episode 11

1421 คำ
A episode 11eb โดย Ginoichi "คิดว่าจะแน่" "หน้าแหยก็ทำเป็นนี่หว่า" หมวดศิระ พึมพำเบาๆ พรางยิ้มมุมปาก กับมุมนี้ของผู้บังคับบัญชาหนุ่ม ที่เขาเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก นานร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าสถานการณ์วุ่นวาย จะเริ่มเบาบางลง บราลีพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหลุบสายตาลงมอง คนที่นั่งเท้าคางจ้องเธอตาเขียวอยู่ไม่ไกล "อุ๊ย! ดูก็รู้ ว่าโกรธ รังสีโหด แผ่มาจนถึงตรงนี้เลย" ใบหน้าหวานส่งยิ้มแหยๆ ก่อนจะคว้าเอาปิ่นโตกับข้าว ที่บรรจงเตรียมเอาใว้อย่างดี เดินจ้ำอ้าว ไปหาเขา "หิวไหมคะ?" เธอจงใจถามเสียงซื่อ หวังจะกลบเกลื่อน ความผิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้า แต่เมื่อมองพิจารณาท่าทางของอีกฝ่าย ก็ดูทรง ว่าเขาจะไม่คล้อยตามเธอเลยสักนิด "ผู้กองขาาา" เมื่อเห็นเขานิ่ง เธอเองก็จงใจลากเสียงยาวหวานหยดย้อย พร้อมกันกับมือคู่น้อย ที่ถือวิสาสะคว้าหมับ กุมหมือหนาออกแรงเขย่าไปมา จนเจ้าของมันออกอาการหน้าซับสีเลือด "น้อยๆหน่อย " "ปล่อยเลย อย่ามาเนียน" เขาออกปากดุเบาๆ ก่อนจะรีบชักมือกลับ ภายในใจก็เต้นระส่ำไม่หยุด "มือผู้กองนี่ห้อมหอม คอยดูแบมจะไม่ล้างมือเลย" นอกจากปากเล็กๆนั่น จะพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย เจ้าตัวยังยกมือซ้ายขึ้นสูดดมจนเต็มปอด กลับเป็นเขาเองซะอีกที่ต้องเบนหน้าหนีให้กับท่าทางแบบนั้นของเธอ "หน้าไม่อาย" "เหมือนโรคจิตเข้าไปทุกที" "ถ้าเป็นโรคจิตแล้วได้นอนกอดผู้กองคนดี แบมยอมนะ" บราลีพูดไปยิ้มร่าไปจนคนหน้านิ่งแอบหลุดยิ้มบางๆออกมาชั่วครู่ ก่อนที่จะปรับสีหน้าเป็นเรียบตึงดังเดิม "ทำเป็นนิ่ง..วันไหนหลงกลแบมขึ้นมานะ แบมจะฟัดเช้าฟัดเย็น ฟัดให้เหมือนจุ้มเหม่งเลยคอยดู" บราลีบ่นกับตัวเองเงียบๆ พรางคว้ามือถือขึ้นมาเปิดรูปแมวอ้วนกลมดูค่าเวลาไปเรื่อยๆ หากแต่มีคนตาดีแอบเห็น ว่านอกจากจะมีรูปเเมวแล้ว ยังมีรูปเขาอยู่เต็มไปหมด "แอบถ่ายรูปคนอื่น ขอเจ้าของเขาหรือยัง?" เสียงขรึมเปรยเรียบๆ เรียกรอยยิ้มตาหยีจากคนหน้าหวานที่นั่งข้างๆได้แบบอัตโนมัติ บราลี ฉีกยิ้มหวานพร้อมกับเอียงใบหน้าเข้าไปหาผู้กองหนุ่มในท่าทางที่เจ้าตัวติดว่าหน้ารักที่สุด และนั่นมันได้ผล หน้าฝากกลมมนถูกมือ หนาเขกมะเหงกเข้าไปเต็มๆ "อ้ะ! แบมเจ็บ" เธอยกมือลูบหน้าฝากป้อยๆ พรางซ้อนสายตากลมโตดุจใข่ห่านมองเขา ในขณะเดียวกัน ผู้กองหนุ่ม ก็รีบเบนสายตา ลงมองจานข้าวในทันที คล้ายกับว่าเขาจงใจหนีบางสิ่ง และแน่นอนว่ามันคงเป็นใครไม่ได้นอกจากคนที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้างๆ บราลีที่เห็นเขาทำท่าทางแบบนั้น ก็ไม่รอช้า เธอเริ่มทำเสียงโอดครวญ ราวกับว่าเธอเจ็บเสียหนักหนา แต่มีหรือ เขาจะรู้ไม่ทัน ลูกไม้ตื้นๆของเด็กเมื่อวานซืนแบบเธอ "อย่ามาทำสำออย ผมเขกไปเท่าแรงมด ทำท่าอย่างกับถูกรถทับ" แม้ปากจะเอ่ยไปแบบนั้น แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังมิวาย แอบมอง รอยแดงที่หน้าฝากคนข้างๆอยู่ดี "ก็ได้ ก็ได้ งั้นเอางี้ แบมหายก็ได้ เพียงแต่..." เสียงหวานเว้นท้ายประโยคก่อนจะส่งยิ้มซุกซนแบบที่เขาเองก็คุ้นเคยกับมันดี มาให้ "แต่อะไร?" เขาถามกลับ พร้อมกับตักข้าว เข้าปากไปเรื่อยๆ "วันนี้มีงานวัดในอำเภอ ผู้กองพาแบมไปได้ไหม" "นะ..นะ..ผู้กองนะ" ไม่พูดปล่าว คนตัวเล็กเริ่มออกแรงเขย่า จนคนตัวโตกว่าชักสีหน้า "ไม่รับปาก" "วันนี้ยุ่ง" "แล้วอีกอย่าง เป็นเด็ก เป็นเล็ก เป็นสาวเป็นนาง ออกไปข้างนอกมืดๆค่ำๆกับผู้ชายใครเห็นมันจะดูไม่ดี คนเขาจะเก็บไปนินทาเอา" "ชิ! ตัวอายุมากกว่าเขาสักเท่าไรกันเชียว ทำบ่นเป็นคนแก่ไปได้ ไม่ไปก็ไม่ไป ไม่มีตัวใช่ว่าเขาไปไม่ได้ซะที่ไหน" ผู้กองหนุ่มหรี่ตาลงมองอากัปกิริยาคนข้างๆ ซึ่งเขามั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเธออารมณ์ไม่ดีแน่นอน ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากทุกครั้ง ที่เจ้าตัวมักจะแสดงอาการเอาแต่ใจออกมา เมื่อเธอไม่สมหวังอย่างที่คิด "ก็ถึงบอกว่ายังเด็ก" ผู้กองอคินณ์เอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาคมกริบ มองจ้องแผ่นหลังบางที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยใจที่เต้นแบบไม่ปกตินัก ไม่ต่างจากบราลี ที่เดินจ้ำอ้าว หนีออกมาจากเขาแบบไม่เห็นฝุ่น ใบหน้าหวานงอง้ำ จนปากจิ้มลิ้มแทบจะเผยอขึ้นชนปลายจมูกอยู่รอมร่อ ทำเอาคนเป็นพ่อที่เพิ่งกลับเข้ามาถึงกับร้องทัก "ไปแหย่รังแตนที่ไหนมาน้อ ลูกสาวบ้านนี้" จ่าประสิทธิ์ หยอกเย้า หวังให้อารมณ์ ที่ขมุกขมัวของลูกสาวเบาบางลง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ตั้งใจโกรธกับกระทืบเท้าตึงๆจนคนเป็นพ่อถึงกับใจหายใจคว่ำ "อยากกรี๊ด แบมอยากกรี๊ด อื้ออ" ก่อนที่เสียงเเหลมเสียดแก้วหูจะถูกแผดออกมาจากปากของลูกสาว ก็ถูกมือคู่โตตะครุบปิดปากเอาใว้เสียก่อน บราลีส่งเสียงอู้อี้ พรางมองคนเป็นพ่อตาเขียวปั้ด จ่าประสิทธิ์ที่เห็นดังนั้นจึงรีบชักแม่น้ำตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงคอสะพานหน้าค่ายเข้ามาปลอบในทันที "หายใจเข้าก่อนลูก หายใจออกด้วยนะ เดี้ยวตาย กว่าจะเลี้ยงมาสร้างความหายนะให้ได้แบบนี้ไม่ง่ายเลย ใจเย็นนะลูกนะ ใจเย็น" เมื่อได้ยินคำปลอบใจ ที่คล้ายว่าจะเติมเชื้อไฟเข้าไปอยู่ในที ทำเอาบราลี ยิ่งโกรธจนควันออกหู ขาเรียวตวัดเตะไปทั่ว จนจ่าประสิทธิ์ต้องรีบปล่อยมือแบบอัตโนมัติ พรางก็คิดในใจแต่ไม่ได้เปร่งเสียงพูดมันออกมา 'ก็เป็นคนแบบนี้แหละหนา ผู้กองเขาถึงไม่เอา' จ่าประสิทธิ์ส่ายหัวอย่างระอา และเมื่อดูท่าว่าการปลอบใจของตัวเองไม่ได้ผล ซ้ำร้ายยังเป็นการไปเติมเชื้อไฟในจิตรใจให้กับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน เขาเองก็จำต้องเดินหนีไปด้วยท่าทีคิดไม่ตก ครั้นจะไปโทษอีกฝ่ายก็ไม่ได้ ย้อนว่าผู้กองหนุ่มเขาแสดงออกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ว่าไม่เคยชายตาแลลูกสาวตนเลยสักนิด มีแต่บราลีเท่านั้น ที่วิ่งเต้นเร่าๆอยากจะได้ อยากจะเอาเขาอยู่ฝ่ายเดียว คิดไปก็ได้แต่ถอนหายใจไปเท่านั้นเพราะนอกจากทางออกที่พยายามหาจะมืดมนแล้ว ก็คงยังเหลือแต่ต้องบนบาลศาลกล่าวเพียงอย่างเดียว ว่าแล้ว ดวงตาสีสนิมที่มีรอยคล้ำแห่งกาฬเวลาก็เหลือบขึ้นมองสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้งบูชาประจำร้านทันที "เคยแต่ขอลูกค้า วันนี้จะขอลูกเขย เครื่องเซ่นไหว้ จะเหมือนกันไหมหนอ' ปากพึมพำ มือก็เกาหัว จนเจ๊เพ็ญ เมียคู่ทุกข์คู่ยากที่เฝ้าฟังอยู่นานอดไม่ได้ ต้องประทับฝ่ามือลงกลางกระหม่อมดังเพี๊ยะใหญ่ๆ "โอ๊ยๆ ! แม่มึงเจ็บๆตีมาได้!" จ่าประสิทธิ์ร้องเสียงหลงพรางยกมือขึ้นลูบหัวป้อยๆ แต่ถึงกระนั้น ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยกลับไม่แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว แต่หลับฉายประกายแห่งความคิดไม่ตกออกมาแทน เจ๊เพ็ญศรีที่เห็นแบบนั้นก็จำต้องถอนหายใจตามผู้เป็นสามีอีกระลอก "อะไรจะเกิดก็ปล่อยไปเถอะ พ่อมึง น้ำกำลังเชี่ยวอย่าริเอาเรือเข้าไปขวาง " "ลูกสาวเราแม้จะดูกระโดกกระแดกไปบ้าง แต่ข้อดีมันก็มีอยู่ไม่น้อย หากคนมันจะเกิดเป็นคู่กัน ถึงอย่างไรเสียก็หลบกันไปไม่พ้นหลอก" E-book บ้านเขียวมาแล้วนะคะ ฝากคอมเม้น กดเพิ่มเข้าขั้นเป็นกำลังใจให้นักเขียนตัวน้อยหน้าใหม่ด้วยนะคะ 🙏ขอบคุณจริงๆค่ะ🙏
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม