1-2

1246 คำ
โธ่เอ๊ย! ป่านนี้ผู้ชายคนนั้นก็ไม่รู้เดินไปถึงไหนแล้วเนี้ย จะให้ฉันรอใส่หลังคนอื่นน่ะเหรอไม่มีทางสักหรอก! ฉันรีบเดินออกจากร้านเพื่อเดินหาผู้ชายคนนั้นทันที เมื่อกี้ฉันก็ไม่ทันได้มองหน้าเขาซะด้วยสิ เพียงแค่มองหางตาเท่านั้นว่าเขาใส่สูทสีดำ ดูท่าทางแล้วเหมือนพวกบอดี้การ์ดมากกว่า “หายไปไหนวะเนี้ย!” พลั่ก! ตุบ! “โอ๊ยยย!” ฉันหันหลังกลับมาชนกับผู้ชายคนหนึ่งจนหงายหลังลงไปนั่งอยู่ที่พื้น “ขอโทษครับ” “ไม่มีตาหรือไงยะ” ฉันพูดพลางพยายามลุกขึ้นยืนส่วนไอผู้ชายคนนั้นก็ยืนมองหน้าฉันนิ่งเลยล่ะ เป็นอะไรของเขาทำหน้าอย่างกับเจอผี “นี่นาย!” “คุณว่าไงนะ” เหมือนเขาเพิ่งได้สติก่อนจะถามกลับมา ดูหน้าตาท่าทางก็ดีไม่น่าจะซุ่มซ่ามนะ “ฉันถามว่าไม่มีตาหรือไงยะ ถึงไม่เห็นว่าฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้” “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแอล” ผู้ชายอีกคนที่เพิ่งเดินตามมาถามขึ้น เหมือนว่าเขาจะเป็นลูกน้องของคนที่เดินชนฉันนะ แต่ว่าหน้าตาเขาก็ดูคุ้นๆ จนทำให้ฉันก้มลงมองที่มือของเขา บิงโก! เขาถือถุงของร้านนั้นอยู่จริงๆ “คุณ! ฉันตามหาคุณแทบจะทั่วห้างแล้ว” “ตะ ตามหาผมทำไมครับ” “ฉันต้องการของในถุงนั่นค่ะ คุณขายต่อให้ฉันได้ไหม” ผู้ชายทั้งสองคนก้มลงมาถุงในมืออีกครั้งก่อนคนที่เดินชนฉันจะพูดขึ้นมา “คงจะไม่ได้ครับ ถุงนี่เป็นของผม” เขาพูดพร้อมกับหันมามองฉันด้วยหน้าตาที่กวนประสาท “ที่คุณเดินชนฉันเมื่อกี้ ฉันขอรับคำขอโทษเป็นของในถุงนั่นแล้วกัน คุณคงจะไม่อยากให้ใครมองว่าคุณเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบหรอกใช่ไหม” “หึ!” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปรับถุงนั้นมาจากลูกน้องเขาแล้วยื่นมาตรงหน้าฉัน ฉันบอกแล้วไงคนอย่างเมเบล อยากได้อะไรก็ต้องได้ “ขอบ.. นี่!” ฉันยื่นมือไปรับถุงนั่นแต่เขากับชูมันสูงขึ้นทันที “ถุงนี่เป็นของคนสำคัญของผม ผมคงให้คุณง่ายๆ ไม่ได้หรอก” “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันต้องการรับคำขอโทษเป็นของในถุงเท่านั้น อ่อ แต่ฉันจ่ายเงินให้นายนะไม่ได้เอาฟรีๆ หรอก” “จริงๆ ผมไม่จำเป็นจะต้องขอโทษอะไรคุณด้วยซ้ำเพราะคุณต่างหากที่หันกลับมาชนผมเอง” “นี่นาย!” นายคนนี้มันบ้าชะมัดเลย! “ผมมีสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ให้คุณก็ได้ เพราะมันเป็นของของ ผม” “แต่ฉันต้องการจะใส่มันวันนี้ไง นายก็ให้แฟนนายรอไปก่อน สิ” “แฟน? เหอะ แล้วทำไมเขาต้องรอด้วยในเมื่อผมซื้อมันมาได้แล้ว” “เพราะฉันต้องการจะซื้อต่อ นายพูดไม่เข้าใจหรือไง” เขาเดินเข้ามาหาฉันอีกสองสามก้าวแต่ไม่มีทางหรอกที่คนอย่างฉันจะถอยหนี “เด็กเอาแต่ใจอย่างคุณอยู่ที่บ้านเขาคงจะตามใจจนเคยตัวเลยสินะ” “นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน!” “เฮ้อออ ~ เอาเป็นว่าผมขอโทษอีกครั้งแล้วกันที่คุณเดินมาชนผม แต่ผมไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระสักเท่าไร” พูดจบเขาก็ยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกไป คิดว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ “นี่! หยุดนะ!” เขาหยุดชะงักนิดหน่อยแต่ไม่ได้หันกลับมามองหน้าฉัน “อย่าหันหลังให้ฉัน ฉันไม่ชอบ! หันกลับมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้!” “พอดีว่าผมไม่ใช่คนของคุณ คงไม่จำเป็นจะต้องทำตามคำสั่งเด็กน้อยเอาแต่ใจอย่างคุณ!” “นาย!” “โอ๊ย! ยัยเด็กบ้า” ฉันเดินเข้าไปกระทืบรองเท้าส้นเข็มลงที่เท้าเขาเต็มๆ โทษฐานที่กล้ามาปากดีใส่ฉัน ของนั้นฉันไม่เอาก็ได้ “อุ๊ป! คิดว่าจะแรงกว่านี้สักอีก” ฉันพูดจบก็เดินออกมาจากตรงนั้น วันนี้มันวันบ้าบอคอแตกอะไรกัน ทำไมถึงมีเรื่องให้ฉันหงุดหงิดอยู่เรื่อยเลยนะ ?xxx “รถคุณหนูจอดอยู่ที่ชั้นสามแล้วครับ” “ขอบใจ” ฉันกดวางสายก่อนจะเดินเข้าร้านทำเล็บ คงต้องหาอะไรคลายเครียดสักหน่อย อย่าให้ฉันเจออีกนะไอคนบ้า ฉันจะกัดให้จมเขี้ยวเลยคอยดูเถอะ บริษัท ที.เอส.เค.กรุ๊ป จำกัด วันนี้ฉันเข้ามาหาเฮียเบที่บริษัทพนักงานหันมามองกันบ้างตามปกติแต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว “ไปไหนของเขา หรือจะมีประชุม” ฉันเปิดประตูห้องทำงานของเฮียอัลที่ตอนนี้เฮียเบเข้ามาทำหน้าที่แทนอยู่แต่กลับไม่เจอใครเลยสักคน แม้กระทั่งผู้ช่วยเลขาหน้าห้อง แอดดดดด! “เฮ้ย! น้องมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เฮียเบเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับทำงานอย่างกับเห็นผีทันทีที่เห็นฉันยืนอยู่ในห้อง ทำไมใครๆ ก็ชอบทำหน้าแบบนี้เวลาเจอฉัน ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย “เมื่อกี้ค่ะ ทำไมเฮียต้องตกใจขนาดนั้นด้วย” “เปล่าๆ แล้วน้องมีอะไรหรือเปล่า” “เดี๋ยวนี้มาหาเฮีย หนูต้องมีอะไรด้วยเหรอคะ” “เฮียมีคุยงานกับพาร์ทเนอร์ต่อน่ะ กลัวน้องจะเบื่อไง” เฮียเบดูมีท่าทางอึกอักแปลกๆ เหมือนไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ตอนนี้อย่างนั้นแหละ “พาร์ทเนอร์หรือสาวๆ” “พาร์ทเนอร์ครับ หิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า” “ไม่ค่ะ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก “มิสเตอร์แอลมาถึงแล้วค่ะคุณเบ” เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นก่อนที่ทิตาผู้ช่วยเลขาหรือว่าผู้ช่วยเจ๊ไหมนั่นแหละจะเปิดประตูห้องเข้ามา “บอกให้เขาไป...” “ไปไหนครับคุณเบ” ยังไม่ทันที่เฮียเบจะพูดจบประตูก็ถูกดันออกให้กว้างกว่าเดิมก่อนที่เจ้าของเสียงเมื่อสักครู่นี้จะเดินเข้ามา และทันทีที่เขากับฉันหันมองหน้ากัน ฉันก็รู้ได้เลยนอกจากที่เขาบอกว่าโลกนี้มันกลมจะเป็นเรื่องจริงแล้วโลกมันยังแคบอีกด้วย “นาย!” แขกที่เพิ่งเข้ามาคือผู้ชายที่เดินชนกับฉันที่ห้างยังไงล่ะ นี่บริษัทเราไม่คัดกรองพาร์ทเนอร์ที่จะทำงานด้วยเลยหรือไงกัน “หึ!” เขามองหน้าฉันก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าเขาไม่ได้ดูตกใจที่มาเจอฉันที่นี่ อย่างว่าแหละนะฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลตั้งเจริญกิจสกุล ถ้าพาร์ทเนอร์บริษัทเล็กๆ อย่างเขาอยากจะมาร่วมทุนก็คงต้องสืบประวัติบริษัทมาหน่อย “ผมว่าเชิญคุณแอลที่ห้องประชุมเล็กดีกว่าครับ” “จะคุยงานกันเลยไหมครับ พอดีผมมีธุระต่อด้วย” “หึ! จะมาขอร่วมทุนแล้วยังจะเรื่องมากอีก” “เบลลล~” ฉันพูดพึมพำออกมาเพื่อตั้งใจให้เขาได้ยิน แต่เฮียเบกลับเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ชิ! ก็แค่คนร่วมทุนกระจอกๆ ทำไมต้องแคร์ด้วย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม