เมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล แม้จะเป็นคืนที่ท้องฟ้ามืดที่สุด ไม่มีแสงจากพระจันทร์และดวงดาว แต่ก็ยังมีแสงสว่างจากป้ายโฆษณา ตึกสูง และไฟถนนที่ยาวสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ของคอนโดหรูขนาดไม่ต่ำกว่าร้อยตารางเมตร ลมหายใจแผ่วเบาผ่อนออกมาคล้ายกำลังแอบระบายความรู้สึกที่อึดอัดในใจ
เธอคือ ‘จีน่า’ จิณารี พชรจินดานนท์ อายุ 25 ปี หญิงสาวหน้าตาสะสวย สูงราว 170 ผิวขาว ขาเรียวยาว หุ่นเพรียวส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน เป็นต้นแบบของผู้หญิงในอุดมคติของผู้ชายหลายคน ถึงแม้เธอจะมีเรื่องที่คิดอยู่ในหัว หนักอยู่ในใจ ก็ไม่อยากแสดงออกมาให้เพื่อนสนิท ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอาการแย่กว่าเธอหลายเท่าให้ได้รับรู้ จึงแสร้งทำเป็นเหมือนปกติ เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทอย่าง ‘เกวลิน’ ต้องเป็นห่วง
“ยัยเกล...เสร็จหรือยัง!!” จีน่าส่งเสียงถามเพื่อนสนิทที่โอ้เอ้ แต่งตัวไม่ยอมเสร็จเสียที
“ฉันไม่ได้อยากไปสักหน่อย จะเร่งอะไรนักหนา” เกวลินเอียงศีรษะใส่ต่างหู เดินมาหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ก่อนจะปรายตาไปค้อนจีน่าที่เร่งเธอแล้วเร่งเธออีก
พอได้ยินที่เพื่อนสนิทบ่น จีน่าก็อดจิ๊ปากไม่ได้ “อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่า...ฉันจะพาแกไปเปิดหูเปิดตานะ มัวแต่นั่งกอดเข่าเฝ้าโทรศัพท์อยู่แบบนี้จะเฉาตายไปซะก่อน อีกอย่างแกรับปากฉันไว้แล้วว่าจะไปเป็นเพื่อนฉันนะ” จีน่าลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเดินมาหาเพื่อนสนิท ก่อนจะยกมือเล็กบีบคางเพื่อนสาวเชิงหยอกเย้า “ใครผิดคำพูดเป็นหมา ไม่รู้เหรอจ๊ะ?
“เสร็จแล้วนี่ไง”
จีน่ามองเพื่อนสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พร้อมกับเดินกอดอกหมุนรอบตัวเกวลิน ดวงตาฉายแววชื่นชม “เพื่อนฉันสวยเหมือนฉันสินะ”
เกวลินแสยะยิ้มให้กับคำยอของจีน่า สายตาของเธอก็มองเพื่อนสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเช่นกัน วันนี้จีน่าสวยและเซ็กซี่เป็นพิเศษ ในชุดเกาะอกสีเลือดนก ที่ดูเหมือนจะเป็นสีประจำตัวของจีน่าไปเสียแล้ว “ใครจะไปสู้แม่เสือสาวพราวเสน่ห์อย่างแกได้” เกวลินอมยิ้มเอ่ยแซว
พอได้ยินคำว่า ‘เสือสาวพราวเสน่ห์’ ของเพื่อนสนิท จีน่าก็หลุดหัวเราะออกมา
รถยนต์หรูสไตล์สปอร์ตขับออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปตามถนนสายหลัก ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปที่สถานบันเทิงใจกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดพี่ชายของจีน่า
“เมื่อตอนบ่ายฉันเห็นคนชื่อปืนส่งข้อความเข้ามา แกกลับไปคบกันเหรอ” เกวลินหันไปถามจีน่าที่กำลังขับรถอยู่
จีน่าได้ยินที่เพื่อนสนิทถามก็เผลอเหยียบเบรกจนรถกระตุก “แกถามอะไรเนี่ย!! ขับรถอยู่”
เกวลินเห็นท่าทีของจีน่าก็อดยกยิ้มไม่ได้ “ไม่ต้องตอบฉันก็รู้ รักเขานี่เนอะ ตัดขาดง่ายก็คงไม่ได้เรียกว่ารัก” เกวลินยกแขนกอดหน้าอกหลวมๆ เอ่ยพูดลอย ๆ ก่อนจะหันหน้าไปมองบรรยากาศเมืองหลวงในยามค่ำคืน
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้เปิดใจให้ใครมานานมากแล้ว ฉันอยากลองให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง ฉันยังเชื่อว่าความรักของฉันจะทำให้เขาหยุดได้” จีน่าเอ่ยออกมาขณะที่ยังคงตั้งใจขับรถ
“ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอด้วยตัวเอง ก็คงไม่เข้าใจความรู้สึก เรื่องฉัน ฉันยังเอาไม่รอดเลย แกมีความสุขก็พอ”
จีน่าหันมายิ้มให้เพื่อนสนิท “อืม” เธอเพียงตอบอืมในลำคอเท่านั้น ก่อนจะหันไปขับรถต่อ
ใช้เวลาไม่นานรถยนต์คันหรู ก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถใต้ดินผับ Z ซึ่งเป็นผับพี่ชายของจีน่า
“ไปกันเถอะ”
จีน่าจูงมือของเกวลินเดินเข้ามาในห้องวีไอพีขนาดใหญ่ ที่จัดเตรียมไว้สำหรับปาร์ตี้วันเกิด มีลูกโป่งตัวอักษรประดับไว้หน้าเวที แสงไฟสาดส่องจนคนที่เข้ามาใหม่ตาลาย ลำโพงที่ดังกระหึ่มชวนให้หัวใจเต้นแรง ทว่าแม่เสือสาวที่ออกปาร์ตี้แทบทุกคืนกับชินเสียแล้ว ต่างจากเพื่อนสนิทอย่างเกวลินที่เอามืออีกข้างกุมที่หน้าอกมาตลอดทาง
“ทำไมวันนี้คนเยอะจัง?” เกวลินโน้มไปกระซิบจีน่า
“ก็พี่ฉันทำธุรกิจนี้ รู้จักคนไม่น้อยเลย ฉันก็ไม่คิดว่าวันนี้คนจะเยอะขนาดนี้”
จีน่ากวาดสายตามองไปรอบๆ เหมือนกำลังจะมองหาใครบางคน
“คนชื่อปืนนั่นก็มาด้วยเหรอ” เกวลินกระซิบถาม
“เขาว่าจะมานะ แต่มองไปก็ยังไม่เห็นเหมือนกัน”
จีน่ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะโน้มมากระซิบเกวลิน “เราไปนั่งโซนที่พี่ฉันเตรียมไว้ให้ก่อนเถอะ เดี๋ยวตานั่นมาก็โทรมาหาฉันเองแหละ”
สาวสวยทั้งสองคนเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่โซนปีกขวา ไม่นานพนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เกวลินยกมือขึ้นหยิบแก้วค็อกเทลเพราะคิดว่าดื่มนิดหน่อยพอเป็นพิธีก็พอแล้ว
มือยังไม่ทันถึงแก้วค็อกเทลก็โดนจีน่าตี “เรียนก็จบแล้ว แฟนก็มีแล้ว อย่าทำตัวเหมือนเด็กประถมให้ฉันหงุดหงิด” พูดจบจีน่าก็เอื้อมมือไปหยิบแก้ววิสกี้ยืนให้เพื่อนสนิท และหยิบของตัวเองมาหนึ่งแก้ว
เสียงเบสจากลำโพงตัวใหญ่ดังมาเป็นระลอก หญิงสาวยกแก้วจิบพลางโยกศีรษะตามจังหวะอย่างผ่อนคลาย ก่อนที่แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์จะสว่างขึ้น สายตาหลุบลงไปมองที่หน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งดูเหมือนจะมีคงส่งข้อความตอบกลับมา เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบก่อนจะกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ไปอีกครั้ง
“ตานั่นกำลังจะถึงแล้ว เห็นว่าอีกสิบนาที แกอึดอัดไหมเกล ถ้าปืนจะมานั่งกับเรา” จีน่าโน้มไปกระซิบเพื่อนสนิท
“มาสิ...ฉันไม่เป็นไร แฟนแกนิ่ ฉันยังไงก็ได้ แค่ไม่ทำให้เพื่อนของฉันเสียใจอีกก็พอ” เกวลินยิ้มเอ่ย
“อืม”
นั่งอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองคนเหมือนจะได้ยินเสียงของกลุ่มผู้หญิง พูดถึงเรื่องผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฟังดูเหมือนจะชื่อ ‘ปืน’ กลุ่มนั้นคุยกันสนุกสนานจนเสียงเริ่มดังมากขึ้น ทำให้พวกเธอได้ยินอย่างชัดเจน
“จริงเหรอ พี่ปืนเขายังมาหาแกอยู่เหรอ?”
“อืม...ทำไงได้ล่ะ ฉันดันทำให้เขาลืมไม่ลง”
“น่าหมั่นไส้ชะมัด แกกินของคนอื่นอยู่ยังจะพูดอวดอีก”
“ของคนอื่นแล้วไง ถ้ายัยนั่นแซ่บจริง เขาจะมากินฉันอยู่ทำไม จริงไหม?”
“พี่ปืนเขาก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละ เป็นฉัน ฉันก็ยอม แล้วยัยนั่นรู้ไหมว่าแกแอบคั่วอยู่กับผัวเขาอ่ะ”
“ไม่รู้สิ...อยากจะโง่ ก็ปล่อยให้โง่ไป ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันดังที่ไหน ของอร่อยแบบนี้แบ่งกันชิมบ้างจะเป็นอะไรไป”
จีน่ากำแก้วในมือแน่น เธอได้ยินคำสนทนาของกลุ่มผู้หญิงหน้าไม่อายพวกนั้นชัดเจนทุกคำ กัดฟันหลับตาพยายามระงับอารมณ์อยากจะฟังเรื่องน่าสะอิดสะเอียนที่ออกจากปากของพวกหน้าไม่อายอีกสักหน่อย
เกวลินกระชับแขนของเพื่อนสนิทไว้แน่น “ใจเย็นไว้”
“อืม”