“ภา คุณจริงๆด้วย ลพดีใจที่สุดเลย” วัลลพยิ้มกว้าง ดีใจจนคว้ามือบางมากุมเอาไว้แน่น
“ภาเชื่อแล้วค่ะ” ใบหน้าหวานมองมือของตัวเอง วัลลพค่อยๆปล่อยมือ ยิ้มเขินๆ
“ลพดีใจนี่ ตกลงภาจะมาทำงานกับลพแล้วใช่มั๊ย วันนั้นคือภาเหรอ ทำไมไม่บอกลพละครับ”
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะลพ ภาขับรถไม่ดีเอง”
“งั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
วัลลพเดินนำไรเดอร์สาวเข้ามาข้างใน ก่อนพาไปแนะนำยังสถานที่ต่างๆ ร่างบางก้าวเท้าเดินตามหลังร่างสูง กวาดตามอง ผู้คนกำลังเสี่ยงโชค
“ภา มองอะไรอยู่ครับ” ชายหนุ่มหยุดเดินก่อนหันมาหาไรเดอร์สาว
“เอ่อเปล่าค่ะ” นภาสรรีบก้าวเท้าตาม ดวงตากลมโตกวาดมองเหล่านักเสี่ยงโชค รวมถึงเหล่าสาวสวยนุ่งผ้าน้อยชิ้นเต้นบนเวทีวงกลมขนาดเล็กตรงกลางห้องใหญ่
เรือนร่างสวยงามมีเพียงผ้าแผ่นเล็กๆแปะปกปิดส่วนสำคัญทั้งด้านบนและด้านล่างเท่านั้น กำลังโยกย้ายตามจังหวะเพลงส่งสายตายั่วยวนให้กับบรรดาเสี่ยกระเป๋าหนัก ก่อนหันมาสนใจกับแท่งเสาเหล็ก ร่างบางเดินเข้าไปแนบกับเสาขนาดเล็กแล้วยกเท้าเรียวขึ้น มือบางจับแท่งเสาเหล็ก เคลื่อนไหวเย้ายวนอวดเรือนร่าง
“อยากจับนมจังเลยวุ้ย” เสียงหื่นกระหายของเสี่ยคนหนึ่ง เดินเข้าไปพร้อมถือแบงค์พันหวังจะเอาไปใส่ในร่องนมของนักเต้นสาว
“ว้าย อุ้ย ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวร้องตกใจ พอเห็นเงินก็ตาโตแอ่นอกโตให้เสี่ยยัดแบงค์พันใส่เข้าไปในร่องอก
เมื่อบรรดาหญิงสาวเห็นเสี่ยจากโต๊ะอื่น ต่างเดินถือแบงค์ ไม่รอช้ารีบวาดลวดลายเต้นโยกตัวไปตามจังหวะเพลงหวังจะได้เงินจากเสี่ยกระเป๋าหนัก
นภาสรยืนมองอย่างขยะแขยง เธอเกลียดผู้ชายที่มองผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น ใช้เงินแล้วนึกจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แสดงว่าเขาอาจจะมีส่วนที่ทำให้ภัสสรต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ในเมื่อเขาเองก็ทำงานสถานที่อับโคจรเช่นนี้
“ภา ภาครับ” วัลลพเรียกนภาสร ร่างบางยืนมองกลุ่มสาวกำลังรูดเสาขึ้นลง ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ยกฝ่ามือโบกผ่านใบหน้า
“อุ้ย ลพ”
“ภาอยากเต้นแบบนั้นเหรอ ลพเห็นยืนมองตั้งนาน” วัลลพถามเย้าแหย่
“ปะเปล่าค่ะ” นภาสรแก้ตัว ยิ้มแห้งๆ
“วัลลพ อย่าบอกนะว่านี่คือผู้ช่วยของแก” พลรัตน์เดินเข้ามาหาลูกชาย พอมาถึงเขาก็ได้รับรายงานจากลูกน้องทันที
“ครับพ่อ เธอเป็นไรเดอร์คนนั้นไงครับ เห็นว่ามาสมัครงาน ผมก็เลยรับไว้” ชายหนุ่มแก้ต่างให้
“อย่างงั้นเหรอ ไรเดอร์ที่ล้มหน้ารถเราวันนั้นใช่มั๊ย” คนเป็นพ่อมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า มองแวบเดียวเธอมันผู้หญิงซ่อนรูปชัดๆ อกโตภายใต้ชุดยูนิฟอร์มสีม่วง ใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต ริมฝีปากบางเล็ก ผิวขาว ถ้าจับมาแต่งตัวเหมือนพวกกำลังรูดเสามันคงจะดีไม่น้อย
“ผมให้เธอเป็นผู้ช่วยของผมนะครับ”
“ได้สิ แต่เธอลองไปเต้นเหมือนพวกนั้นให้ดูหน่อย ถ้าได้ทิปจากแขกเยอะ ฉันก็จะรับเธอเข้าทำงาน” พลรัตน์พูดกับหญิงสาว สายตาโลมเลีย
“พ่อครับ”
“หยุดเลย ผู้ช่วยแกต้องทำทุกอย่าง ยิ่งทำงานในนี้แล้วไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น” คนเป็นพ่อบอกลูกชาย ก่อนหันมาทางหญิงสาว
“ว่าไงละ หืม ถ้าอยากทำงานที่นี้ต้องทำได้ทุกอย่าง”
“ได้ค่ะ ท่าน” นภาสรจำใจทำตามคำสั่งเพื่อที่จะได้ทำงานใกล้ชิดกับเขา พูดจบหญิงสาวค่อยๆรูดซิปลงอย่างช้าๆ เผยเห็นเสื้อกล้ามสีดำคอกว้างจนเห็นเนินอกล้นออกมา
พลรัตน์กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ผิวขาวเด่นตัดกับเสื้อกล้ามสีดำ สายตาของเขามองไม่ผิดจริงๆผู้หญิงคนนี้ซ่อนรูปไว้ แค่นึกเขาก็รู้สึกปวดหนึบตรงกึ่งกาย
นภาสรถือเสื้อคลุมเดินตรงไปหาชายหนุ่ม ร่างสูงมองเธออย่างตะลึงงัน วัลลพทำทียืนนิ่งหากภายในหัวใจกำลังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เขาเองก็เห็นผู้หญิงนุ่งผ้าน้อยชิ้นมาก็เยอะ ทำไมกับเธอ เขาถึงกับเสียอาการ อาการแบบนี้
“ฝากเสื้อหน่อยนะคะ คุณลพ” หญิงสาวกระซิบหู ทำเอาร่างสูงนิ่งราวกับถูกเป่ามนต์ หูของเขาดับไปชั่วขณะ หน้าอกหน้าใจของเธอมันล้นออกมาจนเห็นเนินเนื้อภายใต้เสื้อกล้ามสีดำ
อีกด้านหนึ่งชลกรเดินมาเปิดหูเปิดตาหลังจากนั่งปั่นยอดและหลอกลวงให้คนโอนเงินเข้ามาเกือบทั้งวัน ในเมื่อเจ้านายไม่ให้ออกไปข้างนอกแต่อนุญาตเดินเล่นในบ่อนได้เขาก็ไม่ปฏิเสธ กระทั่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินไปเวที
ร่างบางก้าวเท้าเดินไปยังเวทีรูปวงกลม หญิงสาวแหวกบรรดาเสี่ยกระเป๋าหนัก และขึ้นเวที สะโพกงอนโยกย้ายซ้ายขวา ตามเสียงเพลง มือบางค่อยๆจับเสา ใช้ลำตัวแนบ ทิ้งตัวเคลื่อนไหวตามแรงเหวี่ยง เสียงร้องว้าวดังขึ้น ปรบมือชอบใจ
วัลลพมองเรือนร่างของเธอพริ้วไหวตามเสียงเพลงและรูดขึ้นลงเสา พร้อมๆกับเหวี่ยงตัวหมุนรอบเสา ไปมา ทำเอาร่างกายสั่นสะท้าน ภาพที่เธอเต้นวันนั้นย้อนเข้ามาในหัวสมองยิ่งทำเอาหัวใจของเขาเต้นรัวๆไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะสายตาของเธอมองมายังเขาเหมือนกับแม่เสือสาวกำลังยั่วสวาท ดวงตาคู่นั้นตราตรึงในหัวใจไปแล้ว
“สายตายั่วยวนจริงๆเลย” พลรัตน์เอ่ยชื่นชม ทำเอาวัลลพหลุดจากภวังค์ทำหน้าเขร่งขรึม แอบหึงอยู่ในใจ
นภาสรใช้วิทยายุทธที่ได้จากการทำงานเป็นตัวประกอบในกองถ่าย คว้าเงินจากเสี่ยกระเป๋าหนักโดยไม่ต้องเปลืองตัว หญิงสาวทำทียื่นอกให้แล้วใช้ความรวดเร็วหลบ ใช้มือคว้าเงินขึ้นมา ชนิดที่ว่าไม่มีใครได้แตะโดนตัวแม้แต่ปลายเล็บ
วัลลพยืนมองหญิงสาวก้มตัวคว้าเงินมาไว้ในมือ เธอช่างฉลาดเสียจริงๆ ชายหนุ่มชื่นชอบและสนใจผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว อยากค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ
“ภา หรือว่าลพกำลังหลงรักภากันนะ”
ชลกรเองก็ยืนมองหญิงสาวอย่างตกตะลึง เธอเป็นใครกันทำไมถึงมีมนต์ทำให้เขายืนมองและเอาแต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น
“สวยบาดใจฉันจริงๆ สวยไม่พอฉลาดอีกด้วย” ชลกรกอด อก มองตามร่างบาง ไม่ว่าเธอจะเคลื่อนตัวไปทางไหน เคลื่อนด้วยท่าทางอะไร เขาจดจำหมดทุกท่วงท่าที่เธอแสดงออกมา
ทันทีเพลงจบลง พลรัตน์เดินตรงเข้าไปหายื่นมือมาให้ นภาสรจำใจจับมือชายรุ่นคราวพ่อ ลงจากเวทีทั้งสองเดินตรงมาหาวัลลพ
“แกตาถึงจริงๆนะ ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะเรียกความสนใจจากแขกของพ่อได้” พลรัตน์มองอย่างชื่นชมแสดงความสนใจในตัวหญิงสาวอย่างออกนอกหน้า
“ถ้าแก….”
“พ่อครับ ผมขอพาผู้ช่วยของผมไปข้างบนห้องก่อนนะครับ” วัลลพรีบตัดบทแค่มองตาเขาก็รู้แล้วว่าพ่อต้องการอะไรจากผู้หญิงคนนี้
“ไปกันเถอะ นี่เสื้อคลุมของคุณ” เขาเอ่ยและยื่นเสื้อคุมให้ นภาสรรีบมาสวมใส่แล้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นไปยังชั้นบน
“ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ” พลรัตน์มองลูกชายเดินขึ้นไปชั้นบนกับหญิงสาว ยิ้มพอใจ นี่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ามาในวงการสีเทาธุรกิจที่สร้างขึ้นมากับมือ
ภายในห้องทำงาน วัลลพเดินเข้ามานั่งเก้าอี้นวมตัวใหญ่ มองร่างบางในชุดยูนิฟอร์มสีม่วง ภาพบนเวทีและสายตาอันเย้ายวนยังตราตรึงอยู่ในใจของเขา
“นั่งก่อนสิ” เขาสั่ง พร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษให้เธอกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปด้วย
“ขอบคุณค่ะ” นภาสรรับแผ่นกระดาษแล้วนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขียนข้อมูลลงไป
“ลพดีใจนะ ที่เราสองคนมาทำงานด้วยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับมองหญิงสาวก้มเขียนเอกสาร
“ภาก็ดีใจเช่นเดียวกันค่ะ” ใบหน้าหวานเงยขึ้นฉีกยิ้ม มองวัลลพ ก่อนจะก้มหน้าลงเขียนต่อ
“ดีแล้ว ลพจะได้ทำความรู้จักภามากกว่านี้” วัลลพเอ่ยถามสายตาจับจ้องใบหน้าหวานนั่งอยู่ตรงหน้า สายตาอันเย้ายวนคู่นั้นยังแวบเข้ามาในหัวสมอง
‘บ้าฉะมัด อาการตกหลุมรักเป็นแบบนี้อย่างงั้นเหรอ’ เขาบ่นในใจ
“แค่ภาเขียนข้อมูลลงในกระดาษนี้ ลพก็รู้จักภามากแล้วค่ะ”
“ไม่เอา แค่เขียนยังน้อยไป เราต้องพูดคุยและรู้จักกัน” วัลลพเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ นั่งมองใบหน้าหวานไม่วางตา
“ได้เลยค่ะ ยิ่งเราทำงานด้วยกัน ลพได้รู้จักภาแน่ๆ” นภาสรพูดเพื่อหลอกล่อให้เขาตายใจและหลงรัก
“ถ้าอย่างงั้นวันนี้ให้ลพไปส่งนะครับ” วัลลพเริ่มเป็นฝ่ายรุก
“แล้วรถภาละคะ เอาไว้วันหลังดีกว่านะคะ” หญิงสาวเอ่ย ยิ่งเขาแสดงอาการแบบนี้ยิ่งทำให้เธอมั่นใจ
“ได้ครับ ลพอยากรู้จักภามากๆเลยนะ” วัลลพเอ่ย และรู้ดีว่ากำลังหวงหญิงสาว ไม่อยากให้เธอเป็นของใครทั้งนั้น
“ภาก็อยากรู้จักลพเช่นกันคะ” นภาสรเอ่ยเสียงหวานและส่งสายตัวอันยั่วเย้ามองมายังชายหนุ่ม
วัลลพกลืนน้ำลายเอือกใหญ่แค่สบตาหัวใจของเขาก็เต้นแรง บ้าฉะมัด เกิดอะไรกันแน่ ผู้หญิงคนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน เขารีบตั้งสติ
“เอาละ สำหรับงานที่นี้ ภาแค่ตรวจเอกสารความถูกต้องให้ลพเซ็นต์ คอยติดต่อประสานงานกับสำนึกงานซึ่งอยู่อีกฝั่ง ลพจะให้รหัสสำหรับตรวจสอบและติดต่อไว้ให้ เวลามีเรื่องอะไรก็มารายงานให้ลพทราบแค่นั้น ส่วนโต๊ะทำงานก็อยู่ในห้องนี้แหละ”
“งานมีแค่นี้เองเหรอคะ”
“อืม ก็ดูตามหน้างานก็แล้วกัน ภาเป็นเลขาของลพ งานลพเยอะ งานของภาก็ต้องเยอะเหมือนกัน ว่าแต่มีอะไรจะถามลพอีกหรือเปล่า”
“ไม่มีแล้วค่ะ”
รอยยิ้มมุมปากผุดบนใบหน้าหวาน อย่างน้อยวันนี้มันก็เกินความคาดหมายของเธอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป เพื่อรอวันชดใช้ รออีกนิดนะภัส พี่กำลังจะแก้แค้นให้แล้ว
“งั้นเริ่มงานวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ภาจะกลับบ้านหรือลองเดินเที่ยวในนี้ก็ได้นะครับ”
“ได้ค่ะ งั้นภาขอตัวก่อนนะคะ”
“เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”