พิรุณพาเงียบไปชั่วอึดใจ สายตาเหลือบมองคณิณอย่างพินิจ เขาหล่อ บุคลิกดี ฐานะก็ดูไม่ขี้เหร่ ใครเห็นก็คงคิดว่าจีบใครก็น่าจะติดไม่ยาก แต่ในหัวกลับมีภาพของใครอีกคนลอยแทรกขึ้นมา... ผู้ชายที่ตัวสูงกว่า ไหล่กว้าง ขายาว หน้าขรึมตลอดเวลา แต่กลับดึงดูดสายตาเธอได้มากกว่าใคร แม้เขาจะใส่แค่เสื้อเชิ้ตธรรมดา แต่กลับดูดีอย่างประหลาด ราวกับเสื้อผ้าพวกนั้นถูกออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
เขา...อบอุ่น สะอาดสะอ้าน และมีเสน่ห์ในแบบที่อธิบายไม่ได้
...ไม่ใช่อัคนีหรอกนะ... เป็นไปไม่ได้!
“ฝน…” คณิณเรียกเสียงอ่อนพร้อมกับโบกมือผ่านหน้าหล่อนเบา ๆ เพื่อเรียกสติกลับมา
พิรุณพากะพริบตา ถอยจากความคิดของตัวเองทันที
“หือ?”
“ทำไมเงียบไป คิดนานเชียวนะ”
“อย่างคิณอะ ก็ต้องเป็นสเปกของผู้หญิงทุกคนป่ะ”
“แต่คิณแค่อยากรู้ว่าใช่สเปกของฝนหรือเปล่า”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่”
“ฝนอะ ไม่ให้ความหวังกันเลย แบบนี้คิณท้อนะ”
“ก็ขอเลือกหน่อย ตอนนี้ยังสวยเลือกได้”
“โอเค ยังไงคิณก็จะรอแล้วกัน”
คณิณไม่คิดจะยอมแพ้ ส่วนพิรุณพาก็ยังไม่คิดจะเปิดใจให้ใคร หล่อนยังไม่พร้อมจะมีแฟนในเวลานี้ ไม่ใช่เพราะใจแข็งหรือขาดความรัก แต่เพราะยังไม่แน่ใจว่าใจตัวเองมันต้องการอะไร...
ที่มุมอีกฝั่งของร้าน อัคนีนั่งตรงข้ามกับณัฐวดี เขาไม่หันไปมองโต๊ะของพิรุณพากับคณิณเลยแม้แต่นิด สีหน้าของเขานิ่งขรึมขึ้นเล็กน้อยหลังเพิ่งเคลียร์คำถามของแฟนสาวที่ซักเขาเสียยาวเหยียดเกี่ยวกับเรื่องที่ช่วยรุ่นน้องปีหนึ่งไว้เมื่อเช้า... ซึ่งเป็นผลงานการวางยาของพิรุณพาอีกแล้วนั่นเอง
“ไม่โกรธณัฐใช่มั้ยคะ ที่ณัฐถามเหมือนไม่ไว้ใจพี่อัค” ณัฐวดีใช้เสียงหวานออดอ้อน พยายามประคองอารมณ์ของเขากลับมา
“ครับ”
“ณัฐไว้ใจพี่อัคนะคะ เชื่อใจมาก ๆ เลย แต่เพราะยังลืมภาพบ้า ๆ นั่นไม่ได้เลย นึกถึงทีไรก็พลอยทำให้ณัฐประสาทเสียทุกที”
“คุณหนูเก่งเรื่องปั่นหัวคน ถ้าใครไม่ทันเกมเธอก็จะโดนแบบนี้แหละ”
“พี่อัคทนได้ยังไงคะ”
“ก็คุณหนูเป็นลูกสาวท่าน”
“ณัฐแทบจะทนไม่ไหวแล้วนะคะ เด็กคนนั้นร้ายขึ้นทุกวัน” ณัฐวดีพูดเสียงอ่อนเสียงหวานแฝงแรงหมั่นไส้ไม่ปิดบัง “พี่อัคเรียนจบเมื่อไหร่ เราแต่งงานกันเลยดีไหมคะ แล้วพี่ก็ย้ายมาอยู่กับณัฐ จะได้ไม่ต้องทนให้พิรุณพาข่มเหงอีกต่อไป”
“พี่ยังต้องไปใช้ทุนอีก อย่างน้อยก็สามปีนะครับ”
“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่คะ แต่งแล้วก็ไปด้วยกันได้”
“ไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะครับ” อัคนีเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
“ณัฐไม่ได้จะเร่งรัดอะไรนะคะ แค่อยากให้พี่อัครู้ว่าณัฐห่วงมากจริง ๆ” หญิงสาวยิ้มละมุน เอื้อมมือแตะหลังมือเขาเบา ๆ
“พี่เข้าใจครับ”
“งั้นชิมเค้กมะพร้าวอ่อนหน่อยสิคะ ของโปรดพี่อัคเลย นี่ค่ะ”
ณัฐวดีตักเค้กเนื้อนุ่มกลิ่นหอมด้วยช้อนของตัวเอง แล้วยื่นส่งตรงไปจ่อที่ริมฝีปากของเขา อัคนีจึงกัดขนมคำนั้นเข้าปากอย่างเงียบ ๆ ภาพตรงหน้ากลายเป็นฉากหวานหยดย้อยที่สะดุดสายตาคนทั้งร้าน รวมถึงคณิณด้วย
“ดูนั่นสิฝน หวานจนน่าอิจฉาเลยอะ” เขาสะกิดเรียกให้พิรุณพามองตาม
หล่อนปรายตาไปทางโต๊ะอีกฝั่ง พอเห็นภาพนั้นก็เบะปากนิด ๆ อย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาทำทีไม่สนใจ
“ช่างเขาเถอะ ไม่เกี่ยวกับเรานี่ อย่าเสียสายตามองเลย”
“ให้คิณป้อนบ้างไหมล่ะ”
“ไม่อะ” พิรุณพาส่ายหน้าเร็ว ๆ ไม่คิดจะประชดกลับด้วยการแสดงหวานบ้าง
“แต่ว่า...”
“กินของเราต่อเถอะ ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก” หล่อนพูดเสียงขุ่น แล้วตักอาหารใส่ปากตัวเองรัว ๆ กลบความหมั่นไส้ที่กำลังปะทุอยู่ในอกอย่างสุดฝืน
ค่ำวันศุกร์ของสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบกลางภาค วันนี้ใต้ถุนตึกคณะถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานกิจกรรมสำหรับงานเฟรชชีไนต์ นักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่หนึ่งถึงสี่ต่างแต่งตัวสวยหล่อมารวมตัวกันในค่ำคืนของการต้อนรับน้องใหม่อย่างเป็นทางการจนลานกว้างนั้นคลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาว
เสียงดนตรีสดดังขึ้นในช่วงเวลาทุ่มหนึ่ง บรรยากาศของความสนุกสนานเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่พิรุณพากับคณิณเข้ามาสมทบกับคนอื่น ๆ ในงานพอดี แอลกอฮอล์ถูกประกาศห้ามว่าไม่ให้ดื่มในเขตมหาวิทยาลัย แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นข้อยกเว้นสำหรับคืนที่เป็นกันเองระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องแบบนี้
“ลองหน่อยมั้ย” คณิณยื่นขวดไวน์สีส้มพีชยี่ห้อดังที่แอบเอาติดมือเข้ามาให้พิรุณพา
“ไม่ดีกว่า”
“ทำไม กลัวคิณวางยาหรือไง”
“เปล่าสักหน่อย”
“งั้นก็นิดนึงนะ ถือว่าเป็นการฉลองให้เดือนคณะ จะได้มีแรงไปแข่งเดือนมหา’ลัยต่อ”
“โอเค ก็ได้...นิดเดียวเท่านั้นนะ”
พิรุณพายื่นมือไปรับขวดมาแล้วจรดริมฝีปากจิบเข้าไปหลายอึก ก่อนจะส่งคืนให้เขาอย่างไม่รีรอ กลิ่นหอมหวานของไวน์พีชคละคลุ้งในลำคออย่างคุ้นเคย หล่อนเคยลิ้มรสไวน์ตั้งแต่เด็ก ขวดนับร้อยในห้องเก็บไวน์ของพ่อ ล่อตาล่อใจให้เด็กดื้ออย่างหล่อนแอบขโมยมาลองหลายขวดแล้ว
“ดื่มเก่งเหมือนกันแฮะ นึกว่าฝนจะเป็นเด็กเรียบร้อยซะอีก”
“ก็บอกแล้วไง ว่าฉลองให้เดือนคณะ” หล่อนยักคิ้วให้อย่างขำ ๆ “อีกเดี๋ยวก็ต้องขึ้นโชว์ความหล่อแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เสียดายเนอะ อยากขึ้นเวทีคู่กับฝน คืนนี้ฝนสวยมากเลย” เสียงคณิณฟังดูหนืดกว่าปกติเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตาที่มองมามีแววชื่นชมแบบไม่ปิดบัง หล่อนดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งความเรียบหรูและความมั่นใจ สมกับเป็นลูกสาวเจ้าของธุรกิจพันล้านอย่างไม่ขัดตา และเหมาะกับตำแหน่งดาวคณะ...ซึ่งหล่อนพลาดไป
“ฟ้าก็สวยเหมือนกัน เห็นมั้ย” พิรุณพาบุ้ยปากไปทางดาวคณะคนปัจจุบันซึ่งกำลังเป็นจุดรวมสายตาอยู่ไม่ไกล
“น้องคิณคะ มายืนถ่ายรูปคู่กับน้องฟ้าหน่อย พี่จะลงเพจ”
ปภาดารุ่นพี่ฝ่ายกิจกรรมไม่เพียงแค่เรียก แต่ยังเดินมากึ่งลากแขนคณิณไปด้วย ทำให้พิรุณพาต้องยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวอย่างเสียไม่ได้
หล่อนเหลียวซ้ายแลขวา เคว้งนิด ๆ เพราะยังไม่สนิทกับใครเป็นพิเศษ แต่ตัดสินใจจะเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่พอคุยได้บ้าง