“จะปล่อยให้สาวสวยนอนอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไงกันล่ะ อันตรายจะตาย”
ธีรกานต์กดหอมที่แก้มนวลเนียนและเริ่มซุกไซร้ไปยังซอกคอหอมกรุ่น
“เดี๋ยวต่อไปวันไหนที่ยายลำดวนไปถือศีลที่วัดอีก พี่จะเป็นคนปั่นจักรยานไปหาดอกหญ้าที่บ้านเอง แล้วถ้ามีใครเห็นพี่ก็จะบอกว่าพี่ปั่นจักรยานออกกำลังกาย”
“คุณหมอจอมเจ้าเล่ห์” วนาลีเอื้อมมือขึ้นบีบจมูกโด่งของคนรักอย่างมันเขี้ยว
“เจ้าเล่ห์เพราะรักดอกหญ้าน่ะสิ”
จากนั้นทั้งสองต่างมอบความสุขให้แก่กันและกันบนเตียงนอนในบ้านพักแพทย์ ในขณะที่โทรศัพท์มือถือของนายแพทย์ธีรกานต์ที่วางแอบไว้ตรงชั้นหนังสือ หน้าจอมีแสงสว่างแสดงรายชื่อ ‘ทิพย์ทิวา’ แต่ไร้ซึ่งเสียงเรียกเข้าให้เจ้าของของมันได้ยิน...
ช่วงเช้าของวันใหม่ วนาลีทำหน้าที่ส่งอาหารให้กับเหล่าแพทย์พยาบาลอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ ก่อนหน้านั้นเธอตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า เพื่อจะรีบปั่นจักรยานกลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของตัวเอง จากนั้นจึงออกมาทำงานที่ร้านข้าวป้านงค์ ซึ่งเป็นร้านข้าวที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาล
แม้จะเป็นเพียงโรงพยาบาลเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท และเครื่องไม้เครื่องมือในการรักษาไม่ได้มีพร้อม แต่ก็มีผู้คนเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก เพราะการเดินทางเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมืองนั้นยากลำบากและต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง ชาวบ้านในเขตพื้นที่ข้างเคียงจึงเลือกมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และอีกประการหนึ่งก็คือ ‘ค่ารักษา’ ที่สามารถใช้สิทธิ์รักษาฟรีโดยใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียว
“ง่วงนอนไหมคะพี่หมอตุลย์ เข้าเวรมาหลายคืนแล้ว” เสียงหวานถามคุณหมอหนุ่มที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นหมอที่คอยดูแลเรื่องความเจ็บป่วยของยายลำดวน
“ไม่ง่วงหรอก หมอชินแล้ว” นายแพทย์ตุลาตอบกลับมาอย่างสุภาพตามนิสัย
“นี่ค่ะ ผัดพริกแกงไก่ไข่ดาว” หญิงสาวยื่นถุงอาหารให้กับคนตรงหน้า
“ดอกหญ้า วันศุกร์นี้อย่าลืมพายายลำดวนมาหาหมอนะ จำได้ใช่ไหมที่หมอนัดไว้” นายแพทย์ตุลาเอ่ยขึ้นในขณะรับถุงอาหารมาจากหญิงสาว
“ไม่ลืมค่ะพี่หมอตุลย์ หญ้าลาป้านงค์ไว้แล้วค่ะ เดี๋ยววันนั้นเจ้าโอ้จะเป็นคนมาส่งข้าวแทนหญ้าเหมือนเดิมค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มละไม
“โอเค ไปส่งข้าวให้คนอื่นต่อเถอะ เดี๋ยวจะได้เวลาเข้าตรวจช่วงเช้าแล้ว”
“ค่ะ หญ้าไปก่อนนะคะ”
หญิงสาวตรงไปส่งอาหารให้กับเหล่าพยาบาลและแพทย์ท่านอื่น ๆ จนมาหยุดที่บ้านพักแพทย์หมายเลขหก มือบางเคาะประตูส่งสัญญาณเรียกคนด้านใน รอเพียงไม่นานเจ้าของบ้านก็ออกมาเปิดประตูให้
“ข้าวค่ะพี่หมอ รีบทานนะคะ เดี๋ยวจะสายเอา” เสียงหวานบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความห่วงใย
“ดอกหญ้าอยู่ป้อนข้าวพี่ก่อนไม่ได้เหรอ” ธีรกานต์พูดน้ำเสียงออดอ้อนกับหญิงสาวคนรัก
“ไม่ได้หรอกค่ะ หญ้าต้องรีบกลับไปช่วยงานป้านงค์ที่ร้าน”
“ดอกหญ้าใจร้าย” ชายหนุ่มแกล้งทำหน้ายู่อย่างแง่งอน
“ไปทานข้าวได้แล้วค่ะพี่หมอ จะแปดโมงเช้าแล้ว”
“ก็ได้ครับ พี่รักดอกหญ้านะ” พูดพร้อมจุมพิตไปที่หน้าผากมนของสาวเจ้าอย่างอดใจไม่ไหว
“หญ้าก็รักพี่หมอค่ะ หญ้าไปก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกรักเขากลับด้วยท่าทีเขินอาย
วนาลีเดินตรงไปที่เจ้าสองล้อคู่ใจ แล้วตรงไปยังร้านข้าวของป้านงค์ทันที เธอเป็นลูกจ้างของร้านป้านงค์ คอยส่งข้าวให้กับลูกค้าประจำ และคอยช่วยเหลืองานต่าง ๆ ในร้าน ส่วนยายลำดวนยายของเธอมีอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ ยายลำดวนจะปั่นจักรยานนวดคลายเส้นให้กับชาวบ้านที่ปวดเมื่อยตามร่างกายให้ถึงบ้าน สองยายหลานแม้ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร แต่ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ขัดสน
หลังจากทานมื้อเช้าเป็นที่เรียบร้อย นายแพทย์ธีรกานต์เดินตรงมายังโรงพยาบาลเพื่อเข้าตรวจคนไข้ที่มาใช้บริการในช่วงเช้าอย่างที่เคยทำ ช่วงพักเที่ยงหนึ่งชั่วโมง เป็นเวลาที่บรรดาแพทย์จะได้พักจากการตรวจคนไข้ และจะใช้ห้องพักแพทย์ที่มีเพียงห้องเดียวในโรงพยาบาลเป็นที่ทานอาหาร และอาหารเหล่านั้นก็จะมาจากร้านป้านงค์เช่นเคย นายแพทย์ตุลาเดินเข้ามายังห้องพักแพทย์ ก็พบเข้ากับรุ่นน้องที่เรียนหมอด้วยกันมาอย่างธีรกานต์
“ธีร์ อีกไม่กี่เดือนนายก็จะได้กลับกรุงเทพฯแล้วใช่ไหม ใกล้ครบสองปีตามที่พ่อนายกำหนดไว้แล้ว” นายแพทย์รุ่นพี่ที่ ‘เคย’ สนิทชวนคุยขึ้นมาก่อน
“ครับ” ธีรกานต์ตอบกลับแบบถนอมคำพูด
“นายกับทิพย์เป็นยังไงบ้าง อยู่ห่างกันแบบนี้ ทิพย์งอแงกับนายบ้างหรือเปล่า” แม้จะรู้ว่ารุ่นน้องไม่ได้อยากสนทนาด้วย แต่คนเป็นพี่ก็ยังอยากให้ความสัมพันธ์กลับมาคงเดิมอย่างเช่นในวันวาน
“พี่ตุลย์จะอยากรู้ไปทำไหมเหรอครับ หรือว่ายังหวังที่จะกลับมาคบกับทิพย์อยู่” ธีรกานต์ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนัก
“ฉันไม่มีความรู้สึกแบบนั้นให้กับทิพย์แล้ว และฉันก็ยังมองว่านายคือน้องของฉันเหมือนเดิม” ตุลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และทุกคำพูดที่เปล่งออกมาล้วนแต่เป็นความรู้สึกจริง ๆ จากใจ
“ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้สึกดี ๆ ทิพย์เขาเลือกผมแล้ว ผมเองก็ดีใจที่พี่เข้าใจ”
“ถ้านายกับทิพย์ไปกันได้ดี ฉันก็ดีใจด้วย ฉันไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น ยินดีกับนายอีกครั้งนะ”
ทั้งสองก็ไม่ได้สนทนาอะไรต่อจากนั้น ต่างคนต่างทานอาหารมื้อเที่ยงเพื่อเตรียมเข้าตรวจอีกครั้งในช่วงบ่าย