ในสายตาของเธอเตชิตเป็นชายหนุ่มรูปงาม หล่อเหลาขั้นนายแบบ เป็นโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่มีความสามารถสูง และคงเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ทั้งบริษัท
เธอเองก็พึงพอใจในตัวเขาไม่น้อย บวกกับท่าทีอ่อนโยนแสนดีกับทุกคนยิ่งทำให้เธอประทับใจ ส่วนตัวเธอน่ะหรือก็อยู่ในขั้นสวยใสเพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาได้แค่สองปีพ่วงกับตำแหน่งโปรแกรมเมอร์สาวทำให้เธอเองก็ดูโก้เก๋ไม่น้อยความเคว้งคว้างบวกกับความอ่อนต่อโลกของหญิงสาว แม้จะผิดหวัง ช้ำรักมาแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรู้จักผู้ชายมากพอ ช่วงแรกก็คิดแค่ว่าคบไว้แก้เหงา อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีใคร วันแรกที่ไปทำงานหญิงสาวยังไม่หายเพลียจากสงครามน้ำตาของคืนที่ผ่านมา จึงเดินเข้าไปซื้อซุปไก่สกัดในมินิมาร์ต ขณะที่เตชิตจอดรถเติมน้ำมันระหว่างเดินทางไปพบลูกค้า
“คุณดื่มทีเดียวหมดขวดเลยเหรอครับ” เตชิตถามเมื่อเห็นหญิงสาวดื่มซุปไก่สกัดรวดเดียวหมดขวด
“ค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา” เธอตอบพลางหมุนฝาปิดปากขวดเปล่า
“คุณดื่มทุกวันเหรอครับ” ชายหนุ่มถามเหมือนหาเรื่องคุย
“เปล่าหรอกค่ะ ดื่มเฉพาะวันที่รู้สึกเพลีย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกว่าจะช่วยให้ดีขึ้นได้เยอะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อทิ้งขวดเปล่าลงถังขยะเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะหลัง รถของเขาสะอาดสะอ้าน มีเพียงแฟ้มเอกสารที่ต้องใช้งานวันนี้วางตรงเบาะหลังเท่านั้น
“ตื่นเต้นเรื่องงานใหม่จนนอนไม่หลับหรือเปล่าครับ” เตชิตถามกลับ
“เปล่าค่ะ” เธอตอบสั้นๆ เพราะอยากปิดประเด็นก่อนที่เขาจะพูดเรื่องของเธอจนมากเกินไป
“แว่นที่คุณใส่ไม่น่าจะใช่แว่นสายตาใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มหาเรื่องคุยได้อีกทั้งๆ ที่เธอไม่อยากให้ใครซักไซ้เรื่องนี้เลยสักนิด
“เอ่อ คือ มันเป็นแว่นกันรังสีคอมพิวเตอร์ค่ะ” หญิงสาวบ่ายเบี่ยงตอบไป พร้อมขยับแว่นเล็กน้อยทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น
“แต่ในนี้ไม่มีรังสีคอมพิวเตอร์ซะหน่อย คุณจะไม่ถอดแว่นหน่อยเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่ขอบตาคล้ำเพราะนอนน้อยเลยไม่อยากถอดแค่นั้นเองค่ะ” เธอรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องคอยตอบคำถามเรื่องส่วนตัว
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ” เขาถามกลับ จนเธอเริ่มโมโหกับความช่างเซ้าซี้ของเขา
“อกหักค่ะ” หญิงสาวตอบความจริงตัดความรำคาญ รถทั้งคันเงียบสนิท ก่อนเขาจะถอนใจยาว
“คุณล้อผมเล่นรึเปล่า” ชายหนุ่มถามขึ้นทำเสียงขำขัน
“ฉันไม่เคยล้อเล่นเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ” เธอตอบแบบเกรงๆ เมื่อเพิ่งนึกได้ว่าเขาเป็นหัวหน้างาน
ตั้งแต่นั้นมาเตชิตก็ให้ความสนิทสนมและทำดีจนเธอหลงรักและเกือบหลวมตัวไปกับคารมหวานหูของเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ ด้วยเหตุผลที่เขาไม่ให้เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอให้ใครในบริษัทรู้
ช่วงเวลาเจ็ดปีที่ทำงานร่วมกันเจสิตาแอบคบกับเตชิตอย่างอึดอัดใจ เขาอ้างเหตุผลว่าไม่อยากให้เป็นที่ครหาเพราะเขาเป็นหัวหน้างาน หากมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับลูกน้องจะขาดความน่านับถือ จนกระทั่งก่อนที่เธอจะลาออกประมาณหนึ่ง สัปดาห์ เนตรนภาเพื่อนสนิทบอกกับเธอว่า ได้ตกเป็นภรรยาของเตชิตแล้ว หญิงสาวจึงรีบไปสอบถามกับเตชิตให้แน่ใจ
“พี่เต เนตรบอกกับตาว่าเมื่อคืนพี่เต...เอ่อ ไปนอนที่ห้องของเนตร แล้วก็...” หญิงสาวอึกอักที่จะเอ่ยประโยคที่น่าอับอายนั่นออกมา น้ำตาคลอเบ้า
ชายหนุ่มผู้แสนดีของเธอเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานก่อนจะเอ่ยคำพูดที่เธอคาดไม่ถึงออกมา
“ไม่มีอะไรหรอกตา เนตรเขายอมผม แต่คุณไม่ยอม ผมเป็นผู้ชายเรื่องแบบนี้ผมก็ต้องการเหมือนกัน ในเมื่อคุณไม่ยอม ผมก็ต้องหาคนที่เขายอมประทังไปก่อน ยังไงผมก็รักคุณ ถึงเวลาที่ผมจะแต่งงานคนคนนั้นก็ต้องเป็นคุณ”
คำตอบง่ายๆ ที่ออกมาจากปากของเขาทำให้เธอยืนตัวชาอยู่พักหนึ่ง แม้อยากจะกรีดร้องแต่สมองมึนงงและว่างเปล่า ทุกส่วนของร่างกายชาวูบตั้งแต่หัวจดปลายเท้า ขาแทบทรุดกองกับพื้นด้วยความผิดหวัง ทำได้แค่พาร่างกายที่กำลังจะหมดเรี่ยวแรงและน้ำตาที่กำลังจะไหลรินเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไร้คำพูดใดๆ หลุดจากปาก
ความเคว้งคว้าง สิ้นหวังกลับมายึดครองหัวใจของเธออีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พยายามตัดใจจนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้สักที ลาออกและกลับบ้านคือคำตอบสุดท้ายสำหรับเธอ ความคิดนั้นสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงของยุทธนาเจ้านายของเธอ
“เป็นอะไรไปตา พี่เห็นตานั่งเงียบมาพักใหญ่แล้ว ดูท่าทางเหมือนตามีปัญหาไม่สบายใจ เอาเป็นว่าพี่มีทางออกให้ พี่จะยังไม่อนุมัติให้ตาลาออกแต่จะให้ตาลาพักร้อนสักหนึ่งสัปดาห์ไปตัดสินใจว่า ตาจะลาออก หรือกลับมาทำงานต่อ หรืออีกทางเลือกนึงก็เป็นฟรีแลนซ์ให้บริษัท ถ้ามีงานพี่จะเรียกตามารับงานไปทำ ทำเสร็จแล้วตาเอางานมาส่ง พี่เสียดายคนมีฝีมืออย่างตา” ยุทธนาเสนอทางออก
“งั้น ตาตัดสินใจเลยนะคะ ตาขอเลือกเป็นฟรีแลนซ์ให้พี่ยุทธ์ค่ะ ช่วงนี้ตาจะเคลียร์งานเก่าให้เสร็จก่อนสิ้นเดือน และตาจะยังดูแลลูกค้าทุกคนที่ตาทำงานให้เหมือนเดิม ถ้ามีปัญหาอะไรพี่ยุทธ์โทร. หาตาได้ทันทีเลยนะคะ แต่ตาขอกลับไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัดตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยค่ะ” เจสิตาให้คำตอบกับผู้เป็นเจ้านายทันทีที่เขายื่นข้อเสนอที่น่าพอใจแก่เธอที่สุด
“เป็นอันว่าตกลง พี่ยังมีตาเป็นพนักงานของที่นี่” ยุทธนาลุกขึ้นยืน ยื่นมือให้หญิงสาวจับ เธอยื่นมือมาสัมผัสมือนั้นเป็นการตกลง
“ถ้าตกลงตามนี้ ตาขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ต่อนะคะ” เธอยกมือไหว้ชายหนุ่มแล้วเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เจ้านายหนุ่มมองตามด้วยสายตาห่วงใย
ที่ลานปาล์มขนาดใหญ่มีรถบรรทุกปาล์มของชาวบ้านเข้ามาขายปาล์มตลอดทั้งวัน เมธัสชายหนุ่มรูปร่างกำยำ หนวดเครารกครึ้ม ผิวที่เคยขาวละเอียดกลับกร้านแดดจนเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาล กำลังช่วยคนงานใช้เหล็กแหลมด้ามยาวแทงทะลายปาล์มโยนลงมาจากรถบรรทุก หลังจากที่รถบรรทุกปาล์มน้ำมันขับลงมาจากเครื่องชั่ง
ปาล์มทะลายแล้วทะลายเล่าถูกเขาแทงโยนลงมาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับบรรยากาศภายนอก ทำตัวเช่นหุ่นยนต์ ดวงตาที่ดูเยือกเย็น กระด้างทำให้ใบหน้านั้นเรียบเฉย ไร้ชีวิตดุจหินผา
“นายหัว นายหัว นายใหญ่ให้มาตาม” เสียงคนงานชายวัยยี่สิบต้นๆ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเรียก
“เออ ไปบอกนายใหญ่ว่าอีกครึ่งชั่วโมง” เมธัสตะโกนตอบพลางใช้เหล็กแหลมแทงปาล์มทะลายใหญ่น้ำหนักหลายกิโลกรัมโยนลงมาจากรถบรรทุก
“นายใหญ่บอกให้ไปเดี๋ยวนี้” เสียงตะโกนจากข้างล่างทำให้ชายหนุ่มหัวเสีย
“เออๆ รำคาญจริง ไปเดี๋ยวนี้แหละ เอ็งขึ้นมาจัดการต่อเลยไอ้เม่น” พูดจบเขาขว้างเหล็กแหลมลงไปเสียบใกล้เท้าเม่นที่เพิ่งตะโกนโหวกเหวก ทำเอาเม่นสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบคว้าเหล็กแหลมแล้วปีนขึ้นไปบนรถช่วยคนงานคนอื่นแทนเมธัส