตกเส้นกระทบแก้มเขา ...เล็กบางนุ่ม
กุมุทกลับเข้างาน กัณหากำลังคุยกับเจ้าของฟิตเนส แก้วเหล้าเพื่อนเติมให้มิได้ขาด มือยกกระดกแต่ในใจกลับนึกถึงอดีต
พบกันครั้งแรกกุมุทไม่ชอบกัณหา เธอคือตัวปัญหา ไม่สนใจเรียน ปากเคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆ ข่าวลือหนาหูเรื่องครอบครัว แม่กัณหาเป็นผู้หญิงอาชีพคลุมเครือ มีสามีเป็นชาวต่างชาติ
เขาในฐานะหัวหน้าห้องจึงได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้ดูแล ตามจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องการเรียนที่แย่มากของเธอเสมอ
“เอาแต่เรียนอย่างเดียวมันสนุกเหรอ”
กุมุทนึกดูถูกคำถามของเธอ เพราะมันแสดงถึงความไม่ฉลาดเอาเสียเลย
“มีแต่กระดาษขาวดำ พิมพ์เรื่องน่าเบื่อ”
“เธอคงไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยีที่เรียกว่าพิมพ์สี เรื่องอย่างนี้ถ้าเราอ่านหนังสือก็จะรู้”
เขาเหน็บเนียนๆ
“นายด่าฉันว่าโง่นี่”
“ฉันไม่ได้พูด เธอพูดเอง”
เธอเม้มปาก แล้วสักพักก็หรี่ตาลง
“จ้ะ นายเด็กเรียน เคยจูบกับผู้หญิงหรือเปล่าล่ะ”
ดวงตาวาวจ้องมาพราวระยับอย่างล้อเลียน ยามเขาบังคับติวหนังสือให้ เพราะเรียนไม่ทันเพื่อน กัณหาสมัยม.ปลาย ผมสั้น ผอมเกร็ง
เพื่อนทอมล้อเธอดำตับเป็ด เหยียดว่าสกปรก ไม่อาบน้ำมาโรงเรียน จึงกลายเป็นสงครามขนาดย่อมๆ ฉะกันทั้งมือไม้ เล็บข่วน เท้าเตะและวาจาด่าทอล้อกันอย่างเผ็ดร้อน
เขาจำต้องรับหน้าที่กรรมการห้ามมวย กุมุทไม่ชอบเธอ ไม่ชอบเอาเสียเลยจริงๆ
ปลายเดือนกุมภาในห้องสมุด อากาศหนาวเปลี่ยนเป็นเริ่มร้อนอบอ้าว ชุดนักเรียนยับๆ กระโปรงน้ำเงินถลกไปถึงเอว ขณะกางเกงสีกากีรูดซิบลง
มุมมืดหมวดหนังสือสารานุกรมภาษาอังกฤษไม่มีคน หมากฝรั่งแอปเปิลที่กุมุทได้ลิ้มลอง จากปากเธอสู่ปากเขา
ภาพความทรงจำในวันนั้นย้อนกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง กุมุทนัดกัณหามาติวหนังสือที่ห้องสมุด เพราะอาจารย์เรียกเขาไปพบ เล่าให้ฟังว่าคะแนนเก็บเธอไม่ดีนัก ต้องทำรายงานส่ง
กัณหามาช้าสามสิบนาที กุมุทรอจนหงุดหงิด แถมเธอยังทำทองไม่รู้ร้อน เคี้ยวมากฝรั่งมาเสียด้วย
“รีบทำรายงาน ส่งซะ ฉันเลือกหัวข้อไว้แล้ว หนังสืออ้างอิงก็อยู่นี่”
เขาบุ้ยปากทางหนังสือสี่ห้าเล่มเรียงซ้อนบนโต๊ะ
“เยอะขนาดนี้อาจารย์ไม่อ่านหรอกน่า” กัณหาหยิบหนังสือเปิดดูผ่านๆ
“ทำงานชุ่ยๆ อาจารย์ก็ไม่ให้คะแนนเหมือนกันนั่นแหละ
“ซีเรียสไปได้กะอีแค่คะแนน”
เธอท้าวคาง เป่าหมากฝรั่งเป็นลูกโป่งกลมยั่วเขา ชอบใจที่กุมุทนิ่วหน้าขยับรังเกียจเมื่อลูกโป่งหมากฝรั่งแตกดังโป๊ะ
“ในห้องสมุดห้ามเอาหารเข้ามากิน”
“เปล่าเอามากิน แค่เคี้ยว รสนี้อร่อยดี เพิ่งออกใหม่ด้วย”
กัณหาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตลบเศษหมากฝรั่งเข้า กุมุทใจกระตุกแปลกๆ
“ฉันจะไปหาหนังสืออ้างอิงมาเพิ่ม”
เขาลุกหลบไปทางชั้นสารานุกรมภาษาอังกฤษ คิดสับสนว่าเมื่อกี้เธอยั่วหรือเปล่า กัณหาทำเหมือนนางเอกหนังโป๊ในวีดีโอของพ่อเพื่อนซึ่งเคยแอบเปิดดูกัน
บนจอโทรทัศน์ที่เคยเห็น มีสาวเนื้อตัวเปลือยเปล่า อกเต็มตึงตั้งเต้า เขาไม่รู้สึกอะไรกับก้อนไขมันแปะบนหน้าอกผู้หญิงหรอก
กุมุทมุ่งมั่นจะเป็นหมอตามพ่อแม่ กายวิภาคมนุษย์ขั้นพื้นฐานเขาคุ้นเคยดีจากหนังสือทางการแพทย์ในบ้าน
ทว่าเพื่อนร่วมดูวีดีโอกลับหน้าแดง หายใจฟืดฟาด บางคนถึงขนาดไปห้องน้ำเพื่อทำกิจส่วนตัว กุมุทไม่มีอารมณ์กับผู้หญิงในจินตนาการบนจอสี่เหลี่ยม
“โป๊ะ”
เขาสะดุ้งโหยง กัณหามายืนข้างหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
“ขวัญอ่อนจริงหัวหน้าห้อง”
เธอยิ้ม แลบลิ้นเลียริมฝีปากเก็บเศษหมากฝรั่งที่แตกอีกแล้ว
“กลัวหมากฝรั่งเหรอ ออกจะอร่อย”
คนแกล้งยื่นหน้ามาใกล้ ความอุ่นจากผิวกายเธอแผ่มาปะทะ ปรกติไม่มีเด็กผู้หญิงเข้าใกล้เขาถึงเพียงนี้ ด้วยความตกใจกุมุทจึงถอยตั้งหลักจนหลังติดชั้นหนังสือ อาการเขายิ่งทำอีกฝ่ายชอบใจ
“กลัวฉันหรือหมากฝรั่ง”
รอยยิ้มร้ายพรายบนริมฝีปาก ด้วยท่าทีแปลกไปมากของเขากระมัง ชวนให้กัณหายิ่งอยากเย้าจนกลายเป็นยั่ว
“อย่ามาพูดอะไรแปลกๆ แถวนี้”
“อะไรที่แปลก ฉันก็พูดธรรมดา หรือหัวหน้าห้องคิดอะไรกับฉัน ว๊าย! ลามก”
“เธอประสาทหรือไง ใครจะบ้าคิดเรื่องลามกกับเธอ”
“ถ้าไม่คิดแล้วหน้าแดงทำไม”
“เรื่องของฉันน่า เธออย่ายุ่ง
แต่กัณหากล้าและก๋ากั่นมากกว่านั้น
“อ่อนจัง! วันหนึ่งนายก็ต้องทำเรื่องลามกกับผู้หญิงสักคนแหละน่า เอ... หรือว่าเด็กดีในคอนโทรลอาจารย์อย่างนายแม้แต่หนังโป๊ก็ไม่เคยดู”
เธอหัวเราะคิก จี้ใจดำตรงกับเรื่องที่เขาโดนเพื่อนดูถูกว่าเด็ก จนไม่เกิดอารมณ์ทางเพศกับสาวในวีดีโอโป๊ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กับคนไม่เคยแพ้ใครกับกุมุทถือเป็นเรื่องใหญ่มาก