เวลาล่วงเลยผ่านไปแล้วสองวัน นับตั้งแต่ที่ทนายสุชาติเปิดพินัยกรรม บรรยากาศของบ้านยังคงเงียบเชียบ และเหมือนจะเงียบงันกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เมื่อทั้งพิรุณพาและอัคนีต่างเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง หากไม่มีบูโซ่คอยวิ่งไปป้วนเปี้ยนสลับไปมาระหว่างบ้านหลังเล็กกับหลังใหญ่ ความเคลื่อนไหวใด ๆ คงแทบจะไม่มี เพราะเหล่าบรรดาคนงานของบ้านต่างไม่มีใครกล้าเข้าไปตอแยสองหนุ่มสาว พิรุณพาร้องไห้จนดวงตาบวมเป่ง จมจ่อมและครุ่นคิดถึงเรื่องราวของตนเอง วนเวียนอยู่อย่างนั้น กระทั่งในที่สุดก็รวบรวมความเข้มแข็งได้ ลุกขึ้นจากเตียง มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเล็ก เพื่อเคลียร์ใจกับอัคนี ให้เขายอมรับและดำเนินการตามเจตนารมณ์ในพินัยกรรมของบิดา ทว่าหล่อนต้องชะงักเท้าในทันทีที่ผลักประตูเข้าไป บ้านที่เคยสะอาดสะอ้านทุกตารางนิ้ว กลับเกลื่อนกลาดไปด้วยขวดเหล้าเปล่า ไฟถูกเปิดไว้เพียงสลัว ๆ ส่วนเจ้าของห้องในตอนนี้ นั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยา

