ยามดึกภายในคอนโดอันเงียบสงบมีเพียงแสงจันทร์ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทางระเบียง เงาสูงใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นอันเย็นเฉียบ มือหนาค่อย ๆ ปิดประตูช้า ๆ อย่างแผ่วเบา พยายามทำตัวให้เงียบที่สุด สองขายาวค่อย ๆ ย่องเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของฝีเท้าเขากลั้นลมหายใจทุกครั้งราวกับกลัวว่าจะไปทำให้ใครบางคนตื่น
แกร่ก! กึก!
เสียงเปิดประตูพร้อมสวิตช์ไฟดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มยืนตัวแข็งทื่อเงยขึ้นมองหลอดไฟที่สว่างจ้าไปทั้งห้องก่อนจะหันไปมองต้นเหตุทำเอาคนที่เคยเก่งกาจชะงักหยุดหายใจไปชั่วครู่
“เหอะ!”
หญิงสาวร่างอรชรยืนกอดอกมองภูผาตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมเค้นหัวเราะในลำคออย่างเอือมระอา พลางคิดในใจ...นี่นะหรอ? คนที่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นแฟนที่ดีที่สุด แหวะ จะอ้วก!!
“เอวาครับบ”
คนเจ้าเล่ห์ที่มีความผิดฉลักติดหลังไม่รอช้ารีบเอ่ยเรียกแฟนสาวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแล้วเดินเข้าไปหาหวังจะโอบกอดหญิงสาวมาไว้ในอ้อมอก ทว่าเอวากลับผงะถอยห่างราวกับรังเกียจรังชังแฟนหนุ่มคนนี้นักหนา
“กลับมาทำไม?”
น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามคนตัวสูงดวงตากลมสวยจ้องลึกไปยังนัยน์ตาคมที่แสดงถึงความประหม่าอย่างชัดเจน ภูผาเม้มริมฝีปากเน้นพลางคิดหาข้ออ้างที่ตนพึ่งกลับมาเวลานี้
เพราะหลังจากที่รู้ว่าเอวางอน แทนที่จะรีบกลับแต่เขากลับนั่งดื่มกับเพื่อนต่อ จนตอนนี้เกือบจะตีสามพึ่งจะมาให้เห็นหน้า และที่เธอฝากพี่ชายไปบอกว่า ไม่ต้องกลับมา นั้นเอวาพูดจริง หากจะไปเที่ยวจนลืมว่ามีแฟนก็ไม่ต้องกลับมา
“ไปกินก๋วยเตี๋ยวกันครับ”
ราวกับคนหน้าด้าน หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามแต่เปลี่ยนเรื่องชวนแฟนสาวออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเวลานี้
มือหนาเลื่อนมาจับมือบางไว้แน่นพลางใช้นิ้วโป้งใหญ่ลูบหลังมือเล็กเบา ๆ
“ไปกินเตี๋ยวใต้คอนโดกัน”
เสียงทุ้มว่าอีกครั้งด้วยความประหม่าปนหวาดระแวงเพราะตอนนี้เอวามองเขานิ่งราวกับคนไม่มีความรู้สึก
พรึ่บ!
ก่อนที่มือเล็กจะสะบัดมือหนาออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมจ้องมองตามแรงเหวี่ยงของตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะเอวาไม่เคยผลักไสเขาแบบนี้มาก่อน
“วาเหนื่อยแล้วอ่ะพี่ผา”
น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือบ่งบอกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจ เธอเหนื่อยที่ต้องเป็นฝ่ายรอเขาแล้ว เหนื่อยที่ต้องเป็นฝ่ายยอมเขาตลอด เหนื่อยที่จะต้องมานั่งจัดการความรู้สึกตัวเองและแม่งโคตรจะเหนื่อยที่ต้องพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาอยู่ฝ่ายเดียว
ภูผานิ่งอึ้งไปชั่วครู่มองดวงตาสุกใสสั่นระริกเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาก่อนจะไหลอาบแกมนวลใส เอวาเลื่อนมือขึ้นปาดออกลวก ๆ อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะสูดลมหายใจเข้าสุดปอดแล้วข่มตาลงช้า ๆ
“วาไม่อยากคบกับพี่แล้ว”
อยู่ ๆ ความเงียบก็ปกคลุมไปชั่วขณะ ภูผายืนนิ่งไม่ไหวติ่งราวกับคนหูอื้อหูฝาด ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรถึงทำให้เขาได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน
ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นมองแฟนหนุ่มที่ไม่มีทีท่าตกใจกับคำพูดของเธอเลยสักนิด ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าสำหรับภูผาแล้วแค่ขาดเธอไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะทุกวันนี้เขาก็ใช้ชีวิตเหมือนไม่มีเธออยู่แล้ว ทว่าความจริงแล้วไม่ใช่ภูผาไม่ตกใจ แต่ที่นิ่งเพราะยังอึ้งและทำตัวไม่ถูกต่างหาก
เอวาคิดเรื่องตัดขาดความสัมพันธ์มาหลายครั้ง ทะเลาะกี่ครั้ง ๆ ก็อยากจะเลิกทุกครั้ง แต่หัวใจเจ้ากรรมมันไม่แข็งพอ มันตัดใจไม่ได้ พอเขามาง้อมาขอโทษเธอก็ให้อภัยทุกครั้งไป ทว่าครั้งนี้...เอวาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นได้เพียงแค่เงา ไม่มีตัวตน ไม่มีความสำคัญ แม้แต่วันนี้ที่เธอไม่สบายเขายังออกไปดื่มไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยเป็นห่วงกันเลยสักนิด
“เดี๋ยววา คุยกับพี่ก่อน”
ร่างบางถอยหลังกำลังจะหมุนตัวไปเข้าห้องน้ำ ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือเล็กไว้ทันก่อนจะดึงเธอมานั่งที่โซฟา
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ มือหนาจับมือบางไว้แน่น ได้แต่ขอภาวนาในใจว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้เป็นเพียงแค่หูฝาด
“เราเลิกกันเถอะ”
“ห้ะ!...” ภูผาอุทานเสียงดังจนเอวาสะดุ้งโหยง “พะ...พี่ขออีกที สงสัยจะเมา หูแม่งอื้อไปหมด”
ใบหน้าหล่อยกยิ้มเจื่อน ๆ อย่างฝืนใจก่อนจะทำท่าตั้งใจฟังแฟนสาวอย่างใจจดใจจ่อ
“งั้นพี่ฟังให้ดีนะ!! เราเลิกกันเถอะ พี่ภูผา!!” เอวาตะโกนเสียงดังลั่น ในเมื่อไม่ได้ยินเธอก็จะตะเบ็งให้สุดเสียงไปเลย
“เหอะ!”
ในขณะที่อีกฝ่ายขอเลิก แต่ภูผากลับเค้นหัวเราะในลำคอ แม่งได้ยินชัดแจ๋วเลยว่ะ หูกูก็ไม่ได้ฝาดนี่หว่า
“ไม่เลิก”
ว่าเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความดุดันอย่างเอาจริงเอาจัง เรื่องอะไรจะยอมเลิก เขาก็รักของเขาจะมาเลิกสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไง ไหนละเหตุผล? ไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย ถึงจะเป็นคนกะล่อนเย็xดุแต่ก็ไม่เคยไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหน เรื่องชู้สาวภูผาสาบานได้เลยว่าไม่เคยมี...ไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง แล้วแม่งเป็นเหี้ยอะไรมาบอกเลิกกูเนี่ย!
“เธอเป็นอะไรเอวา?”
คิ้วหนาขมวดเป็นปมด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดใจ ใบหน้าหล่อเอียงลงเล็กน้อยจ้องมองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตามองมือตัวเองผ่านม่านน้ำตา
“อะไรที่ต้องพยายาม วาไม่เรียกมันว่าความรัก...” เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างหนักแน่นก่อนจะเงยขึ้นสบดวงตาคมตรงหน้า “อะไรที่มันเหนื่อย วาไม่เรียกว่าความรัก...ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่วาไม่มีความสุขที่เราคบกัน”
“เธอกำลังจะบอกว่าหมดรักพี่แล้ว?”
“ไม่ใช่ไม่รักแต่มันเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องคอยเอาใจพี่ตลอด เหนื่อยที่ต้องเดิมตามข้างหลังพี่ทุกครั้ง วาเองก็อยากไปเดินข้าง ๆ พี่บ้าง!”
“พี่ไม่เข้าใจวา ไปไหนมาไหนเราก็เดินด้วยกันตลอด พี่ไม่เคยทิ้งเธอไว้ข้างหลัง...มืออันเนี่ย! มันจับเธอไว้ตลอดเวลาเลยนะเว้ย!!”
ภูผาว่าอย่างไม่เข้าใจพร้อมชูมือข้างขวาขึ้นตรงหน้า ทว่าความหมายของทั้งสองมันต่างกัน
เอวาหมายถึงเธออยากเป็นคนสำคัญสำหรับภูผาบ้าง เป็นคนใกล้สายตาหรือเป็นคนแรกที่เขานึกถึง ไม่ใช่ว่าต้องหันหลังมามองถึงจะรู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น
“จับไว้ตลอดแต่ก็ไม่เคยสำคัญ...เคยรู้สึกบ้างไหมว่าพี่มีแฟนแล้ว”
“รู้ดิ!” ภูผาตอบอย่างมั่นใจ ก็ทำไมจะไม่รู้เขามีแฟนอยู่คนเดียว
“แต่วาไม่เคยรู้สึก”
“....”
“ทุกวันนี้เหมือนใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงวาก็ต้องดูแลตัวเอง พี่รู้บ้างรึเปล่าว่าวาไม่สบาย?”
“.....”
“พี่ไม่รู้ เพราะพี่ไม่เคยใส่ใจเลยไง คบกันมาตั้งสองปีแต่พี่ก็แม่ง...เหี้ยเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม เมื่อก่อนใครกันว่ะที่มันบอกว่าจะปรับปรุงตัวเอง ชักแม่น้ำทั้งห้ามายื้อกันไว้ สุดท้ายก็ทิ้ง ๆ คว้าง ๆ ทำอย่างกับหัวใจของวาเป็นของเล่น”
“มะ...”
“พี่ไม่เคยพยายามอะไรเลยสักอย่าง แม่ง!! โคตรเห็นแก่ตัวเลย!!” ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นอย่างเหลืออดพ่นคำพูดที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาเสียงดังพร้อมหลั่งน้ำตาเป็นสาย “วาไม่เคยเอาเรื่องของเราไปฟ้องพี่เท เพราะยังให้โอกาส หวังอยู่ลึก ๆ ว่าพี่จะเอ็นดูวาในฐานะแฟนคนหนึ่งบ้าง แต่ก็ไม่...พี่ไม่ทำเหี้ยอะไรเลยยย”
หากเทวารู้ว่าเพื่อนรักที่เขาฝากฝังไว้ใจให้คบกับน้องสาว ทำตัวทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แถมยังทำให้เธอเสียใจแบบนี้...ฝันไปเถอะว่า ภูผาจะได้เดินเหินแบบนี้
“วาเหนื่อย เลยอยากพอ เราพอได้แล้วพี่ภูผา”
“ไม่!!”
น้ำเสียงแข็งกระด้างแฝงความยืนกรานห้ามโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น ใบหน้าหล่อแดงก่ำพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธขึ้งไว้ในใจ
“พี่ไม่พอ...เธอเป็นบ้าอะไร!! อยู่ ๆ ก็มาขอเลิกกันเพราะเหตุผลงี่เง่าแบบนี้” ภูผาเงยขึ้นตะเบ็งเสียงใส่หญิงสาวที่ยืนอยู่อย่างเหลืออด
“สำหรับพี่มันอาจจะงี่เง่า แต่สำหรับวา!...มันเป็นเหตุผลที่วาทนต่อไปไม่ได้แล้ว!! มีแฟนก็เหมือนไม่มีแล้วจะมีไปทำไม อยู่คนเดียวไม่สบายใจกว่ารึไง!!”
“พี่มันดูไร้ค่าสำหรับเธอขนาดนั้นเลยหรอวะ!!” ภูผาหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมเอ่ยถามเสียงทุ้มเจือความเจ็บปวดในใจ “พี่มันเป็นความสบายใจให้เธอไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอเอวา...”
“ใช่ แค่คิดถึงหน้าพี่วาก็เหนื่อยแล้ว” เอาวาตอบทันทีทำเอาภูผาถอดสีหน้าอย่างคาดไม่ถึง “อยู่ ๆ มันก็นึกขึ้นได้ว่า...จะต้องเหนื่อยกับผู้ชายคนนี้อีกนานแค่ไหน ที่ผ่านมามีแต่วาที่คอยปรับตัวเข้าหาพี่ พยายามปรับตัวเข้าไปอยู่ในสังคมของพี่ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด แล้วพี่ละ...เคยปรับตัวให้เข้ากับวาบ้างไหม?”
“....”
“ก็ไม่...เมื่อก่อนติดเที่ยวยังไง ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นไม่เคยเปลี่ยน แม้จะเคยบอกว่าจะพยายามเที่ยวให้น้อยลงแต่พอทำได้ไม่นานพี่ก็ดื่มก็เที่ยวเหมือนเดิม สันดานเดิม ๆ มันฝังไปถึงรากถึงโคนแล้ว!”
“ก็พี่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก ทีเมื่อก่อนเธอยังรับได้ แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไรวะ แม่งโคตรงี่เง่าเลยวา!!”
“ไม่ใช่ว่ารับได้! ที่เมื่อก่อนไม่ว่าเพราะวาพยายามทำความเข้าใจ พยายามบอกตัวเองว่าพี่เป็นคนแบบนี้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่...พี่ติดเที่ยวไม่พอ พี่ยังทิ้งขว้างวาอีกด้วย วามีหัวใจนะพี่ผา!! ถ้าพี่ไม่รักษาก็ปล่อยให้คนอื่นดูแลเถอะ!!”
“ฝันไปเถอะวา!! ใครมันจะดูแลเธอดีเท่าพี่อะ....”
“เหอะ!! เยอะแยะ! ขนาดลุงยามหน้ามอ.ยังเอาใจใส่วากว่าพี่อีก อย่างน้อยเค้าก็คอยโบกรถให้วาข้ามถนน...แต่พี่อะ? ขนาดวานอนโรงบาลพี่ยังไม่รู้เลย!!”
“ก็แล้วทำไมไม่บอก!!”
“โทรไปเคยรับไหมละ!! ส่งข้อความไปเคยอ่านบ้างไหม!!”
“....”
“คบกับพี่ แม่งโคตรเสียเวลาเลยว่ะ พี่ภูผา”
-------------------------------
ติดเที่ยว ติดเหล้า จนโดนแฟนบอกเลิก
สร้างอีก 1 ตำนานที่ตราตรึง
*********************
ฝากกดหัวใจ + คอเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
ฝากติดตามผลงานด้วยน้าเมนต์เค้าหน่อย