ตอนที่ 2 สัมผัสบริเวณหน้าผาก

2008 คำ
“โห ปันห้อง” เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นห้องของนักศึกษาสาวซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่3 “คะ?” คนงัวเงียเกาหัวยุ่งๆแถมส่งสายตาค้อน เพราะรู้ว่าคงถูกเอ็ดอีกและเธอขี้เกียจรับฟังแล้วจริงๆนะ “รกอีกแล้วนะ” “ก็ปันขี้เกียจอะ... ตอบชนิดที่ว่าตรงไปตรงมาซ้ำยังทำตาทะเล้นใส่... งานก็เยอะไหนจะรายงานมหาวิทยาลัยอีก” “แล้วนี่ ชุด... สำรวจสภาพชุดเดรสแขนกุดสีชมพูพร้อมสายผูกเอวเป็นปมโบว์ด้านข้าง... เดี๋ยวนะถ้าพี่จำไม่ผิด เป็นชุดที่ถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง” “นอนเพลินไงคะ รู้ๆแล้วจะขึ้นไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ล่ะ” เธอเดินเข้ามาจับหมับไปที่แก้มอีกฝ่ายพร้อมขยี้ไปมา จะว่าไปเหมันต์เริ่มบ่นเธอมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ตัวเธอขึ้นชั้นปีที่ 2 จนตอนนี้... “พี่เหมๆๆ...” เสียงเรียกพร้อมความสดชื่นใหม่หลังอาบน้ำ เจ้าของชุดเสื้อคอกลมสีขาวกางเกงวอร์ขายาวจัมพ์สีดำวิ่งลงจากบันไดชั้นสอง “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งลงบันได บาดเจ็บขึ้นมาจะเป็นยังไง” “อ๊ะ...” ไม่ทันขาดคำ ยังไม่ทันจะถึงชั้นสุดดี เธอก็สะดุดกับขาของตัวเองพัลวันกันจนลอยลงมา หากว่าเหมันต์เข้าไปรับทันโดยใช้ร่างกายเขาเป็นสิ่งรองการบาดเจ็บจากคนข้างบน หัวทุยซบอกแกร่งเงยขึ้นมามองใบหน้าทรงโอปป้าที่กำลังแสดงสีหน้าเจ็บเล็กน้อยด้านล่างตน เหมันต์เองก็ลืมตาขึ้นมาสบตอบในระยะประชิดเช่นกันส่วนแขนยังคงโอบเอวคนตัวเล็กด้านบนไว้ พอได้มองในระยะใกล้ๆ เขาถึงรู้ว่าเธอโตขึ้นจากตอนปีหนึ่งมาก... คงเรียกได้ว่าเป็นสาวแล้ว... หากว่าปันธาราเอียงคอมองความอึ้ง นิ่งของเหมันต์อย่างฉงนก่อนจะฉีกยิ้มปนหัวเราะออกมา... ยังจะมีอารมณ์มาหัวเราะทั้งที่ใจเขาเต้นจนแทบจะโผล่ออกไป... สองแขนเล็กกว่าดันตัวเองขึ้นหากว่าถูกรั้งกลับมาประชิดเกือบโดนปลายจมูกดังเดิม “พี่บอกแล้วว่าให้ระวัง” “รู้แล้วๆ... ครั้งนี้เธอพยายามดันตัวเองออกมาทว่าถูกรัดมากขึ้นกว่าเดิม... ปล่อยสิคะ” “ต้องถูกลงโทษก่อน...” คนฟังเบิกตาก่อนถูกจับพลิกตัวไปไว้ด้านล่างแทน พลันนิ้วชี้สองข้างของเหมันต์ก็ตรงดิ่งจี้เอวจนตัวเธออ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง “ปันยอมแล้วค่ะๆ... เมื่อเขายอมปล่อยเธอจึงดีดตัวออกมาอย่างฉับไว... ปันหิว... ส่งสายตาอ้อนวอน ให้คนซึ่งมักทำอาหารให้เธอในบางช่วงเข้าใจสภาพร่างกาย... เหมือนมีบางอย่างกำลังกินกระเพาะปันเลย ดูสิหน้าท้องราบไม่พอนะบุบเข้าไปด้วย” “วันนี้พี่หมดแรง ออกไปหาอะไรกินดีไหม” เพียงเท่านั้นปันธาราก็วิ่งกลับขึ้นห้องไปอีกครั้งเพื่อไปเอาเสื้อแขนยาว หมวก กระเป๋าสะพายข้าง พร้อมใส่ถุงเท้า พลันค่อยๆเดินลงมาอย่างแกล้งชายผู้ยืนกอดอกอยู่ชั้นหนึ่งของห้องราวกับเตือนเธอว่าอย่าได้วิ่งลงมาอีก “เรียบร้อยค่ะ” “ไปชุดนี้เหรอ” “อื้ม ทำไมคะ...” ถามด้วยตาใสพลางยกมือรวบผมยาวลอนมัดเป็นมวยสูงขึ้นไปอย่างสบายๆ เหมันต์ถอนหายใจแต่ยังไงเขาก็ตามสบายแล้วแต่เธอ จะให้แต่งตัวชุดเดรสกระโปรงตลอดเวลาคงเป็นไปไม่ได้ เพราะนอกจากปันธารา เจ้าของนามปากกา P.T.R ซึ่งแทบไม่มีวัยรุ่นคนไหนไม่รู้จัก เธอเป็นนักเขียนทั้งเดี่ยวและร่วมกับภคินทร์จนได้รับการนำเรื่องมาสร้างภาพยนตร์และซีรี่ย์ถูกใจคนดูแล้ว ยังรับงานพรีเซนเตอร์โฆษณา และนางเอกมิวสิควิดีโอเพลงร่วมด้วยจนไม่มีเวลาได้ปล่อยตัวสบาย... ราวกับว่าไม่ต้องการให้ชีวิตว่างเพื่อจะได้ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องบางเรื่อง “จะว่าไปดูที่ฝึกงานหรือยัง นี่เทอมสองของปีสามแล้ว” “ดูไว้อยู่ค่ะ... ตอบขณะยังคงเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะรีบกลืนเพื่อเข้าบทสนทนา... ที่นครราชสีมามีศูนย์ส่งเสริมพวกการเกษตรอยู่ อีกอย่างอยู่ใกล้ไร่องุ่นของคุณพ่อด้วย ปันก็จะได้ไปพักที่บ้านแล้วก็ออกมาฝึกงานที่ศูนย์...” ไร่อุ่นรัก เป็นไร่ใหม่ที่ประวีร์สร้างขึ้นโดยคัดลอกรูปแบบเก่าจากไร่สายธารมาเปิด สวนองุ่น ฟาร์มม้าและโคนมเองก็ย้ายมาจากไร่สายธารทั้งสิ้นหลังยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรำไพทั้งหมด หลังจากการรักษาตัวที่เมืองไทยได้เกือบปี ประวีร์ได้พูดชัดถ้อยชัดคำขึ้นแม้ยังคงต้องทำกายภาพบำบัดแต่เขาก็ได้กำลังใจล้นเปี่ยมจากภรรยาผู้ไม่เคยปล่อยมืออย่างธารธารา ทั้งนี้เขาออกแบบงานขึ้นมาโดยมีดนัยเลขาคนสนิทคอยสนับสนุนและจัดการแทนเช่นเดิม ที่สำคัญเพื่อนรักเพื่อนยากอย่างเมธาไม่เคยปล่อยมือลาขาด เข้ามาร่วมช่วยดูแลไร่อุ่นรักยามได้ก่อร่างสร้างใหม่อีกแรง ถึงทุกอย่างจะดูเริ่มใหม่หมด แต่เพราะน้ำพักน้ำแรงของคนงานเก่าปรารถนาเฝ้าติดตามร่วมงานกับประวีร์เช่นเดิม พวกเขาทั้งหมดจึงช่วยฟื้นฟูผืนดินเปล่าให้กลายเป็นไร่สายธารแบบสองได้ค่อนข้างสมบูรณ์... ผู้ร่วมสร้างคนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ “โอ๊ะ ปันอยากกินขนม” ยิ้มหน้าบานพร้อมวิ่งมาดักหน้าเหมันต์หลังจากเพิ่งเดินออกจากร้านข้าวไม่เท่าไร ตามจริงชายหนุ่มก็เตรียมตัวแล้วล่ะ เขาชินกับชีวิตประจำวันของปันธารายามได้ออกมาด้วยกันกว่าเมื่อก่อนเยอะ ตลอดระยะเวลาเกือบสามปี รู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สิ่งไหนที่จะทำให้เธอหัวเราะและยิ้มออกมาได้ ถึงแม้มันจะแค่ชั่วคราว ถึงแม้ว่านัยน์ตานั้นจะไม่ได้มีความสุขอิ่มใจเต็มร้อย “เมื่อครู่เธอเพิ่งทานข้าวจานใหญ่ไปเองนะ” แกล้งทำเสียงตกใจพร้อมผงะมอง “พี่เหมไม่รู้อะไร กระเพาะผู้หญิงมีหลายห้องนะคะ ส่วนหนึ่งอาหาร ขนม ของหวาน โอ้ยนั่นล่ะสับย่อยไปอีก” ชูมือเบ่งขึ้นไปราวกับมันเป็นเรื่องใหญ่ “ไหนบอกจะงดพวกเค้ก กลัวพุงออกไม่ใช่เหรอ” เขายังจำวันที่เจ้าตัวบ่นเรื่องพุงวันถ่ายลงปกนิตยสารได้ เสื้อแขนกุดสีชมพูที่ความยาวของมันพอดีกับขอบกระโปรงกลีบใหญ่บานสีขาวเกือบพอดีเข่า ทำให้เห็นเนื้อหน้าท้องปริ่มๆ หากแต่เจ้าตัวบอกเขาว่าเธอแขม่วสุดกำลังเพราะช่วงเช้าเผลอซักเค้กไป “ก็เดี๋ยวค่อยลด แหะแหะ...” ตามจริงเขาชอบที่ปันธาราจะเขมือบสิ่งที่ชอบมากกว่าเหมือนสมัยมัธยมที่ไม่ค่อยกังวลเรื่องรูปร่าง หลังจากปันธาราเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เกือบปี งานทางวงการบันเทิงได้เริ่มดันเข้ามา ด้วยเห็นความน่ารักสดใสจากโฆษณาที่เคยถ่ายร่วมกับอากิระ นักร้องวงบอยแบรนด์อย่าง Golly หรือชื่อปัจจุบันคือ ธารตะวัน พี่ชายฝาแฝดของปันธารา รวมถึงมิวสิควิดีโอเพลงของภคินทร์ แถมยังสามารถเห็นหน้าค่าตาจนอดเอ็นดูเจ้าตัวไม่ได้จาก ช่องยูทูปของธามที่ทำช่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและอาหาร จนหญิงสาวหลายคนอดจะอิจฉาเธอผู้นี้ไม่ได้ เพราะนอกจากมีพี่ชายสายสปอยอย่างธารตะวัน ผู้ชอบลงรูปปันธารายามได้พบหน้าเกือบทุกอิริยาบถของน้อง ปันธารายังมีสามหนุ่ม เหมันต์ ธาม นที รักเหมือนน้องแท้ๆเข้าไปอีก ทว่าใครจะรู้ว่าใต้รอยยิ้ม ความน่ารักน่าเอ็นดูที่เมื่อใดยามใกล้ชิดจนอดเมตตาไม่ได้นั้น กลับมีความลับบางอย่างซึ่งเธอไม่เคยได้ตอบสื่อไปตรงๆอย่าง “ได้ติดต่อกับสุริยะบางหรือเปล่า?...” ซึ่งเธอทำได้เพียงตอบปัดไปว่าต่างคนต่างยุ่งนานๆจะสื่อสารกันที ทั้งที่ความจริงสุริยะได้หายตัวไป ปิดทุกช่องทางการสื่อสารตั้งแต่สี่เดือนให้หลังการจากไป ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ รวมไปถึงเบอร์โทรศัพท์ ผู้คนสามารถเห็นตัวเขาได้เพียงผ่านอินสตาแกรม ที่ปุ๊บปั๊บผู้จัดการส่วนตัวของสุริยะสร้างขึ้นมาเฉพาะเท่านั้น ตอนแรกตัวเธอคิดในแง่บวกไปว่าสุริยะคงงานยุ่ง เพราะต้องปรับเตรียมตัวอะไรหลายๆอย่าง บางครั้งจึงได้แต่อ่านข้อความของเธอไม่ตอบ ทว่าสี่เดือนให้หลังของการจากไป ทุกช่องทางถูกปิดหมด แม้เหมันต์จะพยายามช่วยติดต่อกับทางปุ๊บปั๊บหรือไทยแท้ก็ศูนย์เปล่า ปันธาราจึงให้ยกเลิกการติดต่อไปโดยปริยายไม่ต้องตามไปถึงอินสตาแกรมที่ปุ๊บปั๊บสร้างขึ้นมา ในเมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจต้องการแบบนั้นเธอควรปล่อยสุริยะไป “ว่ายังไง งานที่เกาหลีเป็นยังไงบ้าง” ปันธาราทักทายพี่ชายฝาแฝดจาดวิดีโอคอลที่ธารตะวันโทรเข้าเมื่อปันธารากลับถึงคอนโด “เหนื่อยมาก ดูหน้าสิ” แสดงสีหน้าเรียกร้องความสนใจขณะอยู่ในห้องแต่งตัวซึ่งเต็มไปด้วยเพื่อนๆของเขาอีกสามคน บรรดาคนเหล่านั้นก็เอาแต่แซวแฝดผู้พี่ของเธอตามเคย ซึ่งปันธารารู้สึกอายแทนขึ้นมาทันทีขณะค่อยๆถอดเสื้อแขนยาวออกพาดโซฟาพร้อมทรุดตัวลง “หล่อเหมือนเดิมนะ...” “เรียนเป็นไงบ้าง ช่วงนี้รายงานหนักไม่ใช่เหรอ” “นิดหน่อยน่ะ” เอนตัวนอนพลางถอนหายใจเล็กน้อย “ไปทำอะไรมาถึงได้เพิ่งกลับห้องตอนสองทุ่ม...” “ไปกินข้าว ช้อปปิ้ง เดินเล่นกับพี่เหมมา” พอได้ยินชื่อเหมันต์เขาก็เข้าใจ ชายรุ่นพี่คนนั้นคือผู้ที่อยู่เคียงข้างปันธารามาตลอดจนเกือบจะสามปี ซึ่งหลังจากการผ่าตัดครั้งนั้นกว่าเขาจะกลับไปเมืองไทยก็นับเกือบปลายปีแล้ว “เธอ โอเคอยู่ใช่ไหม... แม้อีกฝ่ายจะส่งรอยยิ้มหวานให้ แต่มีหรือฝาแฝดอย่างเขาจะดูไม่ออก... ถ้าเบื่อห้องนักก็ออกไปเที่ยวเล่นบ้างล่ะ” ปันธาราเข้าใจความหมายที่สื่อ เพราะธารตะวันเคยบอกให้เธอย้ายที่อยู่ ไม่ก็ไปอยู่คอนโดตนแทน “ไม่ต้องเป็นห่วง ปันโคตรสบายเลย อย่าลืมขนมล่ะ ง่วงแล้วพรุ่งนี้คุยกันนะ...” รีบกดตัดไปพร้อมกางแขนราวไปกับโซฟา มือหนึ่งคลี่ผมจากปมที่มัดมวยพร้อมปล่อยละคอละหลังลงมาก่อนเดินขึ้นไปชั้นสอง หากว่าตัวเธอเดินเลยห้องตัวเองมา สองเท้าหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูห้องไร้คนอยู่ของใครบางคน ผู้ที่ไม่ได้ติดต่อกับเธอมาจะสามปี “พี่จะรีบกลับมา...” เสียงสุริยะดังก้องในโสตประสาทการรับรู้ซ้ำไปมา ปันธาราหลับตาพร้อมสูดลมหายใจจากหน้าห้องซึ่งเธอปิดตายมาพอๆกับอายุช่วงวันที่สุริยะจากไปเดินกลับเข้าห้องนอนของเธอ พลางนึกถึงก่อนหน้าเหมันต์จะพามาส่ง เธอและเขาไปเดินเล่นสะพานพระรามแปดอย่างที่เคย อย่างที่เหมันต์ชอบพาเธอไปเดินกินลมปล่อยอารมณ์ ทว่าวันนี้ไม่เหมือนปกติ วินาทีที่เขาใช้นิ้วเกลี่ยผมยาว ยามมันลงมาเคล้าเคลียแก้มเธอใต้แสงไฟเมื่อยืนแขนพิงราวเหล็กกันทั้งคู่ สายตาคู่นั้นกำลังบอกเธอถึงบางสิ่งก่อนจะตรงเข้ามาใช้ริมฝีปากแตะหน้าผาก พอนึกแล้วเธอก็มุดหน้าลงแอบอิงหมอนไปด้วยความรู้สึกเขินตามประสาผู้หญิง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม