บทที่๑๑/๒

1475 คำ
ในกระท่อมสำหรับจองจำคนทำผิด นะดานั่งชันเข่าซบหน้านิ่ง มองรอบตัวอย่างหมดอาลัย ไมมีใครมาฟังคำพูดคำแก้ตัวของหล่อนเลย หลังจากพวกมันจับหล่อนมาขังไว้ที่นี่เพื่อรอไฟซาลกลับมาตัดสินโทษก็จากไป จนป่านนี้เนิ่นนานข้ามวันก็ไม่มีใครมา แม้ข้าวปลาก็ไม่นำมาให้หล่อนกิน ทำไมพวกมันถึงใจดำกับหล่อนถึงเพียงนี้ หรือทำไปเพื่อประจบว่าที่นายหญิง เจ้าสาวต่างเผ่าลูกสาวอดีตผู้นำหมู่บ้านนั้นหรือ “ใคร เอาข้าวมาให้ข้ากินหรือ” นะดาถามทันทีที่ได้ยินเสียงย่ำบนหญ้าแห้ง และเห็นชายเสื้อคลุมสีเข้มพลิ้วอยู่ในสายตา นะดารีบเงยหน้าขึ้นมองผู้สวมใส่ก่อนเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ แล้วเริ่มตระหนักถึงอันตรายเมื่อเห็นเชือกยาวในมือของผู้มาเยือน ก่อนที่นางจะไต่ถามออกไปเชือกเส้นแข็งและสากก็ตวัดมารอบลำคอ รัดแน่นจนลมหายใจสะดุด มือสองข้างของหล่อนถูกมัดไพล่หลังจึงช่วยตัวเองไม่ได้ ร่างสมส่วนดิ้นพล่านยามขาดอากาศหายใจ ก่อนจะสงบนิ่งเมื่อความอดทนต่อการขาดอากาศสิ้นสุด เส้นทางที่เดินมุ่งหน้าไปท้ายหมู่บ้าน มีเสียงเรียกถามสารทุกข์สุกดิบและถามถึงหัวหน้าของพวกตนไม่ขาดสาย “หัวหน้าจะกลับมาเมื่อไหร่หรืออาหมัด” หญิงวัยกลางคนซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลว่าที่เจ้าสาวของจอมโจรแห่งทะเลทรายอัลจาดีร์ถามขึ้น เมื่อเห็นคนสนิทของไฟซาลเดินผ่าน อาหมัดหยุดเดินแล้วหันไปยิ้มให้นาง ก่อนส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบ หญิงผู้นั้นถึงกับร้องอุทานอย่างขัดใจ “ดูเจ้าสิ เป็นคนสนิทที่ช่างดีเหลือเกิน ไม่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของเจ้านายเอาเลยทีเดียว” “แน่ละสิแม่น้า เพราะข้าไม่ชอบสอดรู้สอดเห็นแบบนี้แหละ หัวหน้าถึงไว้วางใจให้ข้าเป็นคนสนิท” อาหมัดพูดจบก็หัวเราะเพราะถูกขว้างค้อนใส่ แม้จะเป็นเพียงคำพูดกระเซ้าที่ไม่มีใครถือโกรธ แต่คนถูกกระทบก็ยังไล่เขาด้วยท่าทีปึ่งชา “เจ้ารีบไปให้พ้นหน้าข้าเลยไป หมั่นไส้นัก” “จ้ะ ข้าไปละ” อาหมัดหัวเราะหึๆ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังท้ายหมู่บ้านต่อทันที “นะดา!” แข้งขาเขาแทบอ่อนแรงเมื่อเข้ามาในกระท่อมที่ทำไว้สำหรับกุมขังคนทำความผิดของหมู่บ้าน ร่างเจ้าของชื่อที่เขาเรียกหาแขวนอยู่กับขื่อกลาง ปลายเท้าเรี่ยพื้น หลังได้สติอาหมัดรีบดึงมีดที่เหน็บไว้กับผ้าเคียนเอว เขย่งตัวขึ้นตัดผ้าคลุมศีรษะที่ใช้ผูกคอให้ขาดลงมา พร้อมรับร่างอ่อนปวกเปียกไม่ให้กระแทกพื้นรุนแรง คนสนิทของจอมโจรไฟซาลค่อยๆ วางร่างนะดาลงกับพื้นจับชีพจร ก่อนส่ายหน้าอย่างปลดปลง เสียงครางฟังไม่ได้ศัพท์ลอดจากปากบางที่แดงจัดและแห้งผาก เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากโหนกนูน ร่างบางกระสับกระส่ายชอนหาไออุ่น จนคนที่นอนใกล้ๆ สะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง ก่อนจะก้มลงฟังเสียงพึมพำที่ดังออกจากปากแดงๆ ของเจ้าหล่อนอีกครั้ง “หนาว” “หนาวหรือ” ไฟซาลถามแล้วลดตัวลงนอนกอดกระชับเพื่อมอบความอบอุ่นให้หญิงสาว ทว่าต้องตื่นตระหนกเพราะความร้อนผ่าวของเรือนร่างที่สัมผัส จอมโจรแห่งทะเลทรายอัลจาดีร์ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง มือใหญ่เรียวอังไปบนหน้าผากที่มีเม็ดเหงื่อ ก่อนอุทานแผ่วเบา “เจ้าจับไข้หรือนี่” ไฟซาลใช้ผ้าคูฟฟีเอห์ที่ใช้คลุมศีรษะของตนชุบน้ำในถุงที่ทำจากกระเพาะสัตว์ตากแห้ง นำมาเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้หล่อนเพื่อลดไข้ การมาทำงานเพียงช่วงสั้นๆ ของเขาไม่ได้มีสัมภาระหรือหยูกยาติดมาด้วยเช่นการเดินทางไกลในทุกๆ ครั้ง นับว่าเป็นความประมาทอย่างไม่น่าให้อภัยสำหรับเขา เพราะมันหมายถึงไม่มียาสมุนไพรให้หล่อนกินเพื่อลดไข้ “ข้าขอโทษ” เขากล่าวขอโทษอีกครั้ง ก่อนลงไปนอนกอดกระชับร่างเล็กที่กำลังโหยหาไออุ่น ราเซียเบียดตัวเข้าหาตามสัญชาตญาณ ซอนซุกแอบอกกว้างแล้วกอดเขาแนบแน่นเพื่อให้ร่างกายของตนเองคลายหนาว เสียงเพ้อเริ่มขาดหายไปเมื่อร่างเล็กได้รับไออุ่นจากเรือนกายของไฟซาล จอมโจรหนุ่มถอดเสื้อของตนเองและเสื้อของหล่อนออก ใช้ความอบอุ่นของเนื้อกายยามแนบชิดกัน และใช้เสื้อของทั้งสองคนคลุมทับ ไม่นานร่างบอบบางที่โหยหาไออุ่นก็หยุดคราง หลับใหลอย่างสงบ เช่นเดียวกับไฟซาลก็หลับลงอย่างหมดห่วงเมื่อรับรู้ถึงความร้อนในตัวหล่อนที่ลดลงเป็นลำดับ ราเซียลืมตาขึ้นมาในยามสาย มีแสงสว่างลอดเข้ามาในกระโจมตามรอยขาดของผืนหนัง หญิงสาวรู้สึกปวดหัวและหนักอึ้งเหมือนศีรษะได้รูปของตนขยายใหญ่ขึ้นมาสามสี่เท่า หญิงสาวจะยกมือขึ้นกุมขมับทว่าเหมือนติดอะไรบางอย่าง หล่อนหลุบตาลงมอง เห็นท่อนแขนเปล่าเปลือยขนดกดำพาดอยู่บนลำตัวตนเอง ใบหน้างดงามเหลียวไปมองด้านข้างเมื่อรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นรินรดแถวซอกคอ “ไฟซาล” หล่อนครางชื่อเขาออกมาอย่างงุนงง ก่อนทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ริ้วความโกรธเกรี้ยวพุ่งสูงในส่วนของความทรงจำ หญิงสาวใช้แรงทั้งหมดของตนผลักเขา จนร่างที่นอนกอดหล่อนหลับใหลขยับห่างออกไปเพราะไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่หล่อนจะลุกพรวดขึ้นนั่งมองเขาตาเขียว ไฟซาลค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งตาม อันที่จริงเขาตื่นนานแล้วแต่กลัวหล่อนหนาวจึงยังนอนกกกอดเอาไว้ ไม่คิดว่าเมื่อตื่นขึ้นมาเจ้าหล่อนจะออกฤทธิ์เดชกับเขาเสียทันที “ไอ้โจรลามก ไปให้พ้นหน้าข้านะ” ราเซียตวาดแว้ดเมื่อไฟซาลลุกขึ้นนั่งประจันหน้าแล้วมองหล่อนยิ้มๆ หญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว เมื่อเห็นสายตาเขาเปลี่ยนเป็นโลมเลีย ยามมองไล่จากใบหน้าหล่อนลงมาเรื่อยๆ ราเซียก้มมองตามสายตาเขาอย่างสงสัย จึงได้รู้ว่าตนเองไร้อาภรณ์ปกปิดในส่วนที่พ้นผ้าคลุมขึ้นมา หญิงสาวรีบรั้งผ้าขึ้นมาปิดส่วนที่เย้ายวนสายตาเขาในทันที “เจ้าทำอะไรข้า” ราเซียตวาดซ้ำอย่างโกรธจัด ตบหน้าเขาแรงจนใบหน้าคมเข้มแสนกรุ้มกริ่มของไฟซาลสะบัด เมื่อเขาหันกลับมารอยนิ้วของหล่อนปรากฏอยู่อย่างชัดเจน จนหญิงสาวเองยังรู้สึกตกใจและกลัวเขาจะโกรธจนตอบโต้กลับ ทว่าไม่เป็นอย่างที่หล่อนกลัว เขาแค่ยกมือขึ้นลูบแก้มที่เริ่มนูนเป็นปื้น แล้วบอกกับหล่อนเสียงเนิบช้า ไม่เจืออารมณ์คุกรุ่นเอาไว้เลยทีเดียว “เจ้าเป็นไข้หนาวสั่น ไม่มีผ้าห่มข้าจึงกอดเจ้าเพื่อให้คลายหนาว” “แล้วเรื่องอะไรมาถอดเสื้อผ้าข้าออก” หล่อนถามออกไปอย่างข้องใจ “เนื้อแนบเนื้อย่อมถ่ายทอดความอบอุ่นได้ดียิ่งกว่า” เขายังตอบหล่อนด้วยเสียงเรียบๆ พลางหยิบเสื้อของตนเองที่กองอยู่บนหน้าตักของราเซียมาสวมใส่แล้วลุกขึ้น และพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนออกไปนอกกระโจม “เจ้าเป็นเมียข้า ไม่จำเป็นต้องหวงเนื้อหวงตัวกับข้าอีก และข้าก็ไม่จำเป็นต้องหักหาญเอาเช่นกัน” “ใครอยากเป็นเมียเจ้ากัน ไอ้โจรบ้า” ราเซียตะโกนตามหลัง แต่ไฟซาลก็ไม่ได้วกกลับเข้ามาในกระโจมแต่อย่างใด ยามอยู่ลำพังในกระโจม ราเซียอดนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ หญิงสาวชักเข่าขึ้นมากอด ซบหน้าลงไปแล้วร่ำไห้สะอึกสะอื้น คนที่หล่อนเฝ้าหนีห่าง คนที่หล่อนไม่หวังจะได้มาเป็นสามี คำว่าเมียโจรที่หล่อนคอยปฏิเสธและหลบเลี่ยง ทุกอย่างควบรวมแล้วประดังประเดเข้าหาโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ข้าตกเป็นเมียเขาแล้ว เมียของไฟซาลจอมโจรแห่งทะเลทรายอัลจาดีร์ ‘มาโหมด เจ้าคนขี้โกหก เจ้าไม่มาช่วยข้าตามที่สัญญาไว้’ หล่อนอดนึกตำหนิคนที่ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ไม่ได้ ‘แล้วถ้ามาโหมดมาช่วยทีหลังเล่า เจ้าจะหนีไปกับมันอีกหรือไม่ ราเซีย’ หล่อนวกกลับมาถามใจตนเอง แล้วทำได้แค่ร่ำไห้ เพราะไม่อยากคิดอะไรให้เจ็บปวดหัวใจพอๆ กับร่างกายในเวลานี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม