ตอนที่ 2 ไม่เป็นไร
ฝากด้วยนะจ๊ะป้า ยังไงก็ดูแลให้ด้วย เดี๋ยวหนูโอนเงินให้เป็นค่าตอบแทน
เออ...ได้ ป้าเองก็ไม่มีอะไรทำหรอก นอกจากรดน้ำผักตอนเช้า ป้าก็ว่างทั้งวัน
.
ก๊อก..ก๊อก... ก๊อก...." แม่หนู อยู่หรือเปล่าจ๊ะ แม่หนู.!" หญิงชรานามว่า ป้าแจ่ม ถูกหลานสาวที่เป็นคนของมยุรา จ้างวานให้ป้าแกมาดูแลน้ำอิง ตามคำสั่งของมยุรา ที่บอกให้เธอหาคนเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนน้ำอิงซักคน เพราะรู้สึกผิด ที่ส่งให้น้ำอิงมาอยู่ในที่ห่างไกลความเจริญขนาดนี้ มยุรา กลัวว่าเธอจะใช้ชีวิตรำบาก เพราะการกระทำของตัวเอง
หลังจากส่งน้ำอิงไปแล้ว มยุราได้รับรู้มาว่า ชีวิตของน้ำอิงก็เจอความยากรำบากมาไม่น้อย กว่าจะมาเจอเอริค สามีของเธอ น้ำอิงก็ตัวคนเดียว ทั้งยังต่อสู้กับความยากรำบากตามลำพังคนเดียว เธอเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังเป็นเพียงวัยแรกรุ่น แต่เธอก็มีมานะทั้งยังไฝ่ดี ทำงานตั้งใจ ส่งตัวเองเรียนมาได้จนจบ ป.ตรี ถึงแม้จะจบมาแล้ว ยังไม่ได้เริ่มทำงานในสายงายที่ร่ำเรียนมาเลยก็เถอะ นั่นก็เพราะ เอริคได้พบน้ำอิงเข้าเสียก่อน
ชีวิตน้ำอิงตั้งแต่เจอเอริค ทุกอย่างก็ดีขึ้น และมันดีขึ้นมากๆ เธอได้ทั้งความรัก และความสุขสบาย เงินจำนวนมากที่เอริคโอนให้ใช้ในแต่ละครั้ง มันมากกว่าเงินเดือนของใครหลายๆคนด้วยซ้ำ น้ำอิงคิดว่าชีวิตนี้ คงจะไม่ต้องพบเจอความยากรำบากอะไรแล้ว แต่วันนึง เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย จากที่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีแค่ผู้ชายคนนี้ตลอดไป เธอก็ต้องคิดใหม่ ยอมจากไป ด้วยเหตุผลที่ว่า ที่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่ของเธอ เธอผิด ผิดที่ไม่ดูให้ดีว่าเขามีครอบครัวอยู่ไหม ผิดที่เชื่อเขา และที่ผิดที่สุดคือ เธอรักคนที่มีเจ้าของ มันทำให้เธอไม่อาจยอมรับตัวเองในตอนนี้ได้ คนที่รู้ผิดชอบชั่วดีอย่างเธอ จึงต้องยอมถอยออกไป ถึงแม้ว่าก่อนจากมา เธอจะยอมรับเงินของมยุรา ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ใช่คนดี เพราะเงินมันคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ไหนๆก็ต้องเจ็บใจ ต้องเสียใจแล้ว ก็ขอให้ได้อยู่อย่างสุขสบายบ้างเถอะ อย่าให้ชีวิตมันดูรันทดไปมากกว่านี้นักเลย น้ำอิงจึงยอมรับความช่วยเหลือ ทุกอย่างที่ มยุราจัดหาไว้ให้ รวมถึงบ้านหลังนี้ที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้ด้วย
"ใครมานะ เราไม่ได้รู้จักใครแถวนี้นี่นา หรือว่า...." เช้าตรู่วันนี้ หลังจากตื่น น้ำอิงก็มีอาการวิงเวียน หน้ามืด จนเกือบเป็นลมล้มพับไปหลายครั้ง แต่ก็ยังดีที่ไหวตัวทัน ไม่ปล่อยให้ตัวเองล้ม หัวไปกระแทกกับอะไรเข้าซะก่อน ไม่อย่างนั้นคงไม่ดีแน่ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ในบ้านที่ห่างไกลผู้คนขนาดนี้ เธอบ่นพืมพำคนเดียวขณะที่นั่งคิดอยู่ว่าวันที่จะกินอะไรดี เเล้วก็ต้องตกใจเสียงเคาะประตูที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเรียกที่ตามมา น้ำอิงชั่งใจอยู่พักใหญ่ เพราะกลัวว่าจะเป็นคนของเอริค ที่ยังตามหาเธออยู่ กว่าจะยอมเดินไปเปิดประตูได้ ก็ทำเอาป้าเเจ่มที่ยืนรออยู่หลังประตู ยืนรอจนเมื่อยขาเลยทีเดียว แต่หญิงชราก็ไม่ได้มีท่าทีคุกคาม ยอมรออยู่เงียบๆ จนกว่าคนด้านในจะมาเปิดประตูให้เอง
"เอ่อ...คุณป้า มาหาใครคะ " น้ำอิงเปิดประตูออกมา ก็พบกับหญิงชราท่าทางใจดี ยืนยิ้มให้เธอ แต่เธอก็ยังสงสัยอยู่ดี ว่าคนผู้นี้คือใคร และมาหาใครกัน ที่นี่ไม่น่าไม่มีคนที่แกรู้จัก
"มาหาหนูนั่นแหล่ะจ้า หนูชื่อ น้ำอิง ใช่ไหม " " หลานป้ามันโทรมาบอก ให้มาดู ว่าหนูขาดเหลืออะไรไหม และมันยังบอกให้ป้ามาอยู่เป็นเพื่อนหนูตอนกลางวันด้วยนะ " ป้าแจ่มรีบแจ้ง แก่น้ำอิงทันที ที่เธอถามจบ ด้วยว่าจะได้ไม่ต้องสงสัย งงงวย กันไปมากกว่านี้
"หลานป้า ใครหรอคะ คุณป้าเข้าใจอะไรผิดไหมคะ หนูไม่รู้จักใครที่นี่เลยค่ะ ถ้าบอกว่า หลานของคุณป้า ก็ไม่น่าจะใช่หนูนะคะ " น้ำอิงยังคงปฎิเสธ เพราะว่าเธอไม่รู้จักใครที่นี่จริงๆ อยู่ๆจะมีเพื่อนได้ไง ทั้งที่เพิ่งมาอยู่แท้ ป้าต้องเข้าใจอะไรผิดแน่เลย
"หนู ใจเย็นก่อนจ่ะ หลานป้าชื่อ พาขวัญ หนูพอจะคุ้นชื่อนี้ไหมจ๊ะ " แล้วป้าแจ่มก็ต้องอธิบายจนได้ ไม่อย่างนั้น วันนี้คงไม่เข้าใจกันแน่
"พาขวัญ อ๋อ.... คุณพาขวัญ รู้ค่ะ แต่ไม่สนืท เพราะตอนที่มาที่นี่ คุณพาขวัญเป็นคนพามาส่ง " พอได้ยินชื่อ พาขวัญ น้ำอิง ก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว เธอจึงเชิญป้าแจ่มเข้าม่คุยในบ้านต่อ
"แล้วนี่คุณป้ามาคนเดียวหรือคะ. เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำมาให้นะคะ รอแปปนึง " เมื่อเริ่มสบายใจ น้ำอิงก็ดูผ่อนคลายขึ้นจากทีแรกมาก เริ่มถามไถ่แขกผู้ที่มาเยือนในตอนนี้ แต่พอหันหลัง กำลังจะก้าวขาเดินออกไป ดวงตาของน้ำอิงก็ดำมืดทันที อาการหน้ามืด กลับมาอีกแล้ว หลังจากที่เพิ่งหายไปไม่นาน น้ำอิงเซถอยหลัง เป็นจังหวะที่ป้าแจ่มเห็นทัน และลุกประคอง พาเธอนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ตัว ได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้น เธอคงได้ล้มไปกองอยู่ที่พื้นแน่
"หนูไม่สบายหรือลูก..."
"เอ่อ...ค่ะ.. ไม่รู้เป็นอะไร มึนหัวตั้งแต่ตื่นมาแล้ว ขอบคุณ คุณป้ามากนะคะ ถ้าเมื่อกี้คุณป้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ หนูต้องแย่แน่ๆเลย"
นานวันเข้า อาการที่น้ำอิงเป็นอยู่ก็หนักขึ้นทุกวัน ถึงขั้นอาเจียนจนหมดแรง เป็นลมคาห้องน้ำก็เคยมาแล้ว น้ำอิงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ รู้แต่เพียงว่ามันเป็นอาการที่ทรมาน กินอะไรก็ไม่ได้ ทั้งๆที่หิวมากแท้ๆ จะลุก จะนั่งก็ต้องระวัง ไม่อย่างนั้น ถ้าเผลอลุกหรือนั่งเร็วไป ก็จะเป็นลมไปอีกได้
โอก...! อ้วก.! แหว่ะ..! เฮ้อ.... เสียงอาเจียนดังขึ้นในทุกๆเช้าของวัน นับตั้งแต่วันที่เป็น อาการนี้ก็ไม่หายไปอีกเลย น้ำอิงตื่นมาก็มีอาการเคลื่นไส้ จนต้องรีบวิ่งมาอาเจียนในห้องน้ำ
"เป็นอะไรเนื่ย.ป่วยหรอ. หรือว่า.... ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม " น้ำอิงยืนตัวแข็งทื่อ ไม่อาจขยับขาก้าวเดินไปข้างหน้าได้ เมื่อนึกถึงอาการที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้.......
หลังจากวันนั้น ป้าเเจ่มก็มาที่นี่ทุกวัน ป้าแกก็ดีกับน้ำอิงไม่น้อย เพราะเห็นเธอเป็นลูกเป็นหลาน ทั้งน้ำอิงเองก็นิสัยดี รู้จักเคารพผู้ใหญ่ สร้างความเอ็นดูให้กับป้าแจ่มเป็นอย่างมาก คนต่างวัยทั้งสองจึงสนิทสนมกันเร็วกว่าที่คิด
"วันนี้เป็นไงบ้างลูก ยังอ้วกอีกไหม" คำถามนี้ถูกถามจากป้าแจ่ม ในตอนเช้าที่มาถึงของทุกๆวัน ป้าแจ่ม มาดูแลน้ำอิงก็เกือบครบเดือนแล้ว แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ หญิงสาวจะดูแข็งแรง ปกติดี ซักวัน แกเองก็นึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน หากเป็นลูกหลานตัวเองคงพาไปหาหมอแล้ว ป้าแจ่มพยามชวนน้ำอิงไปหาหมออยู่หลายครา แต่เธอก็ปฎิเสธ ทุกครา ได้แต่บอกว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น ซึ่งป้าแก ก็เห็นว่ามันไม่ได้ดีขึ้นเลย ซ้ำยังดูแย่ลงทุกวันอีกด้วย
เหตุผลที่น้ำอิงไม่ยอมไปหาหมอก็เพราะ กลัวคนของเอริคจะหาเธอพบ เธอจากมาแล้ว ก็ไม่อยากหวนกลับไปอีก ยิ่งตอนนี้ เธอดูเหมือนจะเริ่มทำใจได้มากแล้วด้วย น้ำอิงไม่อยากให้ทุกอย่างที่ทำลงไป มันไม่มีประโยชน์
"ป้าคะ อาการคนท้องเป็นยังไงหรอคะ" จู่น้ำอิงก็ถามขึ้นมา ป้าแจ่มเองก็ใจดี ตอบกลับทั้งที่ยังไม่ทันได้คิด
"ก็แบบหนูนี่แหล่ะจ้า นี่ถ้าหนูมีแฟนนะ ป้าก็คิดว่าหนูท้อง "
×...×
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนสีทันที เธอดูตื่นตกใจ และกังวลอยู่ในใจ แต่มันก็แสดงออกทางสีหน้าจนคนมองจับได้
"หรือว่า หนู..... ท้องหรอ " ป้าแจ่มเองก็มีท่าทีตกใจตามไปด้วยอีกคน
"คิดว่า...ใช่.. " เพราะรอบเดือนหนูไม่มาสองเดือนแล้ว " แล้วยังอาการพวกนี้อีก "
"ตาเถร.!! หนูท้องกับใครลูก " แล้วเขาอยู่ที่ไหน" ป้าเเจ่มถามออกไปตามที่ใจนึกทันที
"หนู.....เอ่อ..ไม่รู้ค่ะ" ป้าจ๋า ป้าอย่าบอกใครได้ไหม แม้แต่พาขวัญ ได้ไหมคะ" เมื่อหญิงสาวตระหนักว่าในท้องของเธอมีลูกของเอริคติดมา เธอจึงกลัวว่า มยุราที่เคยสงสารและเห็นใจเธอ จะเกลียดเธอ ที่รู้ว่าเธอตั้งท้องลูกของเอริค จนคิดทำร้ายเธอและลูกในท้อง
"ถ้าหนูไม่อยากให้ใครรู้ ป้าก็จะไม่บอก แล้วหนูจะไม่ไปฝากท้องหรอ จะทำยังไงต่อ ท้องมันต้องโตขึ้นเรื่อยๆนะ ไหนจะตอนคลอดอีก หนูจะคลอดเองได้ยังไง "
"ไม่รู้ค่ะ ยังไม่ถึงตอนนั้น ป้าอย่าห่วงเลย ถ้าสวรรค์อยากให้หนูรำบากนัก หนูก็จะลองดูสักตั้ง หนีมาถึงนี่แล้ว ยังมีลูกเขาติดท้องมาอีก สวรรค์จะแกล้งกันไปถึงไหน " ทั้งที่น้ำอิงพูดกับป้าแจ่ม แต่ป้าแจ่มเองกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย เหมือนเธอกำลังตัดพ้อต่อชะตาชีวิตของตัวเองมากกว่า ที่จะคุยกับแก
.
.
สามเดือนผ่านไป ......
จากวันที่สงสัยว่าตัวเองตั้งท้อง เช้าวันต่อมา ป้าเเจ่มก็มาพร้อมที่ตรวจครรภ์สองอัน ทำให้ทั้งสองแน่ใจแล้วว่า น้ำอิงตั้งท้องจริงอย่างที่คาดเดาไว้
ทั้งน้ำอิงและป้าแจ่ม ก็ใช้ชีวิตกันปกติเรื่อยมา เพียงแต่น้ำอิงนั้นจะดูแลตัวเองมากกว่าเก่าก็เท่านั้น จะเดินจะนั่ง หญิงสาวก็ระมัดระวังเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้ไปกระทบกระเทือนชีวิตน้อยๆในท้องของเธอ ตอนนี้ท้องของน้ำอิงก็เริ่มนูนออกมาจนเห็นได้ชัด ป้าแจ่มเองก็เห่อหลานไปด้วย ลูบท้องของคนท้องแทบทุกครั้งที่มีโอกาส หญิงต่างวัยทั้งสอง ต่างก็มีความสุข และยินดีกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ในตอนนี้มาก
จนเอาไปเอามา ป้าแจ่มตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านกับน้ำอิงแล้ว เพราะน้ำอิงได้เคยออกปากชวนไปหลายครั้ง จนครั้งสุดท้าย ป้าแกทนไม่ไหว แพ้ลูกอ้อนของคนท้อง ทำให้รำบากต้องขนเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยกันซะที่นี่ ซะเลย
" มันกี่เดือนแล้วที่น้ำอิงหายตัวไป พวกแกทำงานกันยังไง ป่านนี้ยังหาไม่เจออีก..!! ไม่ได้เรื่องซักคน โธ่ โว้ย.!!! "
"นายท่านครับ ผมว่ามันแปลกๆนะครับ อยู่ๆคนคนนึงจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันเป็นไปได้หรอครับ"
เอริคยังคงสั่งให้คนตามหาน้ำอิงทุกวัน แม้จะนานถึงห้าเดือนแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่เลิกที่จะค้นหา ทั้งยังให้เพื่อนที่มีอำนาจช่วยอีกแรง แต่ก็ยังไม่พบ แม้แต่เงาของเธอ เสียงดังตวาดลูกน้องของตน แสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมากของเอริค แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำลายข้าวของ ยังมีสติยั้งคิดอยู่บ้าง ลูกน้องคนสนิทได้พูดออกความคิดเห็นในสิ่งที่ตัวเองคิด ออกมาให้แก่เจ้านายของตนได้รับรู้ และลองพิจณาตาม
"แปลก ก็มันแปลกนี่ไง ฉันถึงไม่ให้พวกแกหยุดตามหา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้ำอิงกันแน่ คนสมัยนี้มันน่ากลัว แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะไปทันเกมส์พวกมันได้ยังไง" " ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ฉันเป็นห่วงเธอแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว " เอริคทั้งรัก ทั้งห่วง เพราะไม่รู้ถึงการที่อยู่ๆ น้ำอิงก็หายตัวไปอย่างกระทันหัน โดยไม่มีแม้แต่คำบอกลาเลยสักคำ เขาคิดไปต่างๆนาๆ ว่าเธออาจถูกใครหลอกไปไหนต่อไหน หรือถูกใครทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต แต่ แม้แต่ศพก็ยังไม่พบ ทำให้เอริคจึงยังมีความหวังว่า น้ำอิงยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ว่าไม่รู้ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนของโลกใบนี้ และใครกันที่เป็นคนเอาตัวเธอไป
ค่ำคืนนี้ยังมีแสงสว่างที่สาดส่องออกมาจากห้องทำงานของเอริค ที่อยู่ภายในคฤหาสน์หลังโต มยุราเห็นว่าสามียังไม่ยอมขึ้นมานอน เธอจึงเดินลงมาตาม หลังเอาลูกสาวเข้านอนแล้ว
"ดึกแล้ว ทำไมมัดยังไม่นอน " เป็นเอริค ที่เอ่ยถามภรรยาของเขา หลังเธอเปิดประตูเข้ามา
" มัดมาดูพี่...เอ่อ.. ดื่มอยู่หรือคะ " มยุราตอบคำถามยังไม่ทันจบ ก็ต้องเอ่ยถามออกไป เพราะเห็นแก้วเหล้าที่อยู่ในมือของสามี
"เครียดๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวสักพักพี่ตามไป " มยุราไม่ยอมไปนอนตามที่คนเป็นสามีบอกแต่เธอกลับเดินตรงเข้ามานั่งบนหน้าขาของเอริค เเล้วหันหน้ามาโอบกอดเขาไว้แน่นๆ ด้วยที่ว่าเธอเข้าใจสามีของเธอ ว่าที่เขาเป็นอย่างนี้เพราะอะไร เพียงแต่เธอพูดออกมาไม่ได้ก็เท่านั้นเอง เธอโอบกอดเขาทั้งที่ในใจของเธอก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ทว่าเอริคไม่เคยรู้เลยว่ามยุราต้องแบกรับอะไรบ้าง และรู้สึกยังไง
.
"ป้าแจ่มคะ วันนี้เจ้าตัวเล็กอยากกินแกงส้มดอกแคจังเลย" น้ำอิงเดินประคองท้องโต ด้วยมือข้างเดียว เข้ามาหาป้าแจ่มในครัว ส่งเสียงบอกหญิงสูงวัยด้วยหน้าตาสดใส พอหายแพ้ท้อง คนท้องก็เริ่มอยากกินอะไรมากมาย วันๆนึกถึงแต่ของกิน จนคนเป็นป้าเอ็นดู ทั้งคนแม่และคนลูกที่ยังนอนขดอยู่ในท้อง
"ได้เลย เดี๋ยวป้าจัดให้นะ รอแปปนะจ๊ะ เจ้าตัวน้อย" หญิงชราหันมายิ้ม แล้วก้มลงพูดกับท้องนูนของน้ำอิง พร้อมกับยกมือขึ้นลูบสองสามที เพื่อเป็นการบอกว่ากำลังคุยกับคนในท้องอยู่
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทุกวันในบ้านหลังนี้ ต่างจาก คฤหาสน์หลังโต ที่มีแต่ความเงียบเหงา และรอยน้ำตาของผู้เป็นภรรยาที่ซ่อนอยู่
รักสามเศร้า มันควรที่จะไปจบลงที่ตรงไหนกันนะ
คุณนักอ่านอยากให้จบแบบไหน ลองเม้นมากันนะ จะตรงกับที่ไรท์คิดไว้หรือเปล่า
😃😃😃😃😃😃😃😃😃😃