บ้านในเมือง(1)

1147 คำ
แม้ว่าค่ำคืนนี้จะผ่านไปด้วยความเหน็บหนาวเพราะปราศจากที่นอนและผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ทั้งหลินเยว่เหยา แม่หลันและฟางเสี่ยวผิงที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงคั่งแข็งๆ กลับรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง ทั้งสามคนจึงตื่นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นและมีความหวังในการใช้ชีวิตอยู่ภายในแววตาที่เป็นประกาย วันนี้แม่หลันจะพาหลินเยว่เหยาและฟางเสี่ยวผิงไปสำรวจในตัวเมืองกัน น้าฟ่งก็จะไปกับพวกเธอด้วยและนัดเจอกันที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน “มากันแล้ว เมื่อคืนคงหนาวมากล่ะสิ ไม่มีใครเป็นอะไรใช่มั้ยจ๊ะ?” น้าฟ่งเองก็อยากจะช่วยหาฟูกนอนและผ้าห่มให้ เสียแต่ว่าของทั้งสองอย่างนี้หาได้ยากเหลือเกิน ในภาวะที่แม้แต่คนในบ้านยังมีใช้เพียงแค่คนละผืนเล็กๆ จึงทำให้น้าฟ่งได้แต่ให้ทั้งสามคนต้องทนนอนแบบนั้นกันหนึ่งคืน “ไม่มีค่ะ พวกเราสบายดีค่ะน้าฟ่ง เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูในเมืองว่าพอจะมีขายผ้ากับใยฝ้ายหรือเปล่าค่ะ” หลินเยว่เหยาหันกลับไปมองหน้าแม่หลันแล้วกล่าวต่อ “แต่หากว่าวันนี้หาบ้านในเมืองได้เลย ก็อาจจะย้ายเข้าบ้านใหม่เลยก็ได้นะคะ” “เราไปดูกันเถอะ น้ามีคนรู้จักอยู่หลายคน พวกเขาอาจจะรู้จักกับคนที่จะขายบ้านให้พวกหนูได้” คนทั้งกลุ่มนั่งรถเกวียนของผู้ใหญ่บ้านเฉินเพื่อเข้าไปในตัวเมือง คนขับเกวียนเป็นชาวบ้านที่ต้องไปกลับในตัวเมืองเป็นประจำจนเขากลายเป็นคนขี่เกวียนประจำทางไปแล้ว ทุกคนยกเว้นคนบ้านเฉินเมื่อจะอาศัยเกวียนเข้าเมืองก็จะต้องจ่ายเงินสองเหมาให้เขา แล้วเขาก็จะนำเงินไปให้ผู้ใหญ่บ้านเฉินเป็นการตอบแทนที่ให้เขาได้ใช้เกวียนวัวลาก การนั่งเกวียนแม้จะผ่อนแรงที่จะต้องเดินเท้าเป็นระยะทางหลายสิบหลี่ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะไม่รู้สึกวิงเวียนคลื่นเ**ยนได้ หลินเยว่เหยาที่คิดมาตั้งแต่เด็กจนแก่ว่าตนเองเป็นเด็กบ้านนอกคอกนาก็ยังไม่เคยชิน อีกทั้งเธอผ่านช่วงเวลาของการนั่งรถหรูที่นิ่งและเงียบมาตลอด พอต้องมานั่งรถเกวียนอีกครั้งก็ยังเมารถอยู่ดี เธอเอาศีรษะไปหนุนตักแม่หลันเอาไว้แล้วหลับตาลงเพื่อบรรเทาอาการเวียนหัว แม่หลันเอามือมาลูบหัวของหลินเยว่เหยาอย่างปลอบประโลม “อดทนอีกหน่อยนะจ๊ะ ไม่นานก็ถึงแล้ว” ฟางเสี่ยวผิงมองแม่ลูกคู่นี้ด้วยความอิจฉา เธอเสียแม่แท้ๆ ไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ พอโตขึ้นมาพ่อก็แต่งงานใหม่กับแม่ม่ายฟางไปแล้ว แต่แม่เลี้ยงก็คือแม่เลี้ยง เธอไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากแม่เลี้ยงเลย แม่หลันมองฟางเสี่ยวผิงแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอกวักมือให้ฟางเสี่ยวผิงมาใกล้ๆ “เสี่ยวผิงเมารถด้วยหรือเปล่าจ๊ะ” ฟางเสี่ยวผิงส่ายหน้า แม้ดวงหน้ายังคงเฉยชา แต่ดวงตากลับวับวาวขึ้นเล็กน้อย “ต่อไปเธอกับเยว่เหยาจะเป็นพี่น้องกันแล้ว เสี่ยวผิงอยากเรียกน้าว่าแม่เหมือนกับเยว่เหยาหรือเปล่า?” แม่หลันไม่อยากให้ฟางเสี่ยวผิงกับหลินเยว่เหยามีข้อเปรียบเทียบในใจต่อกันจนในภายหน้าอาจทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ จึงได้ลองเสนอความคิดเห็นนี้ขึ้น “หนู… เรียกน้าหลันว่าแม่ได้จริงๆ เหรอคะ?” แม้ว่าฟางเสี่ยวผิงอายุใกล้จะสิบสามปีแล้ว แต่เธอก็ยังคงโหยหาความรักเช่นเดียวกัน เมื่ออยู่ๆ มีคนหยิบยื่นมาให้ เธอจึงไม่แน่ใจว่าฟังผิดไปหรือเปล่า “ได้แน่นอนจ๊ะ” แม่หลันยิ้มแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ค่ะ…คุณแม่” ฟางเสี่ยวผิงเขินอาย ใบหน้าผอมแดงขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ ทำให้แม่หลันกับน้าฟ่งหัวเราะออกมา “ดีแล้วล่ะ เป็นครอบครัวใหม่ที่น่าอิจฉาจริงๆ เลยน๊า” น้าฟ่งพยักหน้ามองอย่างพึงพอใจ เมื่อเดินทางไปถึงในตัวเมือง ทั้งสี่คนก็ลงจากรถเกวียน หลินเยว่เหยาที่เงียบมาตลอดทางก็ลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากเกวียนไปอาเจียนที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ฟางเสี่ยวผิงรีบเข้าไปแล้วช่วยเธอลูบหลัง แม่หลันนำน้ำที่พกมาด้วยเทใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วนำมาเช็ดหน้าให้กับหลินเยว่เหยา เมื่อได้อาเจียนออกมาแล้ว หลินเยว่เหยาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้อ็อกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองให้มากขึ้น เมื่อผ่อนลมออกมาจึงคลายความวิงเวียนได้เล็กน้อย เด็กหญิงหน้าซีดเซียวถูกแม่หลันจูงมือตามน้าฟ่งไปที่บ้านหลังหนึ่ง น้าฟ่งเคาะประตูบ้านสองสามครั้งก็มีคนมาเปิดประตูให้ เป็นผู้หญิงที่อายุพอๆ กันกับน้าฟ่ง “อาฟ่ง ลมอะไรถึงได้พัดเธอมาถึงที่นี่ได้จ๊ะ เข้ามาในบ้านก่อนสิ เอ๋… มีคนมากับเธอด้วยเหรอ?” ลู่ชิงเหอมองทั้งสามคนด้านหลังน้าฟ่งอย่างแปลกใจ “ไม่ต้องห่วงนะชิงเหอ สามคนนี้มากับฉันเอง ไม่มีอะไรหรอก เข้าบ้านเธอกันก่อนเถอะ เด็กคนนี้เพิ่งเมารถมาน่ะ” “อ่อ… จ๊ะๆ เข้ามาเลยๆ ไม่ต้องเกรงใจนะ” ในเมื่อน้าฟ่งบอกเองว่าทั้งสามคนไม่เป็นอันตราย ลู่ชิงเหอจึงไม่คิดอะไรมากอีก เธอต้อนรับคนทั้งหมดเข้าบ้านมา “สามีเธอไปทำงานแล้วเหรอ?” น้าฟ่งถามขึ้นเมื่อลู่ชิงเหอนำน้ำมาให้ทุกคนดื่ม “ใช่จ๊ะ ไปแต่เช้าแล้วล่ะ ช่วงนี้งานของเขาหนักมาก ว่าแต่เธอเข้าเมืองมาวันนี้จะมาหาซื้ออะไรหรือ? แล้วมีคูปองหรือเปล่า? อยากให้ฉันหาให้มั้ย?” “วันนี้ฉันมาหาซื้อบ้านกับข้าวของต่างๆ ให้หร่วนอวี้หลันคนนี้จ๊ะ อวี้หลันจ๊ะ… คนนี้คือเพื่อนรักของฉันชื่อลู่ชิงเหอ สามีของเธอทำงานอยู่ในที่ว่าการอำเภอจ๊ะ” “สวัสดีค่ะคุณลู่ ฉันกับลูกสาวทั้งสองคนต้องขอรบกวนด้วยนะคะ” “สวัสดีค่ะ ไม่ต้องเกรงใจๆ ฉันกับอาฟ่งสนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็ก อาฟ่งช่วยเหลือเกื้อกูลฉันมาตลอดจนฉันแต่งงาน พอฉันมีปัญหาเมื่อไร คนแรกที่ยื่นมือมาช่วยก็คืออาฟ่งนี่แหละจ๊ะ ในเมื่ออาฟ่งมาขอให้ฉันช่วยเธอ ฉันก็จะช่วยเต็มที่”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม