กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ
‘หญิงแม่ขออย่างเดียวนะคะลูกอักข์ หญิงแม่อยากอุ้มหลานค่ะ ลูกอักข์คงทำให้หญิงแม่ได้นะคะ’ หม่อมราชวงศ์หญิงวิจิตราเอ่ยไปก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับที่หางตา ท่าทางสนิทสร้อยอ่อนช้อยละมุนตาเป็นกิริยาเจนตาเจนใจ ‘หญิงแม่อยากอุ้มหลานก่อนตายค่ะ หญิงแม่รู้ว่าลูกอักข์ยังไม่อยากแต่งงาน แต่เห็นใจหญิงแม่ด้วยนะคะ หญิงแม่อายุมากแล้วย่อมต้องอยากเห็นลูกอักข์เป็นฝั่งเป็นฝา’
หนึ่งเดือนก่อนหน้างานแต่งงาน คำร้องขอหนักอึ้งถูกโยนลงมาบนบ่า
‘แต่น้องคงยังไม่พร้อมนะคะคุณแม่’
‘แต่คุณนายแวววับวาวก็เห็นด้วยกับหญิงแม่นะคะลูก น้องเองก็คงไม่ปฏิเสธหรอก เห็นหน้าค่าตา รู้จักกันมานมนานหลายปีแล้วนี่นา’
‘อายุอักข์กับน้องห่างกันมาก ความแตกต่างเรื่องวัยล่ะคะคุณแม่’
‘หญิงแม่รู้ว่าลูกอักข์รักน้องมาก เพราะอย่างนั้นหญิงแม่เชื่อนะคะว่าลูกอักข์จะทำให้น้องรักได้ไม่ยาก’
อักข์ รัตนรุ่งเรืองกุลผ่อนลมหายใจน้อย ๆ ยามถอดเสื้อเชิ้ตวางไว้ส่ง ๆ กางเกงถูกปลดเข็มขัดออกไป กระดุมเม็ดที่ยึดเนื้อผ้ากับสะโพกสอบไว้ถูกรั้งออกจากรังดุมหมิ่นเหม่ เขายกมือขึ้นขยี้ผมเผ้าให้ยุ่งเหยิง
ชายหนุ่มก้าวผ่านเข้าไปในห้องแต่งตัวเรียบร้อย จากตรงนี้มองเห็นกระจกตรงส่วนที่กั้นอาบน้ำกับด้านนอก ขึ้นละฝ้าไอน้ำ กับร่องรอยสวยงามของรูปร่างอรชรเต็มตึงในวัยสาว
ภรรยาของเขา...
ก้าวย่างของเขาเงียบงันราวกับฝีเท้าฆาตกรโรคจิต
ดวงตาสีน้ำตาลอมดำจับจ้องมองตรง
ใบหน้าหล่อเหลามองเห็นแนวกรามชัดเจน อันเป็นเอกลักษณ์ไม่แสดงความรู้สึกใดนอกจากมุมปากที่เหยียดยิ้มเล็กน้อย เขายกมือขึ้นบีบเบา ๆ สองสามครั้ง จากนั้นก็จงใจหักข้อมือให้เกิดเสียงแล้วก็...
“โอ๊ย” ร่างสูงในสภาพหมิ่นเหม่ดูน่ากินซวนเซล้มลงกับพื้นห้องน้ำ กางเกงที่สวมไถลลงจากแนวสะโพกไปสองเซ็นติเมตรน่าจะได้ เพราะมือใหญ่หนาที่ดึงเนื้อผ้าให้รูดลง ท่าทางล้มลงนอนนั้นอวดของดีที่มีติดตัว ซิกซ์แพ็กล่ำขึ้นลอนชัดในท่วงท่านี้ มองเห็นขอบกางเกงใน Calvin Klein รำไรและแนวไรขนสีน้ำตาลอ่อนที่หลุบหายเข้าไป พร้อมกับ ‘เขาบางส่วน’ ที่เห็นชัดเป็นรูปรอย
แน่นอนบางส่วนนั้นไม่ได้ยัดกระดาษทิชชู่ให้ขึ้นรูปแต่อย่างใด ของจริงแท้ พ่อให้มา!
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบใด
“โอ๊ย-ย-ย-ย” เพื่อความสมจริงหน่อย ก็คือหน้าตาต้องบิดเบี้ยวเหยเกหลังเหลือบมองและเห็นเงาผ่านกระจกฝ้านั้นเปลี่ยนอิริยาบถ “ช่วยด้วย” เสียงห้าวทุ้มน่าฟังแหบโหยราวใจจะขาด “ร้อนจังเลย ช่วยคุณอักข์ด้วย”
เสียงครืดเลื่อนประตูกระจกฝ้าดัง และร่างเต็มตึงในวัยกำดัดก็นุ่งกระโจมอกด้วยผ้าขนหนูก้าวออกมา
“คุณอักข์ ว้าย!” วราลีนึกว่าหูเฝื่อนแต่พอออกมาก็เห็นร่างสูงล้มเค้เก้นอนหงายกับพื้น “คุณอักข์เป็นอะไรคะ แล้วคุณอักข์เข้ามาทำไมคะเนี่ย!” ร่างบอบบางอ้อนแอ้นถลาเข้าไปทรุดลงคุกเข่าข้างชายหนุ่ม ผิวนวลยังมีหยดน้ำเกาะ ผมยาวสยายเปียกน้ำเคลียบ่าเพราะเจ้าตัวรีบออกมา ดูเซ็กซี่ขยี้ใจคนมองให้ดิ้นตาย “แล้วยังไงคะล้มไปได้ยังไง!?”
“คุณอักข์ร้อนค่ะ”
เสียงห้าวแหบโหย มือหนาทั้งสองข้างจับหมับที่ต้นแขนนุ่มนิ่ม
“ร้อนไปหมดทั้งตัวแล้ว วราช่วยคุณอักข์ทีนะคะ”
“ละ...แล้วจะให้วราทำยังไงล่ะคะ คุณอักข์ไม่สบาย เอ๊ะ ไข้ขึ้น ไม่ได้การละต้องตามหมอ--”
คนลนลานถูกรั้งตัวลงไปหา ใบหน้าห่างกันแค่คืบเดียว
“วราช่วยคุณอักข์ที คุณอักข์เป็นอะไรไม่รู้ค่ะ”
ใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ ของแต่ละคนสัมผัสกัน หัวใจวราลีเต้นตึ๊กตั๊ก
“มันร้อน ร้อนมาก ร้อนไปหมดทั้งตัวเลย” เขาละมือที่เกาะกุมต้นแขนเธอ แล้วไล้ลูบไปบนเนื้อตัวแกร่งกร้าวด้วยมัดกล้ามของตัวเอง วราลีตาโตมองตามมือหนาที่ลูบตั้งแต่ต้นคอ แผงอก เผลอกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ตอนมือนั้นเลื่อนลงไปถึงมัดกล้ามหน้าท้อง
“ช่วยด้วยค่ะวรา ช่วยที”
โอ๊ย-ย-ย-ย-ย! วราลีอยากดิ้นตาย ไม่รู้ทำไมแต่หูกลับได้ยินเสียงห้าวทุ้มที่ควรจะฟังดูทรมาน ทว่ามันกลับแหบห้าวชวนสยิวกิ้วอย่างไรก็ไม่รู้!
เหมือนเสียงซาตานที่กำลังล่อลวงให้อีฟรับแอปเปิ้ลไป!!
“ชะ...ช่วย” ตาของเธอ เหมือนถูกเชือกที่มองไม่เห็นบังคับให้มองตามมือของเขาที่อยู่ไม่สุข “ยะ...ยังไงคะ”
ดวงตาคู่คมยามนี้แปลก ๆ ฉ่ำเยิ้มแบบที่ไม่เคยเห็น รอยยิ้มที่เคยดูอบอุ่นเปลี่ยนไปคล้าย ๆ ยิ้มเชิญชวน ชายหนุ่มยันตัวขึ้นมาหา มือเขาเกาะกุมที่ต้นแขนเธออีกครั้ง เนื้อผิวแถวนั้นร้อนวาบ และใจเธอก็สั่นวูบ วราลีรู้สึกเหมือนที่โพรงจมูกมันร้อน ๆ แปลก ๆ ตอนห้ามสายตาไม่ได้ เมื่อยังมองจับ ‘ตรง’ ที่นูนขึ้นมา
“วรา”
ไม่ได้คิดหื่น! วราสาบาน แต่ตอนนี้คิดว่าควรตื่นได้แล้ว!!
“คะ...คุณอักข์”
ขานรับแล้วก็ดึงสายตามามองแค่ใบหน้าเขา
ไม่ดีแล้ว... ท่าทางถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ สัญญาณเตือนภัยดังก้องอยู่ในหัว หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อเขายิ่งยืดตัวขึ้นมาหาให้ได้ใกล้กันเข้าไปอีก ตอนนี้เธอแทบกลั้นหายใจเมื่อปลายจมูกของสองเราเฉียดกันไปมา ก่อให้เกิดประกายไฟแล่นวูบวาบไปทั่วตัว
ตะ...ตายแน่แล้ว!!
“โอ๊ย!!” เสียงร้องดังขึ้น เมื่อมือเรียวยื่นออกไปยันใต้คางสากของเจ้าบ่าวเต็มแรง กระทั่งอักข์ที่ไม่ทันตั้งตัวหน้าหงาย วราลีหลับตาปี๋พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อไม่ให้ถูกล่อลวงโดย ‘อะไร-อะไร’ ที่ส่งมาจากเขาอีก
สาบาน ดาเมจเขารุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวระดับสิบ!
“ขะ...ขอโทษค่ะคุณอักข์ ขอโทษ” ปากว่าแต่มือน้อยไม่ออมแรงเลย ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าคอจะเคล็ด “ตะ...แต่คุณอักข์กินอะไรเข้าไปคะ ดื่มอะไรเข้าไปหรือเปล่าตอนออกไปนอกห้อง”
อักข์พยายามจะต้านแรงยันของสองมือน้อยเพื่อเหลียวมองหญิงสาว แต่ว่าแค่ขยับ คนตัวเล็ก ๆ ในผ้าขนหนูก็ออกแรงยันเพิ่มไม่ยั้ง
“โอ๊ย! โอ๊ย!! วราคะคอจะหักค่ะ คอคุณอักข์จะหักแล้ว!”
นั่นแหละแรงดันจึงผ่อนลงพร้อมกับร่างเล็กถอยกรูดไปอีกฟาก
“ขอโทษค่ะ ขอโทษ แต่คุณอักข์ตอบมาเร็ว ๆ ซีคะ ไปกินอะไรมา”