เรือนกระจก
ฝ่าบาทโคเล็ตต์ลากฉันออกมาจากจากงานเต้นรำมาหยุดตรงสวนข้างหลังของพระราชวังเรือนกระจกบานใหญ่มีดอกลิลลี่ เต็มไปหมดทำให้รู้สึกได้ว่าการที่ฝ่าบาทมาที่นี่โดยไม่ให้ใครตามมาและขาของฉันถอยหลังพร้อมแขนที่เจ็บเลือดไหลไม่หยุดเขายิงจริงด้วย เขาหันมาอุ้มฉันขึ้นแขนทั้งสองข้างของเขาทำให้นิ่งไม่กล้าขยับเข้ามาได้กลิ่นหอมหวานอบอวลอยู่ในนี้
มืออีกข้างลูกไล่กลีบดอกลิลลี่ สีขาวราวสัมผัสอันอ่อนโยนของธรรมชาติเสียงเขาก็พูดขึ้น....
"หยุดลูบก่อนที่มันจะเต็มไปด้วยเลือดของเธอซะก่อน!!"
เขาวางฉันนั่งลงและใช้มือสองข้างฉีกแขนเสื้อออก มีใครบางคนเข้ามาและยื่นกล่องปฐมพยาบาลให้เขา นั้นคือเลขาชาลเดลของฝ่าบาทจะไม่มีใครทำหน้าที่ตรงนี้ได้นอกจากชาลเดล ฝ่าบาทเริ่มทำแผลให้ฉันส่วนชาลเดลเดินออกไปเฝ้าหน้าเรือนกระจก เขาใช้พลังของตัวเองดึงกระสุนออกมาจากแขนดึงเสร็จก็ใช้พลังรักษาแผลให้จนเลือดหยุดไหลและเอายามาใส่มันทั้งเจ็บและแสบจนต้องจิกเสื้อของเขา.....
"ฉันขอชื่นชม การแสดงละครของเธอยอดเยี่ยมดี ทำฉันตกใจเลย เป็นจูบที่หวานใช้ได้"
"......"(ถึงปากจะขยับแต่สีหน้าตายด้านชะมัด คนที่แสดงก่อนคือนายไม่ใช่หรือไง ตีหน้าซื่อเก่งพอฉันนั้นละ โถ่!)
"ดูท่าทางของเธอเหมือนไม่อยากจะคุยกับฉันเท่าไหร่เลยนะ โกรธที่ฉันยิงเธอหรือที่ฉันจูบเธอกันล่ะ พอมองแล้วเธอแตกต่างจากโซ่ล่ามากเลยนะ เหมือนจะไม่ทันคนเป็นผู้หญิงที่ซื่อ หายากจริงในประเทศนี้ คงจะเป็นคนดีมากเลยใช่ไหม"
(เอิ่ม..... ชั่งเถอะ ไม่อยากจะเสียเวลากับเขา อยากคิดอะไรก็คิดไป เจ็บแผลก็เจ็บ ยังต้องมาซวยอีก)
สายตาเขาคิดว่าฉันเป็นคนที่ไม่รู้อะไร ใสซื่อ คนดี? ฉันเหรอแค่ชินกับคนที่ดูถูกเหยียดหยามนับว่าไม่มีความรู้สึกเลยก็ว่าได้การที่ฉันอ่อนแอเพราะต้องแกล้งเอาตัวรอดต่างหาก เขาเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ชาลเดล รินชาให้เขามองหน้าฉัน...(มองทำไมหนักหนา ขนลุก)
ผมที่มองใบหน้าซีดเผือดสังเกตเห็นมือที่ใส่ถุงมือสีดำ โดยไม่ถอดออกเลย สายตามองตรงแขนที่ผมยิงใส่เธอตอนแรกว่าจะไม่ยิงแต่สายตาของเธอที่มอง... ดยุคก่อนจะตอบผมทำให้ผมหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเลยยิงออกไปและพอดยุคมาขวางเธอก็เอาตัวเองมาบังปืนยิ่งเกือบจะฆ่าดยุคให้ตายตรงนั้น ยังดีที่เธอตอบตกลงเลยทำให้ผมใจเย็นลงได้
ฝ่าบาทไปส่งที่คฤหาสน์โดยที่ทั้งคู่ไม่พูดอะไรเลยสักคำบนรถ ทำให้ฉันอึดอัดหายใจไม่ออกพอมาถึงก็เดินลงจากรถขณะนั้นเราสองคนก็ได้สบตาอีกครั้งก่อนที่เขาจะโยนยามาให้และก็ออกรถไปไม่พูดอะไรเลยสักคำ
"อะไรของเขากันนะ อยากจะบ้าตายจริงๆ" มือก้มเก็บยาใส่กระเป๋า..
มือเอื้อมเปิดประตูไม่ได้ล็อกแสดงต้องเป็นท่านพ่อที่รออยู่ในบ้านเดินเข้ามาสายตาเห็นท่านพ่อกับท่านพี่และโซ่ล่า นั่งอยู่ตรงโซฟาทันใดนั้นท่านพ่อเดินมาด้วยสีหน้าแสดงออกชัดเจน ถึงความรังเกียจฝ่ามือฟาดใบหน้าด้วยแรงโทสะ เขาฟิวส์ขาดหมดความอดทนตบหน้าฉันไม่ยั้งมือจนปากของฉันเลือดไหลสายตาท่านพี่กับโซ่ล่ากำลังยิ้มพร้อมฉิบชากินขนมมองดูฉันอย่างมีความสุข
จากนั้นท่านพ่อกระชากคอเสื้ออย่างรุนแรงลากฉันให้ร่างกายไถไปกับพื้นจนถึงห้องนอนของฉันเขาถือแจกันฟาดมาที่หัวของฉันอย่างเต็มแรงการที่ท่านพ่อไม่พูดอะไรคือโกรธขั้นสุดหลังท่านแม่ตายไปฉันที่ต้องอยู่ในความดูแลของท่านพ่อไม่เคยมีวันไหนเขาไม่ทำร้ายร่างกายฉัน เวลาเขาไม่ได้ดั่งใจก็จะมาลงที่ฉันทั้งหมด เขาปาข้าวของด้วยแรงอารมณ์โซ่ล่ายิ้มอย่างสะใจและเข้ามาห้ามไม่ให้ท่านพ่อทำอะไรฉันไปมากกว่านี้ เธอใช้น้ำเสียงอ่อนหวานและบีบน้ำตาเพื่อให้ท่านพ่อหยุดตี....
"แกเห็นไหม ขนาดน้องสาวยังรู้จักปกป้องแก แล้วแกละมีแต่สร้างปัญหามาให้ฉัน ไม่น่าเกิดมาจริงๆ"
ท่านพ่อพูดจบเดินกระแทกเท้าจากไปอย่างขุ่นเคืองท่านพี่ก็เดินเอาชา มาราดใส่ฉัน โซ่ล่าเดินเข้ามาหาพร้อมกับดึงหัวของฉันขึ้นให้เงยหน้า....
"เป็นไงบ้างละ สภาพของพี่อย่างกับคนใกล้ตาย!!! เป็นโรคอ่อนแอก็ควรอยู่เฉยๆสิ ทำไมต้องมาทำตัวเองให้เจ็บด้วยนะ หัดดูน้องเป็นตัวอย่างบ้าง แต่ลืมไปพี่ไม่ได้ฉลาด! ฮ่าๆๆๆ"
แม่เลี้ยงเดินมาเรียกโซ่ล่า พวกเขาเดินจากไปทิ้งฉันไว้แต่ร่างกายนี้เหมือนจะรับไม่ไหวจริงๆเลือดไหลไม่หยุดเลย แล้วสายตาเห็นจดหมายค่อยๆเอามือไปหยิบเปิดอ่าน
"มาร์ควิส บอกโซ่ซิน่าให้เอาตัวเข้าแลกกับราชาโคลด์เพื่อจะได้หนีจากการประหารและเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย"
มือกำแน่น!! เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ถึงไม่รู้ว่าใครส่งจดหมายนี้มาทั้งหน้าซองก็ไม่มีชื่อเขียนอยู่ ส่งอีเมลมาก็ได้กลัวฉันหาเจอสินะ แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ฉันมั่นใจว่าพวกมันอยู่เบื้องหลัง
ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องของฉันเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาใกล้มือกำเศษแก้วที่แตกตรงพื้นแขนเหวี่ยงไปที่คอเห็นใบหน้ากับตกใจ...
"องค์หญิง ทรงเกิดอะไรพ่ะย่ะค่ะ?"
"นายมาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกว่าเอายามาให้เพิ่มอีกนะ ฉันไม่ต้องการยาแล้ว ทำแผลให้แทนละกัน เลือดจะไหลหมดตัวแล้ว"
"ถ้าเกิดว่าฝ่าบาทเวพาร์รู้เข้า... กระหม่อมได้ตายแน่พ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านพี่จะไม่รู้ถ้านายไม่พูดฉันไม่พูด เข้าใจไหม เลิกบ่นมาทำแผลเร็ว"
ฉันสั่งให้เขาทำแผลให้จนเสร็จจากนั้นเขาก็เอาอาหารมาให้พร้อมน้ำชากับขนมจากท่านพี่มาให้จนเต็มตู้เย็น
"อะไรกัน สายตาที่จ้องเขม็ง..... ฉันอย่างนั้นนะ"
"เฮ้อ! จริงๆเลยพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง ทำไมถึงได้ดื้อด้านแบบนี้ละพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงควรได้อยู่อย่างสบายและมีความสุขในประเทศตัวเอง
แท้ๆ กลับต้องมาเจอความโหดร้ายของคนบ้านหลังนี้"
"องค์หญิงรู้ตัวไหมพ่ะย่ะค่ะ ว่ากระหม่อมแทบอยากจะฆ่าพวกมันให้ตายตรงนี้เลย ทำไมถึงได้ยอมทนอยู่แบบนี้ละพ่ะย่ะค่ะ"
"......เอาเถอะแค่ทำตามแผนให้สำเร็จผ่านพ้นไป ทำให้พวกมันทรมานทีละคน ถึงฉันไม่ต้องการเห็นประเทศนี้ล่มสลายแต่ขอแค่พวกมันที่ทำร้ายท่านแม่นายด้วยน้ำมือของฉันก็พอแล้ว"
"เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เช้าวันต่อมา.....
พระราชวังห้องนอน ราชาโคลด์
ฉันที่โดนเรียกให้มาเจอราชาโคลด์แต่เช้า...ตัวเราที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนนี่เป็นอะไรที่ไม่อยากจะเดินเข้าไปในนั้นแม้แต่ก้าวเดียวพ่อบ้านเปิดประตูให้ฉันเข้าไป
ขาแทบจะก้าวไม่ออกแค่เสียงครางจากเลดี้ที่ได้ยินก็ขนลุก... พอเข้าไปสิ่งที่ได้เห็นก็คือราชาโคลด์กำลังมีอะไรกับสาวใช้อยู่สองคนให้ตายเถอะ เสียสายตาหมด
ความรู้สึกขยะแขยงแล้วน่ารังเกียจนี่มันอะไรกันเขามองมาเหมือนชอบที่มีคนมองทำให้เขากระแทกเลดี้ผมสีน้ำตาลอย่างบ้างคลั่งและเลดี้ผมสีส้มที่นอนจูบกับเลดี้ผมสีน้ำตาล
ฉันหันหลังไม่อยากให้ภาพติดตาไปมากกว่านี้ เสียงคางของพวกเขาทำให้ฉันอยากจะอ้วกมือกำแน่นจิกเข้าเนื้อ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าถึงจะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองกระทำ เขาเรียกทหารให้พาตัวออกไป พอทุกคนออกไปเหลือแค่ราชาโคลด์กับฉัน...
บรรยากาศรอบข้างทำเอาฉันรู้สึกหลอน ราชาโคลด์เรียกฉันให้ไปหาตรงเตียงนอน แอบถอนหายใจเบาๆ ขาก้าวเดินออกไปหยุดตรงปลายเตียง สีหน้าของเขาแข็งกระด้าง
"เจเนเวีย.... ฟังภาษาคนไม่ออกเหรอ ฉันบอกว่าให้มาที่เตียง! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
แววตาฉันฉายชัดถึงความรังเกียจเข้ากระดูกดำ อยากจะเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งให้ตายตอนนี้ ฉันที่เดินมาตรงเตียงมือของเขาที่เอื้อมมาจับผมแล้วเอาไปดม เบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ
"โดนตบมาเหรอ ดูหน่อยสิ แผลที่หัวนี่โดนอะไร แขนดีขึ้นหรือยัง เจ็บอยู่ไหม มาร์ควิส ก็เล่นแรงอยู่นะ ทำให้หน้าสวยๆมีรอยช้ำได้ ถูกใจฉันจริงๆ"
ทำไมทุกคนถึงยอมมีอะไรกับราชาโคลด์เข้าใจว่ากลัวตาย ถึงจะหน้าตาดีแค่ไหน นิสัยโรคจิต บ้าอำนาจ เห็นแก่ตัว ฆ่าคนที่ไม่ผิดได้
หน้าตาเฉย ทำได้ไงเพียงต้องการให้โซ่ซิน่าเป็นภรรยาที่ถูกต้อง แค่หย่ากันก็พอ ทำไมถึงได้สร้างกฎบ้าบออะไรแบบนี้ด้วย ทำไมกัน!!
"การที่เธอมองหน้าฉัน คงจะอยากถามใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงฆ่าแม่เธอ ไม่ใช่เพียงต้องการให้โซ่ซิน่ามาเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายหรอกนะ ถ้าอยากรู้ก็ลองสืบ ฉันคิดว่าเธอฉลาดมากพอนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
"อ้อ อีกเรื่อง เธอคิดว่าการที่ฝ่าบาทโคเล็ตต์ขอเธอแต่งงานเขาก็แค่เอาเธอมาบังหน้า ไม่ให้ผู้หญิงคนอื่นมาวุ่นวายก็เท่านั้น อย่าสำคัญตัวเองผิดไปละ ฉันไม่คิดจะเอาเธอที่มีแม่เป็นชู้มาเป็นลูกสะใภ้ ต่ำเกินไป"
ความอาฆาตแค้นปรากฏในแววตานั้นเป็นคำพูดที่ทำให้ฉันสบตาน่ากลัวคู่นั้น เอามือขึ้นมาแกล้งไอเล็กน้อย ระหว่างที่เขาพูดมืออีกข้างของเขาก็ลูบขาฉันไปด้วยทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูทำให้เขาหยุดทุกอย่าง ฝ่าบาทโคเล็ตต์ ขอเข้าพบ มือของฉันที่เอื้อมไปแตะตัวของเขาค่อยๆ ลูบอย่างช้าๆใบหน้าที่กำลังฟิน..
ฝ่าบาทโคเล็ตต์ เปิดประตูเข้ามาสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก แต่กับทำให้ฉันโล่งใจขึ้นเอาดึงแขนให้ตัวไปอยู่ข้างหลังของเขาราชาโคลด์ลุกขึ้นไม่พอใจที่โคเล็ตต์เข้ามาโดยยังไม่ได้รับอนุญาต..
"ไม่เห็นเหรอ ฝ่าบาทโคเล็ตต์ ว่าพ่อคุยกับเจเนเวีย อยู่ปล่อยเธอมาให้พ่อเดี๋ยวนี้!"
"อายุตั้งขนาดนี้แล้ว เอาเวลาไปโบสถ์บ้างก็ดี จะแก่ตายในโลงแล้วยังไม่รุ้ตัวอีก ลูกขอก่อนตัวนะท่าน"
เขาจับมือฉันเดินออกมาไม่ปล่อยยิ่งเขาเดินยิ่งบีบมือทำให้เจ็บ พอมาถึงที่น้ำตกเขาลากฉันลงน้ำอย่างแรง จนทำให้เสื้อผ้าของฉันเปียกปอน
"คิดจะเอาตัวเองไปขายให้กับพ่อของฉันหรือไงกัน! อ้อหรือเห็นว่าเป็นอดีตราชาโคลด์เลยอยากได้สิ่งที่มันสูงขึ้นล่ะ"
"ขอประทานโทษนะเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เคยคิดจะเอาตัวเองไปขายให้กับใครไม่ว่าเขาจะมีอำนาจแค่ไหน หม่อมฉันไม่ได้สนใจเลย"
ดยุคที่เดินมาพอดีเลยเห็นรีบเข้ามาขวางทันที ผมที่รู้สึกเหมือนว่าดยุคจะห่วงใยเจเนเวียมากผิดปกติ สองคนนี้เคยเจอกันงั้นเหรอ ทำไมดยุค ชอบมายุ่งเรื่องของเธอเสมอเลย...
"ดยุคจะเข้ามาทุกครั้งที่ฉันกับเจเนเวียคุยกันสองคนตลอดเลยนะ ทำไมไม่อยากให้ฉันเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้เหรอ"
"แต่ที่กระหม่อมเห็นฝ่าบาทกำลังทำร้ายเธอนะพ่ะย่ะค่ะ ถ้าฝ่าบาทกำลังโกรธมาลงที่กระหม่อม อย่ามาลงที่เจเนเวียพ่ะย่ะค่ะ ทุกเรื่องกระหม่อมจะรับมันไว้เอง"
"รับไว้เองเหรอ ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นพ่อพระจริงๆ ถ้าผู้หญิงที่ดยุคกำลังปกป้องขายตัวให้กับพ่อของฉัน ดยุคจะทำยังไงล่ะ"
"ฝ่าบาทเพคะ!!"
"ฉันเตือนไว้เลยนะ เจเนเวีย อย่าให้มีครั้งที่สอง ถ้ามีอีกครั้ง ฉันเอาเธอตายแน่"
เขาเดินหันหลังกลับทันทีโดยไม่หันมามองอีก จู่ๆ ดยุคเอาหน้าผากชนกับหน้าผากของฉันและเรียกชื่อของสายตาจ้องมองเขา ราวไม่อยากให้ฉันดูแผ่นหลังของฝ่าบาทที่เดินจากไป การที่เขาทำแบบนี้หมายความว่าไงกัน อยากจะสื่ออะไร เขาถอดเสื้อคลุมเอามาใส่ให้ฉัน...
"ท่านดยุค.....ฉันชอบดยุคมาตลอดตั้งแต่เด็ก ถึงเราจะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง.... ในสายตา ดยุคเคยชอบฉันบ้างไหม..."
".......ขอโทษนะเจเนเวีย ความรู้สึกฉันตอนนี้เห็นเธอเป็นเพื่อนมาตลอด เธอไม่ได้แย่นะ แต่ฉันชอบคนอื่น "
(โซ่ล่าสินะ ถึงใจของฉันจะรู้อยู่แล้ว พอมาฟังแบบนี้มันเจ็บ ต่อให้ฉันฉลาดแค่ไหน ก็ยังโง่เรื่องความรักอยู่ดี)
"ขอบคุณสำหรับเสื้อเอาคืนไปเถอะ จากนี้ต่อให้ฉันจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม อย่าเอาตัวเองมาขวางอีก ท่านดยุคไม่ควรมายุ่งกับผู้หญิงที่สกปรกแบบฉันเลย"
"เจเนเวีย!"
ฉันเดินไปโดยไม่แม้จะหันกลับมามองเขา การที่เขาบอกมาตรงๆนับว่าดีแล้วสำหรับฉันที่เป็นได้แค่เพื่อน เขาไม่ได้ให้ความหวัง มีแต่เราแหละที่คาดหวังไปเองคนเดียว การที่เราชอบใครก็อยากให้เขาชอบเรากลับ แต่มันเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนกับเรา ฉันที่ต้องการความรักที่ดี ช่างเพ้อฝันได้เวลาเก็บความรู้สึกแล้ว เจเนเวีย