บทที่ 4 ยัยบื้อของฉัน
“เธอ-มา-ทำ-บ้า-อะไร-ที่นี่ ห๊ะ!”
เสียงตวาดกร้าวตะโกนถามดังลั่น คิ้วเข้มขมวดแน่นเป็นปม ดวงตาคมจ้องเขม็งไปที่ข้าวหอม เขากวาดสายตาขึ้นลงไปที่ร่างเล็ก ยิ่งเห็นหล่อนระยะประชิดแบบนี้ อารมณ์โกรธที่มีก็ยิ่งพวยพุ่ง ขานั่น ผิวเรื่อ ๆ แบบนั้น ไหนจะเนินอกอิ่มที่ล้นทะลักเกาะอกขึ้นมามันไม่ควรมีใครได้เห็นมัน
ยัยบื้อ เป็นสมบัติของเขาและเขาไม่ต้องการจะแบ่งปันหล่อนกับใครหน้าไหนทั้งนั้น
คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งโหยง อาการกรึ่ม ๆ ก่อนหน้าแทบหายเป็นปลิดทิ้ง ปกติก็ว่าลีโอน่ากลัวอยู่แล้วนะ พอมาเจอตอนนี้ทำเอาคนตัวเล็กสั่นเทิ้มไปหมด
“ใคร ที่เป็นคนชวนยัยนี่มาที่นี่?”
“...”
น้ำเสียงฉุนเฉียวจัดถามขึ้นขณะไล่สายตามองไปที่ทุกคนแบบเรียงตัว แต่ละคนก้มหน้าลงด้วยรู้ดีว่าลีโอเป็นใครและไม่ใช่คนที่ควรจะมีเรื่องด้วย
“พะ พี่ลีโอ หนูมาของหนูเอง”
“หุบปากไปเลย ฉันไม่ได้ถาม”
ข้าวหอมเดินเข้ามารั้งแขนเสื้อชายหนุ่มไว้พยายามอธิบายเพราะไม่อยากให้เพื่อน ๆ หมดสนุกไปมากกว่านี้ แต่กลับถูกเขาสะบัดแขนออกและตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้ากัน
“พี่ลีโอ ใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหม หนูกลับตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ”
หน้าสวยเบะปากเหมือนจะร้องไห้ ด้วยรู้สึกผิดทั้งต่อเขาที่แอบมาเที่ยวโดยไม่บอกและรู้สึกผิดต่อเพื่อน ๆ ที่เป็นต้นเหตุให้งานปาร์ตี้ต้องกร่อย
“เธออย่าโง่ได้ไหมข้าวหอม เมื่อไหร่จะหัดฉลาดบ้างหรือสมองมีแต่ขี้เลื่อย โดนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”
“พี่ลีโอ..มันจะมากไปแล้วนะ”
เมื่อถูกอีกฝ่ายใช้คำต่อว่ารุนแรง คนตัวเล็กก็เริ่มจะหมดความอดทนเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็ไม่ควรใช้คำพูดแบบนั้นกับเธอต่อหน้าคนอื่น ๆ อย่างนี้
“กูถามว่าไอ้ตัวไหน ที่หลอกยัยนี่มา”
ลีโอไม่ได้สนใจคำพูดของหญิงสาว เขาก้าวเท้ามาข้างหน้าและกดเสียงต่ำเหี้ยมถามกลุ่มคนตรงหน้าอีกครั้ง เมื่อไม่มีใครยอมรับหรือพูดอะไร ชายหนุ่มก็ล้วงสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมา ก่อนจะเปิดคลิปเสียงที่เขาได้รับมาจากมังกรเมื่อสามสิบนาทีก่อนที่เขาจะรีบบึ่งรถมาที่นี่
[ยัยข้าวหอมยอมมาแล้วว่ะ เอาไงต่อดี งานนี้ห้ามพลาดนะ โอกาสไม่ได้มีบ่อย ๆ หมั่นไส้นัก แรดเงียบ เกาะแก๊งพี่ลีโอเป็นปลิงเลย]
ลิตาทำหน้าเลิ่กลั่กทันทีที่ประโยคในคลิปเสียงนั้นพูดจบ
[เดี๋ยวฉันจัดการเอง สวย ๆ แบบนั้นเห็นอยู่กับไอ้ลีโอโคตรจะเสียของเลย รับรองหลังจากคืนนี้ยัยนั่นตามฉันต้อย ๆ แน่ ฮ่าๆ]
เสียงของผู้ชายในคลิปเสียงต่อให้ปิดหูฟังก็ชัดเจนว่านั่นคือเสียงของกันต์เพื่อนผู้ชายผู้เป็นเจ้าของวันเกิดในค่ำคืนนี้ หน้าสวยเหม่อลอย ช็อกไปกับสิ่งที่ได้ยิน หล่อนค่อย ๆ หันหน้าและปรายสายตาไปที่เพื่อนแต่ละคน ไม่คิดเลยว่าเพื่อน ๆ จะคิดร้ายกับเธอแบบนี้
อาจเพราะด้วยเวลาปกติข้าวหอมไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนในชั้นเรียนมากนัก นอกจากเวลาเรียนปกติของเธอแล้วเธอมักเอาตัวเองมาผูกติดกับ
ลีโอเสมอ
“เอ่อ..น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน พวกเราก็แค่ล้อเล่นกันอย่าถือสาเลยนะข้าวหอม”
“ใช่ ๆ พวกเราแค่ล้อเล่นเอง”
ทั้งกันต์และลิตารีบแก้ตัวปากสั่น เพื่อน ๆ ที่ล่วงรู้แผนการต่างพากันส่ายหน้าปฏิเสธราวกับต้องการบอกว่าไม่ได้รู้เห็นกับเรื่องนี้
“ระ เรากลับกันเถอะค่ะ”
ดวงตาฉ่ำสวยรื้นไปด้วยน้ำตา ปากบอกออกไปเสียงสั่น ก่อนที่มือเรียวบางจะกระตุกแขนเสื้อของคนตรงหน้า
เสียงกัดฟันกรอดดังลอดออกมา ลีโอมองมือเล็กก่อนจะแกะมันออกจากท่อนแขนของตนเอง
“มึงสินะ เจ้าของเสียงนั่น”
ผั่วะ
ถามเสร็จก็กระชากคอเสื้อของกันต์เข้ามา ก่อนจะปล่อยหมัดไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายและรัวหมัดต่อ ๆ ไปไม่ยั้ง เสียงกรีดร้องดังลั่นทุกคนพากันถอยหนีจากจุดนั้นทันที
“จำไว้นะ ยัยบื้อนี่เป็นของฉัน คนที่จะรังแกเธอได้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น ถ้ากูเห็นมึงยุ่งกับคนของกูอีกคราวหน้ามึงจะไม่เจอแค่นี้ แต่เตรียมจองวัดได้เลย”
ตุ้บ อั๊ก โอ๊ย..
พูดจบก็ยกเท้ากระทืบไปที่เป้าหนาของอีกฝ่ายเต็มแรง เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น พร้อมร่างของกันต์ที่นอนคุดคู้ตัวงออยู่ตรงพื้น ร่างสูงยืดตัวขึ้นสะบัดศีรษะไปมาสองสามที ก่อนจะหันกลับมายังที่คนตัวเล็กยืนอยู่ก่อนหน้า...
...ทว่าหล่อนหายไปแล้ว
“ข้าวหอม”
ลีโอพึมพำชื่อคนตัวเล็กเบา ๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกจากผับตามออกไปติด ๆ
“ข้าวหอม ข้าวหอม”
“...”
“ยัยบื้อ ฉันบอกให้หยุดไง”
ยัยบื้ออย่างนั้นหรือ ใช่สิหล่อนมันซื่อบื้อ หลอกง่าย ใครคิดอยากจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลยสักนิด สองเท้าเล็กหยุดยืนนิ่ง ปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรงด้วยพยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอของตัวเองไว้ ลีโอย่างเท้าเข้าหาช้า ๆ เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กแล้วลากไปที่รถแล้วขับออกไปทันที
“คิดได้ไงถึงแต่งตัวแบบนี้ออกมา ห๊ะ ฉันไม่ได้ซื้อชุดนี้เพื่อให้เธอใส่มาอ่อยไอ้พวกทุเรศนั่น”
“...”
เอี๊ยด
ไม่นานรถคันหรูก็มาจอดเทียบที่หน้าหอพักของข้าวหอม โดยตลอดทางหญิงสาวนิ่งเงียบปล่อยให้อีกฝ่ายบ่นด่าจนหนำใจ
“เลิกซื่อบื้อ เลิกทำตัวโง่สักที เคยคิดบ้างไหมถ้าฉันไปไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น หัดมองคนให้ออกสิ ว่าใครดีด้วย ใครคิดหลอกใช้ หรือหวังอะไรจากตัวเรา ตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ ว่าอย่างเธอจะเอาตัวรอดได้ไหมถ้าไม่มีฉัน”
เผาะ
น้ำตาเม็ดโตที่พยายามกลั้นมาอย่างยากลำบาก ร่วงลงบนหลังมือทันที จากนั้นก็ตามด้วยน้ำสีใสเม็ดแล้วเม็ดเล่า ร่างเล็กเริ่มสั่นด้วยแรงสะอื้น สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ทำเธอเสียใจมากพอแล้ว ยิ่งมาเจอคำพูดร้าย ๆ ของลีโอด้วยแล้ว ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเหมือนถูกบีบรัดรุนแรงจนเจ็บปวดไปหมด
“ค่ะ หนูมันโง่ หนูเชื่อมาตลอดว่าถ้าเราจริงใจกับใครสักคน เขาจะจริงใจกลับ วันนี้รู้แล้วว่า..ใจแลกใจมันใช้ไม่ได้กับทุกคน และ..และ ฮึก ฮือ”
“...”
“ฮือ และมันใช้ไม่ได้กับพี่ด้วยหรือเปล่า เพราะพี่เองก็หลอกใช้หนูไม่ต่างกับคนพวกนั้นเหมือนกัน เพราะพี่เองก็มองว่าหนูโง่ หลอกง่ายใช่ไหมคะ ฮือ”
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถ ทว่าถูก
ลีโอขวางไว้
“ก็ถ้ารู้ว่าจะถูกหลอก ก็ควรอยู่ให้ห่าง ไม่ใช่เอาใจลงมาเล่นด้วยแบบนี้”
ลีโอโน้มหน้าเข้าหาจนปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ก่อนที่ข้าวหอมจะเบือนหน้าหนีปล่อยให้น้ำตาไหลพรากออกมาอีกครั้ง
“ฮึก ฮือ ได้ค่ะ หนูจะพยายามนะคะ และคราวหลังช่วยเมินหนูไปเลยก็ได้ค่ะ บางทีคนโง่ ๆ แบบหนูต้องได้บทเรียนด้วยตัวเอง เผื่อจะหายโง่เข้าสักวัน ฮือ”
“...”
มือเล็กค่อย ๆ ดันแผงอกกว้างของคนตัวโตออก แล้วรีบเปิดประตูรถก้าวเท้าออกมาก่อนจะพาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำเดินหายเข้าลิฟต์ไป โดยมีสายตาคู่คมของลีโอมองตามแผ่นหลังเล็กไม่ละ