ฉาก ๒

1943 คำ
ภูมิบุญตื่นแต่เช้า ช่วยอ้อยกับจันทร์ทำงานบ้านตามปกติ พอเสร็จ ก็ไปอาบน้ำเดินเล่นอยู่หลังบ้าน “ภูมิๆ มานี่หน่อยจ๊ะ ป้ามีอะไรจะให้ดู” เสียงคุณอภิสรา ร้องเรียกอยู่ระเบียงตึกใหญ่ ภูมิบุญหันไปมอง แล้วเดินไปตามเสียง “ครับ คุณท่าน” “นี่ภูมิว่า เฟอร์นิเจอร์สวยไหม ป้าเลือกไม่ถูกเลย แต่เซ็นอนุมัติไปแล้วล่ะ” คุณอภิสราส่งแฟ้มในมือ ยื่นให้ภูมิบุญดู เป็นรูปเฟอร์นิเจอร์ไม้ ลวดลายต่างๆกัน มีภาพรีสอร์ทติดภูเขา มีแม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่าน ความเขียวขจีของฉากหลัง ตัดกับรีสอร์ทสีน้ำตาลเข้มอย่างลงตัว “สวยดีครับ คุณท่าน” ภูมิบุญบอก แล้วพลิกดูหน้าถัดไป “ป้าว่า จะรอจนกว่าตาโต้กลับมา ค่อยให้เขาไปดู แต่ทางโน้น ก็เร่งให้เซ็นเหลือเกิน บอกว่าของมีน้อย ต้องรีบเอา เนี่ยตัวละเกือบหมื่นเชียวนะภูมิ” “เอ่อ อะไรนะครับ คุณท่าน เกือบหมื่นเลยเหรอครับ” ภูมิร้องเสียงหลงเพราะไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้สีทึมๆเหล่านี้ จะตัวละเกือบหมื่น “ใช่จ๊ะ มีอะไรหรือ” “ปะ เปล่าครับ เพราะภูมิคิดว่า มันเกินราคาไป ถ้าแถวบ้านภูมิ ถ้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ สีเก่าๆแบบนี้ ไม่แพงขนาดนี้ นะครับคุณท่าน อย่างมาก ถ้าเกือบหมื่นนี่ ก็ได้มาทั้งเซ็ต อีกอย่าง รีสอร์ทคุณท่าน ด้านนอกสีน้ำตาลแก่ แต่ด้านในทาสีเบจอ่อนๆ ผมคิดว่า มันไม่ค่อยจะเข้ากันน่ะครับ” ภูมิบุญออกความคิดเห็นออกไป แล้วเหมือนคิดขึ้นมาได้ “ผมขอโทษนะครับ คุณท่าน ผมนี่แย่จริง ความรู้ก็ไม่มีในด้านนี้ ยังจะมาวิจารณ์อีก” “ไม่เป็นไรจ๊ะ ดีเสียอีก ที่ป้าจะได้มีคนให้คำปรึกษา ป้าเอง ก็ไม่ได้ดูรายละเอียดนักหรอกจ๊ะ มีคนดูให้” คุณอภิสราพูด แล้วทำท่าคิด “แล้วภูมิว่า ควรจะเอาแบบไหนดีจ๊ะ” ภูมิบุญเม้มปาก ก้มหน้านิ่ง มองดูแฟ้มงานไม่กล้าที่จะพูดออกไป “บอกมาเถอะจ๊ะ ป้าไม่ว่า อย่างน้อย เราก็เป็นคนในบ้าน ความเห็นของคนในบ้าน น่าจะช่วยอะไรป้าได้บ้าง” คุณอภิสรามองหน้าภูมิบุญ สายตาแสดงให้เห็น ถึงความเมตตาปรานี “ครับ ผมคิดว่า การเลือกของ ต้องให้เข้ากับคอนเซ็ปส์ของรีสอร์ทนะครับ อย่างคอนเซปส์ของคุณท่าน คือเรียบง่าย แต่ดูหรูหรา ผมว่าเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ มันดูเกินไปหน่อย อีกอย่างดูตามรูป ผมยังมองเห็นความบกพร่องของงานเลยครับ ถ้าของดีๆเรียบๆ แต่ดูมีราคา ผมว่าน่าจะไม่แพงเท่านี้” คุณอภิสราพยักหน้า รับฟังความเห็นของภูมิบุญ “จริงสินะ ป้าว่ามันชักจะยังไงๆแล้วนะ เออ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ภูมิช่วยป้าดูเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ ให้ป้าหน่อยสิ ของล็อตนี้ จะเอาไปลงที่เขาค้อ ภูมิคิดว่ายังไงจ๊ะ”คุณอภิสรายื่นอีกแฟ้ม ให้ภูมิบุญดู “เป็นโซฟาเหรอครับ ไม่น่าจะเหมาะ เพราะเขาค้อเป็นป่า ผมว่า น่าจะใช้ไม้ แล้วเอาเบาะรองเอาดีกว่า” “หือ เซ็ตนี้ เขาบอกนำเข้าเลยนะจ๊ะ ป้ากำลังจะอนุมัติ” “หา นำเข้าเหรอครับ” ภูมิร้องเสียงหลงอีกรอบ ทำตาโตไม่เชื่ออีกครั้ง “ภูมิคิดว่า มันไม่น่าจะนำเข้า เหรอจ๊ะ” “เอ่อ ปะเปล่าครับคุณท่าน คือผมคิดว่า ความจำเป็นมันไม่มีน่ะครับ รีสอร์ทคุณท่าน ต้องนำเข้าโซฟา มาจากเมืองนอกเลยเหรอครับ” “ป้าเองก็ไม่ได้ขัดเขานะ เพราะเขาบอกว่า ของเขาดีจริง อีกอย่างจะทำ ให้รีสอร์ทของเรา มีคุณภาพมากขึ้นด้วย” “เอ่อ ผมว่า รีสอร์ทจะมีคุณภาพ หรือเป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้า เครื่องใช้ไม้สอย ก็มีส่วนนะครับ แต่ที่สำคัญ ผมว่ามันน่าจะขึ้นอยู่กับ บุคลากรที่จะเอาใจใส่ลูกค้า หรืออุปกรณ์ของเรา ได้มากน้อยเพียงไหน อีกอย่าง รีสอร์ท ของคุณท่าน ก็ตั้งราคาห้องพักไว้ ไม่สูงมากใช่ไหมครับ เพราะผมเห็นจากโบชัวร์ในห้องรับแขก” ภูมิบุญเงียบเสียง เพราะรู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว คุณอภิสรานั่งมองหน้าภูมิบุญ พยักหน้าตาม คิดไปว่าตัวกำลังโดนลูกน้องโกง "ว่าไงจ๊ะ ว่าต่อไปเลย ป้าฟังอยู่" "เอ่อ ไม่ดีกว่าครับคุณท่าน ผมไม่มีความรู้ด้านนี้ พูดไปมันจะไม่ดี" ภูมิบุญก้มหน้า "ไม่เป็นไรจ๊ะภูมิ รู้ไหม เหมือนภูมิมาทำให้ป้าได้คิดนะ ปกติป้าจะเซ็นเอกสารผ่านให้ลูกน้องอย่างเดียว ไม่ได้สนใจในรายละเอียดมากนัก นี่ป้าคงพลาดไปแล้วจริงๆ เอาเถอะ ยังไงก็ขอบใจภูมิมาก ที่เตือนสติป้า" คุณอภิสรายิ้มอย่างปลื้มปีติ ที่ภูมิบุญออกความคิดเห็น "เออ จริงสิ งั้นภูมิช่วยป้าหน่อยได้ไหม เลือกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ป้าที ลูกน้องป้า คงต้องสอบอีกยาว เลี้ยงไม่เชื่อง ก็ไม่เลี้ยง ให้คนในบ้านทำดีกว่าอย่างน้อยคนในบ้าน ก็คงไม่คิดตลบหลังป้า" คุณอภิสราพูดให้คิด ภูมิบุญมองหน้าคุณอภิสรา แล้วยิ้มแห้งๆ ในใจไม่ได้คิดว่าเป็นคนในบ้าน แต่เป็นลูกคนใช้เพียงเท่านั้น "เอาน่าภูมิ เดี๋ยวป้ามีค่าขนมให้ ป้าเชื่อ ว่าภูมิทำได้ ลองเลือกแบบที่ภูมิคิดว่าเหมาะ เดี๋ยวดีไม่ดี ป้าจะให้ที่ประชุมเขาบอกเอง" "จะดีเหรอครับ คุณท่าน" "ดีซิจ๊ะ เอาล่ะภูมิ เลือกแบบไปนะ ป้าขอโทรหาทนายก่อน" พอพูดจบคุณอภิสราก็ลุกออกจากที่นั่งไป ภูมิบุญใจเต้นแรง นี่ตนจะเป็นต้นเหตุ ให้มีเรื่องเกิดขึ้นหรือ ภูมิบุญไม่สบายใจ แต่ใจหนึ่งก็ปลอบตัวเองว่า ถ้าคุณอภิสราโดนโกงจริง ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ได้จัดการเป็นหูเป็นตาให้ ภูมิบุญนั่งเลือกเฟอร์นิเจอร์อยู่ พอเลือกไปเลือกมา ก็เริ่มสนุก เอาตัวนั้นมาคู่กับตัวนี้ สีนั้นไม่เข้ากับสีนี้ โต๊ะตัวใหญ่ ไป เก้าอี้ไม่เข้ากับโต๊ะ สามวันต่อมา คุณอภิสรากลับจากสำนักงาน เดินตรงมาหาภูมิบุญ ที่กำลังช่วยอ้อย เช็ดถูห้องโถงใหญ่อยู่ "อ้อยจ๊ะ ขอน้ำเย็นๆสักแก้วซิ ภูมิจ๊ะ มาหาป้าหน่อย" สีหน้าแววตาของ คุณอภิสรา แสดงความยินดีออกมา ภูมิบุญเดินเข้าไปหา แล้วนั่งลงกับพื้น "ตายแล้ว อย่านั่งตรงนั้นนะภูมิ ใครสั่งใครสอนกันนะ เวลานั่งกับป้าให้ขึ้นมานั่งบนโซฟา แม่เรา เขาก็นั่งบนโซฟา เอ๊ะ จันทร์นี่ยังไงนะ" คุณอภิสราจิ๊ปาก แต่ก็ไม่ได้ดุ ภูมิบุญจึงนั่งลงบนโซฟา ตามที่คุณอภิสราบอก "ครับ คุณท่าน" "ภูมิ ภูมิรู้ไหมจ๊ะ ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ภูมิเลือกให้ป้าน่ะ ที่ประชุมเขาชอบกันใหญ่ ถามหาเจ้าตัว ว่าใครช่างเข้าใจจัด แล้วอีกเรื่อง ป้าโดนลูกน้องโกงจริงๆด้วย ขอบใจภูมิมากนะจ๊ะ ป้าไล่เขาออกแล้ว เรื่องทนายกำลังส่งฟ้องศาลให้ ดีนะที่ได้ภูมิมาดูให้ ป้าดีใจจริงๆ" คุณอภิสรายิ้มออกมา แสดงความตื้นตันใจ "ครับ ผมก็แค่ดูๆตามความเหมาะสมเอง ครับคุณท่าน ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายเลย" "ไม่ได้หรอกภูมิ ครั้งนี้ป้าเหมือนตาสว่างขึ้นมา เพราะเรา เอาอย่างนี้ ป้าจองตัวไว้เลยนะ ถ้าเรียนจบมา ป้าจะให้ทำงานกับป้า ระหว่างที่เรียน ก็ช่วยป้าดูนั่นดูนี่ เดี๋ยวป้าให้ค่าขนม" คุณอภิสราพูดเองเออเอง ในใจภูมิบุญ ถ้าหากเรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ อยากจะกลับไปสอบเป็นปลัดอำเภอ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ได้อยากทำงานในกรุงเทพฯเลย เขาอยากจะพาแม่ กลับไปใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่ที่บ้าน แต่ในเมื่อคุณอภิสราบอกมาแบบนี้ ภูมิบุญจึงนิ่งเงียบไป "ภูมิเข้าใจเลือกนะ เฟอร์นิเจอร์น่ะ ที่ประชุมชมกันใหญ่ ว่าเข้ากับรีสอร์ท ไม่เยอะไป เรียบง่ายแต่ดูดี" คุณอภิสรายังชมอยู่ไม่ขาดปาก ภูมิบุญได้แต่พยักหน้า เออออตาม "งั้นว่างๆ ป้าจะพาไปดูสถานที่จริง จะได้แนะนำให้รู้จัก กับมัณฑนากรประจำของบริษัทป้าด้วย รายนั้นขนาดจบจากเมืองนอก ยังชมเลย ว่าภูมิเข้าใจเลือก" การสนทนากว่าจะสิ้นสุดลง คุณอภิสราก็พรั่งพรู ความตื้นตันยินดีปรีดาออกมา ไม่หยุดหย่อน จนถึงเวลาอาหารเย็น จึงยอมปล่อยให้ภูมิบุญ เข้าไปช่วยในครัว พอเวลาทานอาหารเย็น ก็ชวนคุยเรื่องเดิมอยู่ คราวนี้ทั้งจันทร์ ทั้งอ้อยก็ร่วมวงสนทนา "เออ อ้อยไปบอกลุงหมาย ให้ยกของหลังรถมาให้ที สิจ๊ะ" คุณอภิสราบอกอ้อย ตอนที่ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว มานั่งอยู่ในห้องรับแขก "คุณท่าน ซื้อของมาเหรอคะ" จันทร์ถาม "จ๊ะ ซื้อมาเป็นของกำนัล ให้ตาภูมินั่นล่ะ" "เอ่อ ไม่ต้องหรอกค่ะคุณท่าน ลูกภูมิทำแค่นี้เอง" "ว้ายจันทร์ เธอนี่ยังไงนะ ของๆฉัน ฉันจะให้ภูมิ ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากมาย เธอน่ะ ไม่ต้องพูด ก็แค่ของเล็กๆน้อยๆ" อ้อยกลับเข้ามา พร้อมถุงกระดาษจากห้างดังสามถุง "ภูมิ มานี่หน่อยสิจ๊ะ ดูซิ ว่าถูกใจไหม" คุณอภิสรายื่นถุงกระดาษให้ภูมิบุญ ที่เดินเข้ามาหา แต่สายตามองไป ที่มารดาของตน ภูมิบุญยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม ในถุงกระดาษ เป็นเสื้อผ้าลำลองชุดใหม่ถุงหนึ่ง อีกถุงเป็นชุดนักศึกษา อีกถุงเล็กๆ เป็นนาฬิกายี่ห้อ ที่วัยรุ่นที่มีฐานะดี กำลังเป็นที่นิยม "ว้าย ตายแล้ว คุณท่านคะ มันแพงไปนะคะ อันนี้ ตาภูมิรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ" จันทร์เอามือทาบอก พอเห็นเรือนนาฬิกา ร้องออกไปอย่างตกใจ "อะไรกันจันทร์ พงแพงอะไร ไม่รับไม่ได้นะจ๊ะภูมิ เรือนนี้ ป้าถามคนขายเขาแล้ว ว่ากำลังนิยม ไม่ได้หรอก ตาภูมิก็เหมือนลูก เหมือนหลาน ทำไมฉันจะซื้อของให้ไม่ได้ เธอนี่ยังไงกันจันทร์ นับวันจะขัดใจฉันมากขึ้นทุกที" คุณอภิสราเอ็ด แต่หัวเราะ กวักมือเรียกภูมิบุญให้เข้าไปใกล้ๆ แล้วปลดนาฬิกาออกจากกล่อง แล้วสวมใส่ข้อมือให้ ภูมิบุญใจสั่นระริก ที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ เขาไม่ได้ต้องการ ให้เป็นที่รักของเจ้าของบ้านหลังนี้ ถึงเพียงนี้ แค่อยากให้ท่านปรานีบ้าง ภูมิบุญยกมือขึ้น กราบลงที่ตัก "ตายจริง น่าเอ็นดูเธอดูสิจันทร์ ภูมิเขาไม่เหมาะสมกับของยังไง ดูกริยามารยาทซิ นาฬิกาเรือนนี้ ต่างหาก ที่ค่าไม่คู่ควรกับภูมิ" คุณอภิสราชมแล้วลูบหัวภูมิบุญอย่างเอ็นดู ภูมิบุญน้ำตาซึม ยกแขนขึ้นมองนาฬิกาเรือนใหม่ด้วยหัวใจที่ชุ่มฉ่ำ แม้เขาเอง จะไม่ได้เป็นคนเสพวัตถุ แต่พอได้ของมีราคาค่างวดมา ก็รู้สึกตื้นตันใจ ความดีที่ยายเคยพร่ำสอน มันเริ่มเห็นผลแล้วสินะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม