7

805 คำ
ภายในรถตู้ที่มีผู้โดยสารรวมแล้วไม่เกินหกคนจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของสาลิณี ดลวรัชญ์มองลอดกระจกไปยังบ้านตรงหน้า ถามเสียงไร้อารมณ์ “นี่เรามาทำอะไรที่นี่” พริมาเข้ามาแตะแขนของดลวรัชญ์พร้อมแหงนหน้าขึ้นบอกด้วยรอยยิ้มเอาใจ “ริมาขออนุญาตมาทานข้าวกับคุณแม่ไงคะ เลยอยากให้พี่รัชญ์มากับริมาด้วย” ดลวรัชญ์มองพริมาที่พูดจากลับกลอก ก่อนมาพริมาบอกเขาว่าอยากจะไปที่บ้านของคุณย่าของเขา แต่กลับสะกิดบอกลอย เจ้าคนขับรถก็พาซื่อพาตรงที่บ้านของแม่เขาแทนตามคำสั่งของพริมา พริมาเห็นสายตาไม่สบอารมณ์ของชายหนุ่มที่ตนหมายปอง มองแล้วไม่สบอารมณ์ก็ค่อยลูบมือไปกับท่อนแขนแข็งแรง ตามด้วยเสียงพะเน้าพะนอเอาใจ “ไม่เอาค่ะ เป็นแม่ลูกกัน ไม่ควรโกรธกันแบบนี้เลยนะคะ แล้วเดี๋ยวงานแต่งงานของเรา ใครจะเป็นผู้ใหญ่ให้พี่รัชญ์ละคะ” ดลวรัชญ์บ่นเสียงไม่เบานัก “ไม่เข้าเรื่อง” พริมาพยายามไม่โกรธ หญิงสาวบอกด้วยใบหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม “โอเคค่ะ ไม่เข้าเรื่องก็ไม่เข้าเรื่อง แต่เราต้องเข้าบ้านกันแล้วนะ ถึงหรือยังเอ่ย ถึงพอดีเลย ไปนะคะคนดีของริมา” รถจอดสนิทดีแล้ว ลอยวิ่งออกมาเปิดประตูให้เจ้านาย สาลิณีมองการมาเยือนโดยไม่นัดหมายของเหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ของลูกสารเลว แล้วก็โกรธไม่ลงเพราะในนั้นมีพริมาร่วมขบวนมากับเขาด้วย “ริมาขอมารบกวนทานข้าวกับคุณแม่สักมื้อนะคะ” “รบกวนอะไรกัน” สาลิณีบอกกับพริมา และสายตาก็ไม่แม้แต่จะแลเหลือบไปมองทางลูกชายของตัวเองสักนิดเดียว คนเป็นลูกล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง มองเมินไปทางอื่นด้วยท่าทีเซ็งสุดขีด นี่หากว่าเขาไม่ต้องดีลเรื่องบางอย่างกับพ่อของพริมา คงไล่ตะเพิดยัยจุ้นจ้านนี่ไปนานแล้ว “ริมาได้โสมกับตังกุยของแท้มาฝากคุณแม่ด้วยนะคะ นี่ค่ะ” สาลิณียังคงเมินสายตากับลูกชาย ยื่นมือไปรับของฝากจากว่าที่สะใภ้ แล้วเอ่ยรับด้วยแววตาชื่นชม “ขอบใจมากนะหนูริมา น่าภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่ของหนูจังที่มีลูกน่ารักแบบนี้ รู้จักกาลเทศะ ใจกว้าง แล้วก็มีน้ำใจกับผู้ใหญ่อีกต่างหาก” เสียงแค่นหัวเราะดังมาจากคนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด แต่สาลิณีทำเป็นไม่สน พริมามองท่าทีของสองแม่ลูกแล้วรีบปรับบรรยากาศใหม่ “เอ ริมาเห็นแวบ ๆ ว่าพี่รัชญ์ก็มีของฝากมาด้วยนี่คะ รีบเอามาให้คุณแม่เร็วเถอะค่ะ” สาลิณีเชิดคอตรง ไม่มองไปทางนั้นเลยสักนิด พริมาเลยต้องสะกิดบอกชายหนุ่ม ให้เอาของฝากมาให้แม่ของเขาโดยเร็ว เพราะท่านมองอยู่ ดลวรัชญ์หันมาทำหน้าไม่สบอารมณ์ ของที่ติดรถมา มันใช่ของฝากของสาลิณีที่ไหนกัน นั่นมันของที่พริมาตู่ว่าเป็นของฝากจากเขา แล้วโบกมือบอกอย่างรำคาญ ถามเสียงไม่พอใจ “ไหนทีแรกบอกว่าจะไปบ้านคุณย่า พอไป ๆ มา ๆ มาถึงนี่ได้ยังไง ไม่ทันไรก็ตอแหลแล้ว แบบนี้จะแต่งกันรอดได้ยังไงวะ” ดลวรัชญ์บ่น แล้วหันหลังหนี ธีธัชที่รับหน้าที่มาคอยช่วยหนุนหลังพริมา บ่นให้เพื่อน “อ้าว คุณรัชญ์ ทำไมพูดแบบนี้ ไม่ทันไรเลย ป๊อดสะละ” “มึงจะกินอะไรกันใช่ไหม มึงอยู่กันไปเลย กูจะกลับ” “อ้าว เฮ้ย กลับแล้ว แผนของ...” ธีธัชร้องบอกออกมาแบบนั้นก็หุบปากฉับลงเมื่อเห็นสายตาของพริมา พริมามองตามหลังชายหนุ่มด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ “ปล่อยเขาไปเถอะ” สาลิณีบอกปลง ๆ เหตุการณ์ในอดีตนั่น ตนก็ไม่ได้อยากพูดถึงมันอีกแล้ว และที่คนเป็นแม่อย่างตนต้องคอยตามห่วง ตามหวง คอยจับผิดก็เพราะผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลกับลูกชายของตนเอามาก ๆ ถึงขนาดตัดแม่กับลูกกันเลย หากไม่ได้แต่งงานกับแม่คนนั้น สาลิณีมองตามแผ่นหลังของลูกชายตัวร้ายแล้วก็ได้แต่ถอนลมหายใจออกมายาว ๆ หมุนหน้ากับมาคุยกับคนอื่น ๆ ที่พยายามเป็นกาวใจให้แม่กับลูก กลัวแต่จะเสียเวลา เสียเรี่ยวเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ไปเปล่า ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม