บทนำ

1911 คำ
ไร่ปลายฟ้า รถแวนสีดำแล่นเข้าไปจอดตรงลานจอดรถที่ทางไร่จัดเอาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะพาครอบครัวมาพักผ่อน เพราะนอกจากที่นี่จะทำไร่ทำสวนแล้ว ยังมีสวนสนุกไว้สำหรับให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมอีกด้วย “ว๊าวว! สวยมากเลยค่ะป๊า” สาวน้อยวัยเจ็ดขวบกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจทันทีที่เดินลงจากรถพร้อมกับคุณพ่อและตามมาด้วยพี่ชายอีกสามคนของเธอ “หนูชอบใช่ไหมคะ” “ชอบมากค่ะ รักป๊าที่สุดเลย” เด็กสาวหันไปตอบพร้อมกระโดดกอดผู้เป็นพ่อที่นั่งลงเพื่อคุยกับเธอ “งั้นเราเข้าไปด้านในกันดีกว่านะ” ผู้เป็นพ่ออุ้มลูกสาวสุดที่รักที่เป็นเหมือนดั่งดวงใจของเขาแล้วเดินเข้าไปด้านในสวนสนุก ลูกชายตัวแสบทั้งสามคนมีอาการตื่นเต้นทันทีที่เห็นบรรดาเครื่องเล่นเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด “ป๊าๆ เบอยากไปเล่นอันนั้น” “แกรมด้วยๆ” “แต่ป๊าต้องไปธุระก่อนนะ” “เดี๋ยวอัลดูแลน้องเองครับป๊า” พี่ชายคนโตหันมาพูดกับพ่อด้วยใบหน้านิ่งๆตามสไตล์ของเขา ผู้เป็นพ่อลังเลนิดหน่อยเพราะเขาต้องการจะไปคุยธุรกิจกับเจ้าของไร่ปลายฟ้าก่อนแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปล่อยลูกสาวคนเล็กลงไปเล่นสนุกกับพี่ๆ “ดูแลน้องด้วยนะลูก” รับทราบครับ! เสียงตอบรับอย่างแข็งขันของพี่ชายทั้งสามคนทำให้ผู้เป็นพ่อส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปจัดการธุระของตัวเอง “ไปกันเบล” แกรมเดินมาจับมือน้องสาวของเขาเพื่อเข้าไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ เสียงหัวเราะสนุกสนานดังไปทั่วสวนสนุก พวกเขาเล่นกันจนน้องสาวคนเล็กเริ่มงอแงเพราะอากาศที่ร้อนบวกกับความเหนื่อยล้าของร่างกาย “เดี๋ยวน้องนั่งรอตรงนี้กับพี่นะ เฮียอัลไปซื้อน้ำกับไอแกรมแล้วกัน” “อะไรอะเฮียเบ แกรมก็เหนื่อยนะอยากนั่งพักด้วย” “นั่งอยู่นี่นั่นแหละ เฮียไปซื้อเอง” พูดจบพี่ชายคนโตก็เดินออกไปซื้อน้ำให้น้องๆ ส่วนเด็กๆอีกสามคนก็นั่งรอจนไม่นานพี่ชายคนโตของเขาก็กลับมา พลั่ก! ตุบ! ยังไม่ทันที่จะได้ยื่นน้ำให้น้องๆก็มีเด็กผู้ชายตัวอ้วนคนหนึ่งถอยหลังมาชนเข้ากับเขาพอดีจนน้ำที่ถือมานั้นกระจัดกระจายไปหมด “ขอโทษครับๆ” เด็กผู้ชายคนนั้นรีบลุกขึ้นขอโทษทันที “น้ำหนู!” เมเบลกระโดดลงจากเก้าอี้ก่อนจะเดินเข้าไปผลักเด็กผู้ชายคนนั้นให้ล้มลงไปอีกครั้ง เฮ้ย! “น้อง! ไปผลักเขาทำไม” อัลรีบเข้าไปห้ามน้องสาวทันที “นายเป็นอะไรไหม” เบเดินเข้าไปถามก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าเด็กผู้ชายตรงหน้าเพื่อช่วยจับให้เขาลุกขึ้น “ก็เขาเดินไม่ดูทางเลยนี่คะ! หนูหิวน้ำแล้วก็ร้อนจะตายอยู่แล้ว” เมเบลบ่นพลางทำหน้ามุ่ยอย่างที่เธอทำอยู่บ่อยๆเวลาที่โดนขัดใจ เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเล็กที่ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นหน้าแม่ ทั้งพ่อและพี่ชายก็เลยพากันประคบประหงมดูแลเธอยิ่งกว่าไข่ในหิน ความรักที่มันมากเกินไปบางครั้งก็เป็นภัยย้อนกลับมาทำร้ายเธอโดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ตัว “ถึงอย่างนั้นเบลก็ไม่มีสิทธิ์ไปผลักเขา” “ไม่เป็นไรครับ ผมเดินไม่ดูเอง” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีพูดขึ้นหลังจากที่ยืนฟังเหล่าพี่น้องคุยกันอยู่สักพัก “ไปที่โซนนั่งเล่นตรงนู้นดีกว่าครับ เดี๋ยวผมให้คนเอาน้ำไปให้” พูดจบเขาก็หันไปเรียกพนักงานที่เดินอยู่แถวนั้นให้เอาน้ำไปเสิร์ฟตรงโซนนั่งเล่นที่คุณพ่อและคุณแม่ของเขากำลังนั่งคุยงานอยู่ “นายรู้จักพนักงานที่นี่เหรอ” เบที่ยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มคนนั้นถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “อืม เราเป็นเจ้าของที่นี่” เจ้าของ! “น่าตกใจตรงไหนคะ บ้านเราก็รวยน่าจะรวยกว่าเขาสักอีก” ท่าทางเย่อหยิ่งและริมฝีปากเล็กๆที่เชิดขึ้นจนแทบจะติดกับจมูก ทำให้เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆซึ่งนั้นก็สร้างความไม่พอใจให้กับคนที่โดนหัวเราะเป็นอย่างมาก “หัวเราะอะไรไม่ทราบ!” “ก็หัวเราะน้องไง ฮ่าๆ” “นี่! หยุดหัวเราะฉันนะไออ้วน!” เมเบล! พี่ชายทั้งสามถึงกับกุมขมับเพราะปวดหัวกับความปากร้ายและเอาแต่ใจของน้องสาว แต่นั้นไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกแย่เลย ท่าทางขี้หงุดหงิดของเธอมันยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งมากกว่าเดิม “พี่ว่าน้องไม่ควรชื่อเมเบลนะ” “แล้วจะให้ชื่ออะไร ห๊ะ!” “แอน นา เบล!” “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!” สามปีต่อมา พบหรือรักแรกพบลูกชายคนโตของคุณไฟและคุณพริกเจ้าของไร่ปลายฟ้า ตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ ซึ่งคุณไฟได้ส่งปราบลูกชายคนเดียวของจันและโสภณขึ้นมาเรียนต่อที่นี่เป็นเพื่อนเขาด้วยและที่โลกกลมมากกว่านั้นก็คือเขาได้เข้ามาเรียนที่ห้องเดียวกับเบต้าจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ส่วนน้องสาวตัวแสบน่ะเหรอ “กรี๊ดดดดด! ไอยักษ์เอาตุ๊กตาฉันคืนมานะ” ตอนนี้พบอายุสิบแปดปีแต่น้ำหนักของเขากลับปาเข้าไปเกือยร้อยกิโลกรัมแล้วด้วยซ้ำ บวกกับความสูงเกือบร้อยแปดสิบทำให้เขามีรูปร่างที่ดูใหญ่โต “พี่บอกให้พูดเพราะๆใช่ไหม” “แล้วทำไมฉันต้องพูดเพราะกับคนที่ชอบแกล้งฉันด้วย ห๊ะ!” “ก็เพราะเราพูดไม่เพราะไง พี่ถึงแกล้ง!” เขาพูดพลางมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ถึงเวลาจะผ่านมาสามปีแล้วแต่เขาก็ยังจำเหตุการณ์ครั้งแรกที่เจอกันได้เป็นอย่างดี เอาแต่ใจและขี้หงุดหงิดขนาดไหนวันนี้เธอก็ยังเหมือนเดิม “จะไม่ยอมคืนให้ดีๆใช่ไหม” “พูด... อ๊ากก!” เมเบลเข้าไปกัดแขนของพบทันทีที่มีโอกาสซึ่งนั้นก็ทำให้พบเผลอปล่อยตุ๊กตาของเธอตกลงพื้น “สมน้ำหน้า!” นอกจากจะไม่มีคำขอโทษแล้วพบยังได้รับเพียงแค่ประโยคที่ควรจะทำให้เขารู้สึกโกรธ แต่ไม่เลยเขากลับยืนอมยิ้มอยู่คนเดียวแทน ‘ถึงจะร้ายแต่ก็น่ารักไม่เบาเลยล่ะ’ วันปัจฉิมนิเทศ วันปัจฉิมนิเทศของพี่ม.หกที่ตอนนี้ต่างก็เดินถ่ายรูปและผลัดกันเขียนเสื้อนักเรียนเพื่อเป็นที่ระลึกหลังจากเรียนจบ ซึ่งวันนี้เมเบลก็มาร่วมแสดงความยินดีกับพี่ชายคนรองของเธอด้วยนั่นเอง “เฮีบเบ” “เบล! มากับใคร” “เฮียแกรมค่ะ” “มันไปไหนแล้วล่ะ” “ไม่รู้เหมือนกัน มาๆถ่ายรูปกันดีกว่าค่ะ” เมเบลพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือของเฮียเบขึ้นมากดเซลฟี่ “น้องเบล เขียนเสื้อให้พี่ด้วยสิ” เพื่อนร่วมห้องของเบที่ยืนอยู่ตรงนั้นหันมาหาเธอพร้อมกับยื่นปากกาให้ “หนูไม่อยากเขียน” เธอมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะก้มลงมองปากกาแล้วตอบออกไปอย่างไม่ใยดี “ตัวแค่นี้ทำไมหยิ่งจังวะ” “พูดให้มันดีๆหน่อย” เบที่ได้ยินแบบนั้นหันมาจ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง ก็แค่เพื่อนร่วมห้องมีสิทธิ์อะไรมาขึ้นเสียงใส่น้องสาวของเขา “ทำไมวะ ทีน้องมึงยังไม่เห็นจะพูดดีๆกับกูเลย” “มีไรกันวะ” พบที่เพิ่งเดินเข้ามาถามขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าดูตึงเครียดกว่าปกติ “หึ! ก็แค่เด็กไม่มีแม่คอยสอน” “มึง!” ผั๊วะ! เบถึงกับฉุนจัดกำลังง้างหมัดขึ้นเพื่อเข้าต่อยเพื่อนคนนั้นแต่มันดันล้มลงไปนอนกองด้วยฝีมือของพบซะก่อน “ถ้ามีแม่คอยสอนแล้วสันดานแบบมึง ก็อย่ามีดีกว่า” “นะ..นี่ มึงต่อยกูเหรอ ทำไม ชอบมันใช่ไหม” คนที่โดนต่อยลงไปนอนอยู่ที่พื้นยังคงปากดีไม่หาย ถ้าไม่ติดว่ายังอยู่ในโรงเรียนป่านนี้เขาคงจะเข้าไปกระทืบมันซ้ำแล้วล่ะ “เอาเวลาปากดีของมึงไปหาหมอฟันเถอะ” ประโยคของพบทำให้ผู้ชายคนนั้นมีอาการเลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวาแล้วเจอเขากับฟันหน้าของเขาร่วงอยู่ที่พื้น “ฮ่าๆๆๆ ฟันร่วงเลย” “ยังจะไปหัวเราะเขาอีก” เมเบลที่ยืนหัวเราะเสียงดังโดนพบลากแขนเดินออกมาจากกลุ่มตรงนั้น แต่เธอก็ยังไม่หยุดหัวเราะสักที “ฮ่าๆๆ นายเก่งมาก มันฟันร่วงเลย” “น้องงงง” เบเรียกน้องสาวเสียงต่ำเพื่อปรามเบาๆที่เธอยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ “กูฝากเบลหน่อยนะ เดี๋ยวมา” “เออ” เบเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขามีธุระที่ต้องไปจัดการ ตอนนี้โต๊ะไม้หินอ่อนใต้ต้นไม้ก็เลยเหลือเพียงแค่พบและเมเบลเท่านั้น “ถ้าพี่ไม่อยู่อย่าไปพูดไม่ดีใส่ใครอีกนะ” ประโยคของพบทำให้เด็กสาวหยุดชะงักไป ถึงเธอจะแสดงออกด้วยท่าทางที่เอาแต่ใจ พูดจาแรงและขี้วีนใส่เขาแค่ไหน แต่ลึกๆแล้วเธอก็รู้สึกผูกพันกับเขาเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเพราะเขาสนิทกับเฮียเบมากทำให้มานอนอยู่ที่บ้านบ่อยๆ ถึงจะคอยแกล้งเธอแต่ก็มักจะมีขนมมาปลอบใจเธอเสมอ “นายจะไปไหน” สิ่งที่เมเบลกลัวมากที่สุดคือการจากลา เธอได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีราวกับเจ้าหญิงแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกโหยหายแม่จางหายไปเลยและยิ่งทุกคนแสดงออกว่ารักเธอมากเท่าไหร่เธอก็ไม่อยากให้คนเหล่าหายไปจากชีวิตของเธอสักคน “พี่ต้องไปเรียนต่อ” “ก็แค่เรียนต่อ” “ที่เมืองนอก” “ทำไม! มหา’ลัยดีๆที่นี่ก็มีตั้งเยอะแยะ” “ไม่อยากให้พี่ไปเหรอ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาถามออกไปแบบนั้น เขารู้ดีว่าการพูดเรื่องนี้ ยังไงเธอก็ไม่มีทางเข้าใจเพราะเธอยังเด็กเกินไปที่จะคิดเรื่องพวกนี้ “ฉะ...ฉัน ทำไมฉันจะต้องไม่อยากให้ไปด้วย นายจะไปเรียนต่อที่ไหนก็เรื่องของนายเลย” เมเบลพูดพร้อมจะลุกขึ้นเดินออกไปถ้าไม่ติดว่าคนตัวโตจับข้อมือของเธอเอาไว้ก่อน “เมเบล” “แล้วคอยดูนะ ฉันจะพูดไม่ดีอย่างที่นายไม่ชอบใส่ทุกๆคน และถ้าเขาจะทำร้ายฉันเหมือนวันนี้อีกก็รู้ไว้เลยว่ามันเป็นความผิดของนาย ผิดที่นายไม่ยอมอยู่ปกป้องฉัน!” เมเบลสะบัดมือของพบออกก่อนจะเดินหนีไป เพราะไม่อยากให้เห็นว่าเธอกำลังเสียใจแค่ไหน นิสัยที่เอาแต่ใจทำให้เธอไม่มีเพื่อน พบเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของเธอถึงเขาจะอายุมากกว่าแต่เขาก็จะมาเล่นเป็นเพื่อนเธอตลอด เธอจึงรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียเพื่อนคนเดียวของเธอไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม