แม้จะต้องเร่งมือทำอาหารมื้อค่ำให้เจ้านายทั้งสองที่จู่ๆ ก็กลับมา แล้วยังต้องทำเมนูพิเศษสำหรับคนป่วยเพิ่มมาอีก แต่เสียงซุบซิบทั้งจากสมศรี แม่ครัววัยกลางคนรูปร่างท้วมผิวสองสี และสวย สาวใช้ร่างใหญ่ผิวคล้ำที่เข้ามาเป็นลูกมือ ก็ยังดังไม่ขาดปาก ซึ่งหัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องเจ้านายไปได้ ครู่หนึ่ง หยกก็ก้าวฉับๆ เข้ามานั่งกับพื้นครัว หอบหายใจแรงเหมือนไปวิ่งแข่งมา สองคนที่กำลังช่วยกันเตรียมอาหารหันไปมองอย่างสงสัย
“แค่จัดเสื้อผ้า ทำไมถึงทำท่าเหนื่อยขนาดนี้ยะ” สวยถามขึ้นทันที
“เหนื่อยเพราะวิ่งหนีคุณบุษมาน่ะสิ”
“อ้าว! หนีทำไม เมื่อก่อนก็เห็นมีแต่แกที่ถูกคอกับแม่คุณนายนั่น” สวยถามอย่างสงสัย คำที่เรียกขานบุษบงกชบอกให้รู้ว่าไม่ค่อยถูกชะตากับอดีตเจ้านายคนนี้สักเท่าไร
“ก็คุณบุษน่ะสิ มาคราวนี้ดูแปลกๆ มองฉันเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วยังบอกว่าตัวเองชื่อบัว ไม่ได้ชื่อบุษ”
“อะไรนะ มันบ้าไปแล้วหรือ กรรมคงตามทันละสิ ทำกับคนที่นี่ไว้เยอะ แต่น่าแปลก คุณรุจน์ยังพามันกลับมาอีก แถมท่าทางเอาอกเอาใจด้วย” สวยพูดอย่างหมั่นไส้
“ถ้าคุณบุษกลับมาอยู่กับคุณรุจน์ แล้วหมอเอกล่ะ” แม่ครัวเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“นั่นสินะ ก็มันหนีไปกับหมอเอกนี่นา หรือว่า...”
“คนบ้านนี้ทำอาหารด้วยปากหรือไง เสียงดังออกไปถึงหน้าบ้าน อยากให้พี่รุจน์เข้ามาจัดการใช่มั้ย รีบทำเข้า” นนทรีเดินเข้ามาในครัว เอ่ยเสียงเข้มอย่างวางอำนาจก่อนจะเดินกลับออกไป แต่แล้วก็ชะงักเท้า หันกลับมา กวาดสายตามองทุกคนอีกครั้ง “อย่านินทาเจ้านาย ระวังจะตกงานเอาง่ายๆ”
ทั้งสามเงียบกริบ ไม่กล้าตอบโต้อะไร แต่พอคล้อยหลังนนทรี สวยก็พึมพำออกมาทันที
“แม่คนนี้ก็เหมือนกัน เพิ่งมาบ้านนี้ไม่กี่ครั้ง ทำมาวางท่าอย่างกับเป็นเจ้านายพวกเรา ว่าแต่มันเป็นใครวะ?”
“เอาเถอะ รีบทำงานเข้า มานังหยก มาช่วยกัน” แม่ครัวตัดบท ไม่ร่วมสงสัยไปกับสวยให้มากความอีกต่อไป แต่ต่างก็รู้ดีว่า ต่อไปบ้านนี้จะต้องมีเรื่องสนุกๆ ให้คอยติดตามแน่นอน
บัวบูชามองตามชายหนุ่มทุกฝีก้าว ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ แววหวาดหวั่นยังปรากฏชัดอยู่ในดวงตา ภาพเขากดเธอให้จมน้ำไม่อาจลบเลือนไปด้วยคำพูดหวานหู รอยยิ้มอ่อนโยน หรือแม้แต่การแสดงออกถึงความรักความเอ็นดู ทำให้ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้และวนเวียนอยู่ไม่ห่าง เธอจะคอยจับตามองอย่างระแวดระวังเสมอ
ศุภรุจน์เองก็รู้ตัวว่าหญิงสาวจับตามองเขาอยู่ สายตาหวาดหวั่นกับอาการหวาดกลัวจนลนลาน แม้จะลดน้อยลงไปบ้าง แต่ก็คงไม่หมดไปง่ายๆ ทั้งการที่เจ้าตัวยังคงยืนยันว่าตนเองชื่อบัว ไม่ใช่บุษ ก็บ่งบอกว่าเธอยังไม่หายเป็นปกติ สติสัมปชัญญะยังไม่กลับคืนมาเต็มที่ เขาคิดว่าหากทอดเวลานานไปแล้วเธอยังจำตัวเองไม่ได้แบบนี้ ก็จะพาไปพบหมอเพื่อหาทางรักษาต่อไป
“ทำอะไร” บัวบูชาถามเสียงแหลม พร้อมขยับตัวหนี เมื่อศุภรุจน์นั่งลงบนเตียงที่เธอนั่งอยู่ก่อน
“ดึกแล้วนะบุษ นอนเถอะ ยังไม่หายดี ต้องพักผ่อนเยอะๆ”
“ฉันหายแล้ว แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันชื่อบัว” เธอย้ำอีกครั้งเพื่อจะลองหยั่งเชิงดูว่าเขาจะเชื่อหรือไม่
ศุภรุจน์ยิ้ม ซึ่งเธอเดาความหมายไม่ออก ก่อนเขาจะพูด
“บัวน้องสาวของบุษน่ะหรือ”
“ใช่...นายรู้?” บัวบูชารีบตอบออกไป น้ำเสียงตื่นเต้นเพราะคิดว่าเขาเชื่อคำพูดเธอแล้ว ทว่าต้องหน้าง้ำ คิ้วขมวดกับคำพูดกลั้วหัวเราะที่ออกจากปากเขาอีกรอบ
“รู้สิ ก็บุษเล่าให้พี่ฟังเอง บัว น้องสาวฝาแฝดที่ชอบแกล้งให้บุษถูกพ่อแม่ตี บัวที่นิสัยไม่ดี บัวที่จมน้ำตายไปแล้ว บุษถึงได้กลัวน้ำ ไม่ชอบเล่นน้ำ...”
“เดี๋ยวๆ นายว่าอะไรนะ!” บัวบูชาที่นิ่งฟังถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินที่เขาพูด
...บุษ นี่ตัวบอกนายคนนี้ว่าเค้าตายไปแล้วหรือ ทำไมแช่งเค้าแบบนี้ล่ะ เธออดมีคำถามกับคนที่ตายไปแล้วไม่ได้
“บัวน่ะตายไปนานแล้ว คนตรงหน้าพี่คือ บุษบงกช...เมียของนายรุจ” เขาจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ บังคับให้หันหน้ามามองและสบตาเขา ฟังประโยคที่เขาตั้งใจพูดช้าๆ ชัดๆ หวังให้เธอซึมซับและรับรู้
บุษบงกชเมียของนายรุจ...ช่างกล้าพูด นายไม่ใช่หรือที่คิดจะฆ่าฉัน ไม่ใช่สิ นายจะฆ่าบุษคนที่บอกว่าเป็นเมีย หญิงสาวได้แต่ตะโกนถามเขาในใจ นึกอยากจะพูดถามออกไปเสียจริงๆ
เพราะนิ่งคิด เผลอไผลไม่ทันระวังตัว บัวบูชาจึงถูกผู้ชายตรงหน้าจุมพิตหนักหน่วงบนหน้าผาก ก่อนจะเลื่อนมาที่นวลแก้ม
“อี๋...ออกไปนะ” พอรู้สึกตัว หญิงสาวก็รีบดันใบหน้าเขาออกห่างทันที แต่แรงเธอหรือจะสู้แรงเขาได้ ศุภรุจน์ไม่หยุดแค่นวลแก้ม เขารวบข้อมือที่กำลังผลักไสมากำไว้ แล้วฉกฉวยโอกาสลิ้มลองความหอมหวาน รวมถึงรสจูบบนกลีบปากนุ่มนวลของเธอ
“พี่จะฟื้นความจำให้บุษเอง” เขากระซิบเสียงพร่าแผ่ว เมื่อดันร่างแบบบางที่ระทดระทวยอ่อนแรงเพราะความวาบหวามรุมเร้ากับสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้ลงนอน แต่คำพูดเขากลับฉุดสติสัมปชัญญะของบัวบูชาให้กลับคืนมา กระนั้นก็ยากที่จะผลักไสเขาออกห่าง
ร่างกำยำทาบทับบนตัวเธอ ริมฝีปากครอบครองกลีบปากเธอไว้ ปลายลิ้นที่เขาส่งผ่านแทรกริมฝีปากเข้ามากำลังซุกซนชอนไชจนเรี่ยวแรงหญิงสาวเหือดหาย มือที่จะดันเขาออกห่างพานยกไม่ขึ้นเสียอย่างนั้น แต่ที่ร้ายกว่านั้น มันกลับโอบกอดและลูบไล้แผ่นหลังของเขาอย่างสำรวจและค้นหา
...ไม่นะ ไม่เอา ไม่!