‘…เกลียดตัวเองที่ฝืนไม่ไหว ทั้งที่ใจนั้นแทบสลาย แต่จะให้ต้องฝืนจากไป ก็ทำไม่ได้...’
‘ริน’ นั่งนิ่งเงียบเมื่อได้ยินเพลงนี้ถูกเปิดดังออกมาจากคลื่นวิทยุยอดฮิตที่ถูกเปิดอยู่ภายในรถคันหรูที่เธอนั่งเคียงคู่มากับ ‘ราม’ เพื่อนในกลุ่มที่อาสาขับรถมาส่งเธอที่หอ
บรรยากาศในรถเงียบเชียบ ไม่มีใครยอมเปิดบทสนทนาต่อกัน ต่างคนต่างนั่งอยู่ในที่ของตัวเอง มีเพียงเพลงที่ดังกลบความมึนตึงที่ซ่อนอยู่ รินบีบมือตัวเองอย่างคิดไม่ตก เธออึดอัดไม่สบายใจกับท่าทีและบรรยากาศอึดอัดของชายหนุ่มที่เขาก่อมันขึ้นมาและแสดงออกให้เธอเห็นอย่างชัดเจน
“ชอบมากไหมล่ะ มีผู้ชายเข้ามาจีบน่ะ” รามเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เขายกยิ้มมุมปากราวกับมันเป็นเรื่องน่าตลก
รินยังคงนิ่ง เสมองออกไปทางหน้าต่างเลี่ยงที่จะตอบ เธอคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่ารามต้องหาเรื่องทะเลาะกับเธอแน่ๆ ถึงได้รีบออกตัวบอกเพื่อนๆ ว่าจะอาสามาส่งเธอเอง
“อยากได้นักเหรอ ไอ้ตุ๊กตาเหี้ยๆ นั่นน่ะ กูซื้อให้ก็ได้นะ มึงจะเอากี่ตัวล่ะ” รามว่าอย่างประชดประชัน
รินหันมาสบตากับชายหนุ่ม สายตาเธอกำลังต่อว่าเขาทางอ้อมว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
ก่อนหน้านี้ขณะที่เธอและชายหนุ่มกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ก็มีชายหนุ่มหาญกล้าคนหนึ่งเดินหน้าเข้ามาพร้อมตุ๊กตาฮิปโปสุดน่ารักและมอบมันให้กับเธอตรงนั้นต่อหน้าทุกคน
เป็นที่รู้กันดีแทบจะทั่วทั้งมหาวิทยาลัยถึงข่าวลือหนาหูว่า ‘รามและรินมีสถานะมากกว่าคำว่าเพื่อน’ บางคนก็เชื่อ แต่บางคนก็ไม่
ที่เป็นแบบนั้นเพราะยังมีคนเห็นรามควงสาวออกเที่ยวแต่ละวันไม่ซ้ำหน้า แต่ด้วยข่าวลือนี้ทำให้หนุ่มๆ ที่คิดจะเข้ามาจีบสาวสวยสง่าอย่างรินหายไปเกือบหมด เพราะคิดว่าเธอถูกจับจองเสียแล้ว
แต่ก็พึ่งมีผู้ชายคนนั้นที่กล้าเสนอหน้าเข้ามา แน่นอนว่าเพื่อนๆ ต่างโห่แซวยินดีที่รินมีคนมาจีบ แต่กลับมีคนที่แอบหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ และเก็บงำความขุ่นเคืองนั้นไว้ รอเวลาระเบิดจนมาถึงตอนนี้
ตุ๊กตาตัวนั้นของรินถูกโยนทิ้งไว้ที่เบาะหลังตั้งแต่วินาทีที่รินพามันขึ้นรถ เขาแย่งมันไปและเขวี้ยงมันทิ้งทันที ส่วนรินก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอยังไม่ควรพูดอะไรทั้งนั้น
“ไม่พูด? ได้ จะเอาแบบนี้ก็ได้!” รามว่าอย่างหัวเสีย เขาเปลี่ยนโหมดรถเป็นโหมดสปอร์ต เร่งสมรรถภาพให้สูงกว่าปกติแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด พารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าจนมันแทบจะเหาะเหินบนอากาศได้ เพราะอยากไปให้ถึงหอของเธอให้ไวที่สุด
รินได้แต่นั่งนิ่งกอดแขนตัวเองแน่น เธอหลับตา และหายใจลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่ในใจกลัวแทบอยากจะกรี๊ดออกมาให้มันจบ ๆ
เมื่อรถจอดสนิท รินไม่รอช้ารีบปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยและเดินหนีเข้าในหอพักไป โดยไม่รอชายหนุ่มแม้แต่น้อย รามรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องทำแบบนี้แน่นอน
อยากจะทำอะไรก็ทำไป! ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกริน
รามใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องพักของรินด้วยความคุ้นเคย เขาแทบจะอาศัยอยู่ที่นี่กับเธอเป็นหลักเสียด้วยซ้ำ ถ้าวันไหนว่างไม่ได้ออกไปเชยชมเหล่าผีเสื้อราตรียามค่ำคืน เขาก็จะมาแอบค้างกับเธอที่นี่เป็นประจำ
รามเดินเข้าไปจู่โจมจากทางด้านหลังของริน ซุกไซร้ไปยังซอกคอขาวของเธอ จัดการขบเม้มดูดแรงๆ ให้เกิดร่องรอย รินรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ทว่าครั้นจะดิ้นหนีแต่ก็ทำไม่ได้ ลำแขนแกร่งของเขากำลังโอบล็อกรอบตัวเธออยู่
“ปล่อยนะ ราม ปล่อย!!” รินตะโกนลั่นหวังให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำเสีย แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ
รามยังคงรุกไม่ยอมหยุด เขาจับตัวเธอหมุนให้หันมาเผชิญหน้ากัน ประกบริมฝีปากหนาลงไปบนปากนุ่มของเธออย่างรุนแรงคล้ายกำลังลงโทษเธอ ไม่พอยังดูดดึงจนกลีบปากนิ่มช้ำบวม
เขาผละออกมามองผลงานอย่างพอใจ แล้วก้มลงจูบไล้วนไปทั่วใบหน้างามและยังแวะเวียนไปขบเม้มบริเวณติ่งหูของเธอเบาๆ จนเกิดความรู้สึกเสียววาบ
รินเบือนหน้าหนี แม้ร่างกายจะตอบสนองแต่เธอไม่ชอบความรุนแรงแบบนี้แต่ก็หนีได้ไม่นานเพราะรามใช้มือข้างหนึ่งจับคางล็อกหน้าเธอให้สบกับสายตาคมของเขา
“อย่าคิดจะมีใครถ้ากูไม่อนุญาต” รามว่าเสียงเรียบ
รินดวงตากลมไหววูบแฝงเร้นด้วยความเสียใจแต่เธอก็สลัดมันทิ้งออกไปอย่างเร็วและใช้ความแข็งกร้าวตอบโต้คนใจร้ายไปแทน
“ทำไม” รินถาม มันเป็นคำถามที่เธอเฝ้าถามเขามาเป็นล้านๆ ครั้งแล้ว และทุกครั้งคำตอบที่ได้ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“เพราะกูยังต้องใช้มึงอยู่ยังไงริน ถ้าไม่มีมึงแล้วกูจะมีผู้หญิงคนอื่นอีกได้ไง จริงไหม” รามยิ้มร้ายอย่างสะใจ ที่เห็นใบหน้าใสเสียใจกับคำพูดเขา
“หน้าที่ของมึง ถ้ากูยังไม่ให้ใครมาแทน ก็อย่าหวังที่จะได้ออกไป” รามกำชับเสียงเข้ม
“เข้าใจไว้ด้วยนะ ริน”