นิศาชลเดินเร็วๆจนแทบจะกลายเป็นวิ่งเพื่อกลับไปยังบ้านของตัวเองซึ่งห่างจากบ้านของแดนเทพพอสมควร และถ้าหากเดินด้วยสองขาไม่พึ่งบริการรถรับจ้าง ก็จะกินเวลาถึงครึ่งชั่วโมง
เด็กสาวก้าวไปตามถนนคอนกรีตโดยไม่เสียเวลาหยุดพักถึงแม้ตอนนี้ใบหน้าหวานจะมีเหงื่อผุดพรายก็ตาม
เพราะความร้อนใจทำให้สาวน้อยไม่อาจที่จะบอกตัวเองให้ใจเย็นลงได้ หากเธอมีเงินติดกระเป๋าบ้างก็คงจะเรียกวินมอเตอร์ไซค์เพื่อที่จะถึงบ้านโดยเร็ว แต่เวลานี้เธอไม่มีเงินเลยสักบาทจึงต้องพึ่งสองขา และเฝ้าภาวนาในใจขอให้เงินของแดนเทพยังอยู่ครบ
"เฮ้ย! รีบไปไหนน่ะน้ำเอ้ยจ้ำอ้าวขนาดนี้!"
ทันทีที่เธอเดินเข้าซอยเพื่อนร่วมชุมชนก็ร้องทักแต่วันนี้นิศาชลไม่หยุดพูดคุยด้วยเช่นทุกวัน
"เอ้า! ถามก็ไม่ตอบ...สงสัยจะรีบไปดูหน้าผัวใหม่แม่เอ็งล่ะสิ มันพากันเข้าบ้านแล้วนี่!"
คำพูดของเพื่อนบ้านทำให้เท้าเล็กหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองคนพูดแทบจะทันที
"ป้าว่าอะไรนะจ๊ะ!"
"ก็ว่าเอ็งรีบไปดูหน้าผัวใหม่แม่เอ็งน่ะสิ ตอนนี้ไอ้บอลที่แม่เอ็งติดพันน่ะย้ายมาอยู่บ้านเอ็งแล้ว ว่าแต่เอ็งมาก็ดีละป้าจะถามสักหน่อยว่าแม่เอ็งน่ะรวยอะไรมา หนอย...ออกรถให้ไอ้บอลผัวเด็กเพื่อจ้างให้มันมาอยู่ด้วย แม่เอ็งนี่มันสุดๆเลยว่ะไอ้น้ำ"
"ออก...ออกรถเหรอจ๊ะ"
ใบหน้าของนิศาชลถอดสีเพราะรู้แก่ใจดีว่ามารดาเอาเงินที่ไหนไปใช้ฟุ่มเฟือยแบบนั้น
"เออ...ออกรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่พากันขี่เข้าขี่ออกในซอย แม่เอ็งนี่กอดเอวผัวเด็กแน่นทำอย่างกับเด็กสาวๆ"
เด็กสาวหันหลังแล้ววิ่งกลับไปที่บ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเสียงโวยวายที่ดังไล่หลังมา
"น้ำ! ยังไม่ได้บอกป้าเลยว่าแม่เอ็งไปรวยอะไรมา!"
ทันทีที่เด็กสาววิ่งมาถึงหน้าบ้านสังกะสีหลังเก่าโทรมของมารดา เธอก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์คันใหม่จอดอยู่ เธอจึงไม่รอช้ารีบก้าวเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว และภาพที่เธอเห็นก็คือภาพมารดาที่นั่งแอบอิงอยู่กับสามีเด็ก ซึ่งทั้งคู่กำลังดูทีวีเครื่องใหม่ที่ใหญ่กว่าเครื่องเดิม
"แม่..."
เมื่อรู้ว่ามารดาใช้เงินที่ได้มาไปไม่น้อยเด็กสาวจึงครางเรียกเสียงแผ่วคล้ายกำลังหมดแรง
"มาพอดีเลยอีน้ำกูก็ว่าอยู่ว่ามึงไปแล้วทำไมไม่เก็บของไปด้วย! แต่มึงไม่ต้องเสียเวลาเก็บหรอกเพราะกูเก็บไว้ให้แล้ว"
นางมาลาบอกลูกแล้วลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าใบเล็กรวมทั้งอุปกรณ์การเรียนมาโยนลงที่พื้น โดยไม่สนใจว่าในขณะนี้ลูกสาวมีสีหน้าเช่นไร
"แม่...แม่จะให้น้ำไปอยู่กับเขาได้ยังไงถ้าน้ำไปแล้วใครจะดูแลแม่ล่ะจ๊ะ"
เด็กสาวพยายามหยิบยกเอาเหตุผลขึ้นมาเป็นข้ออ้างไม่ให้มารดาผลักไส แต่ดูเหมือนนางมาลาจะไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
"มึงไม่ต้องห่วงกูหรอกน่ะ ตอนนี้บอลเขาย้ายมาอยู่กับกูละเดี๋ยวเขาก็ดูแลกูเองนั่นแหละ"
นิศาชลน้ำตาซึมแล้วเหลือบมองชายหนุ่มที่มีสัมพันธ์ชู้สาวกับมารดามาหลายเดือน เธอรับรู้มาตลอดแต่ไม่ว่าจะบอกเตือนอย่างไรมารดาก็ไม่ฟัง ซ้ำยังทำงานหาเงินไปปรนเปรอผู้ชายที่ทำตัวเป็นแมงดาปีกทอง แตกต่างจากลูกอย่างเธอที่มารดากลับจิกใช้ราวกับเป็นข้าทาส
"แต่เขาเป็นคนอื่นนะแม่เขาจะมาดูแลแม่ดีเท่าน้ำได้ยังไง"
"อีนี่นิ! บอลไม่ใช่คนอื่นแต่เขาเป็นผัวกู! มึงไม่ต้องพูดมากหยิบกระเป๋าแล้วไสหัวไปซะ!"
เด็กสาวมองมารดาผ่านม่านน้ำตาก่อนที่จะเอ่ยถามเสียงเครือ
"แม่ไม่ห่วงน้ำบ้างเลยเหรอ...แม่ก็รู้ว่าศิวาเป็นผู้ชายอาของเขาก็เป็นผู้ชาย ถึงศิวาจะเป็นเพื่อนน้ำแต่แม่ไม่นึกกังวลสักนิดเลยเหรอ"
นางมาลาทำสีหน้าหงุดหงิดทันทีที่ลูกสาวเอ่ยถาม ใบหน้านองน้ำตาของลูกไม่ได้ทำให้คนเป็นแม่สงสารแต่อย่างใด
"กังวลอะไรของมึงฮะอีน้ำ...แล้วมึงจะให้กูห่วงกูหวงมึงไปเพื่ออะไร มึงเป็นผู้หญิงสักวันก็ต้องมีผัว มึงไปแบบนี้ถึงจะไม่ตบแต่งแต่กูก็ได้เงินเหนาะๆ ดีกว่าให้มึงลอยไปลอยมาแล้วได้ผัวเป็นเด็กสลัมแถวนี้เป็นไหนๆ"
น้ำตาของเด็กสาวไหลพรากเมื่อมารดาพูดอย่างไร้เยื่อใย แต่ถึงแม้มารดาจะแสดงออกชัดว่าไม่ต้องการเธอ เด็กสาวก็ยังคงอ้อนวอนไม่ลดละ
"แม่จ๋า...น้ำอยากอยู่กับแม่นะ แม่เหลือเงินเท่าไหร่เอามาให้น้ำเถอะน้ำจะเอาไปคืนเขา"
"มึงอย่ามาพูดไม่รู้เรื่องนะอีน้ำ! กูไม่โง่ถึงขนาดจะเอาเงินไปคืนเขาหรอกนะ ไหนมึงเคยบอกไงว่าจะกตัญญูจะเลี้ยงดูกูน่ะ!"
"น้ำยังยืนยันคำเดิมจ้ะแม่ แม่เอาเงินที่เหลือไปคืนเขาซะแล้วน้ำจะอยู่ทำงานเลี้ยงแม่เอง"
"กูไม่คืน! ถ้ามึงอยากให้กูสุขสบายมีเงินใช้มึงก็ไปอยู่กับเขาซะ! แต่ถ้ามึงไม่ไปกูจะถือว่ามึงอกตัญญูมึงอยากให้กูลำบาก!"
"แม่จ๋า...น้ำอยากทำงานเลี้ยงดูแม่เองน้ำไม่อยากให้แม่ใช้เงินของคนอื่น"
"ถุย! ทำงานเหรอ! เรียนไม่จบม.ปลายอย่างมึงจะทำงานอะไรมาเลี้ยงกูให้สุขสบายได้ หรือว่ามึงจะขายตัวล่ะจะได้เงินมากๆหน่อย!"
"แม่!...ฮึก..."
เด็กสาวยืนสะอื้นเพราะเจ็บปวดเหลือเกินกับคำพูดของมารดา หัวใจดวงน้อยๆของนิศาชลบอบช้ำเพราะคำพูดที่ไร้รักของมารดา
"มึงไปซะอีน้ำถ้ามึงยังอยากเรียกกูว่าแม่!"
นางมาลายื่นคำขาดที่ทำให้เด็กสาวไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาอีก นิศาชลมองมารดาด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ก่อนจะค่อยๆก้มหยิบสัมภาระที่พื้นขึ้นมาถือเอาไว้
"น้ำไปก็ได้...ฮึก...แต่แม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะจ๊ะ"
"เออ!"
ร่างเล็กเดินกอดกระเป๋าออกจากบ้านทั้งน้ำตา เธอพยายามที่จะเดินก้มหน้าเพราะไม่อยากทักทายใคร แต่พอเดินออกจากซอยสายฝนก็โปรยปรายลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ถึงแม้ตัวจะเปียกปอนแต่สองเท้าเล็กๆก็ยังคงก้าวต่อไปบนถนนคอนกรีต ในใจนึกละอายที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับแดนเทพ เพราะตอนที่ออกมาเธอบอกไว้ว่าจะเอาเงินไปคืนเขา แต่เธอก็ทำไม่ได้และยังต้องกลับไปอาศัยชายคาบ้านเขา คราวนี้เธอคงจะต้องถูกเขามองด้วยสายตาดูแคลนไปตลอด เพราะดูจากท่าทางของเขาก็ไม่ได้ยินดีที่จะให้เธอพึ่งใบบุญ เพียงแต่ขัดศิวาหลานชายของเขาไม่ได้ก็เท่านั้น
นิศาชลถูกพาเข้ามาที่ห้องรับแขกห้องเดิมในสภาพที่เปียกปอน แดนเทพกวาดตามองเด็กสาวที่นั่งตัวสั่นด้วยแววตาเฉยเมย ทั้งๆที่รู้ว่าเธอกำลังหนาวเหน็บแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนแต่อย่างใด
"ไหนล่ะเงินของฉัน"
"หนู...ไม่ได้เอาเงินมาคืนคุณค่ะ แต่หนูจะมาอยู่ที่นี่ตามที่คุณตกลงกับแม่ไว้"
"หึ..."
แดนเทพทำเสียงขึ้นจมูกคล้ายกับกำลังดูแคลนจนเธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา เด็กสาวรู้ดีว่าเขาถามเพราะอยากตอกย้ำให้เธออับอายเท่านั้น เพราะเขาน่าจะรู้ตั้งแต่เห็นสัมภาระของเธอแล้วว่าเธอไม่ได้เงินมาคืนเขา
"งั้นเหรอ...งั้นฉันขอพูดคุยทำความรู้จักกับเธอหน่อยก็แล้วกัน"
"ค่ะ"
ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆในขณะที่นิศาชลพยายามขบริมฝีปากที่เริ่มสั่นเอาไว้อย่างอดทน อากาศภายในห้องรับแขกเย็นสบายเพราะเครื่องปรับอากาศ แต่สำหรับคนที่เดินฝ่าฝนมามันรู้สึกหนาวเสียจนปวดร้าวในกระดูก
"เธอเป็นใคร มาจากไหน พ่อแม่เธอชื่ออะไร ทำงานอะไร...เล่ามาให้หมดตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้"
"หนู...ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีค่ะ อะ...เอาเป็นว่า...คุณอาอยากรู้อะไรก็ถามหนูมาได้เลยค่ะ"
เสียงใสขาดเป็นห้วงๆและเริ่มอู้อี้เพราะอาการคัดจมูก โดยที่แดนเทพก็รู้เต็มอกว่าเด็กสาวตรงหน้ากำลังถูกความหนาวเย็นทรมาน แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจหรือห่วงใยเลยแม้แต่น้อย
"น้ำมาแล้วเหรอ!"
ศิวาเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนสาว แต่ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้และเห็นว่านิศาชลตัวเปียกปอนก็ชักสีหน้าใส่คนเป็นอาทันที
"น้ำทำไมตัวเปียกแบบนี้ล่ะ"
"เพื่อนแกเดินตากฝนมาน่ะ"
"แล้วทำไมน้ำถึงมานั่งตรงนี้ล่ะครับ"
"อากำลังสอบถามประวัติเพื่อนแกอยู่"
"อะไรกันครับ...คุณอาก็เห็นว่าน้ำตัวเปียกจะให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไม่ได้หรือไง!"
ศิวาพูดพลางถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองคลุมให้เพื่อนด้วยความห่วงใย
"ถ้าอย่างนั้นแกก็พาเพื่อนแกไปห้องพัก เสร็จแล้วแกมาหาฉันที่นี่"
"ไปเถอะน้ำ"
นิศาชลถูกประคองให้ลุกยืนแต่ความหนาวบวกกับนั่งทับขาตัวเองเป็นเวลานาน ร่างบางจึงซวนเซเพราะเหน็บชา
"อุ้ย!"
"เป็นไรมั้ย!"
ศิวาประคองเพื่อนแล้วเอ่ยถามเด็กสาวจึงส่ายหน้าแทนคำตอบ
"แกคงจะเหน็บกินล่ะสิ ไป...ฉันจะช่วยประคอง"
แดนเทพมองหลานชายที่ประคับประคองร่างเล็กของนิศาชลด้วยความไม่ชอบใจ เพราะในใจเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาเห็นคือการแสดง นิศาชลไม่ได้เป็นอะไรแต่เธอแสร้งทำอ่อนแอเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลานชายเขาเท่านั้น
ศิวาลงมาพบแดนเทพตามคำสั่งหลังจากส่งนิศาชลเข้าห้องพักที่ถูกเตรียมไว้ให้เธอ และคำถามแรกที่แดนเทพเอ่ยถามหลานชายก็ทำให้ศิวาทำหน้าเบื่อหน่ายในทันที
"ถามจริงเถอะศิวาแกคิดยังไงถึงไปคบค้ากับคนพวกนี้ ฉันคิดผิดจริงๆที่ตามใจให้แกเรียนโรงเรียนเทศบาลธรรมดาๆ แทนที่จะส่งแกเข้าเรียนนานาชาติที่มีแต่คนในวงสังคมเดียวกับเรา"
"คนพวกนี้น่ะคนพวกไหนครับ"
"ก็คนแบบแม่ของเด็กน้ำนั่นไง คนเห็นแก่ได้เห็นแก่เงินจนดูน่ารังเกียจ"
"นั่นน้ามาลาครับไม่ใช่น้ำ"
"แต่เขาเป็นแม่ลูกกันนะศิวาจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงมันไม่มีทางเป็นไปได้"
"แตกต่างครับ ผมคบกับน้ำมาปีนี้ปีที่หกน้ำไม่มีนิสัยเห็นแก่ได้เหมือนน้ามาลาแน่นอนครับ"
ศิวายังคงยืนยันเพราะเขาคบหาเป็นเพื่อนรักกับนิศาชลมานานปี แต่แดนเทพก็ยังคงเชื่อความรู้สึกและความคิดของตัวเอง
"เพราะแกยังเด็กศิวา แกถึงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมมารยาของพวกผู้หญิงที่ทะเยอทะยาน"
"ผมยืนยันครับว่าน้ำไม่มีนิสัยแย่ๆเหมือนแม่ของเธอ เพราะน้ำถูกเลี้ยงดูโดยย่าของเขา แล้วเพิ่งย้ายมาอยู่กับน้ามาลายังไม่ถึงปีเลย"
คิ้วเข้มของแดนเทพย่นเข้าหากันก่อนจะเอ่ยถามรายละเอียด
"แล้วทำไมถึงได้แยกอยู่กับแม่เขาล่ะ"
"พ่อกับแม่น้ำเลิกกันครับแต่พ่อของน้ำค่อนข้างมีฐานะที่ดีกว่าน้ามาลา เลยเลี้ยงน้ำเองแล้วปล่อยน้ามาลาไปคนเดียว ตอนม.2พ่อน้ำตายแต่ย่าก็ยังเลี้ยงดูน้ำต่อ แต่น้ำรักแม่มากครับและก็อยากอยู่กับแม่มาตลอด พอย่าตายไปอีกคนเมื่อไม่นานมานี้เลยได้มาอยู่กับแม่สมใจ แต่น้ามาลาก็ไม่ได้ต้อนรับลูกหรอกนะครับ แต่ที่ยอมให้น้ำมาอยู่ด้วยก็เพราะน้ำมีสมบัติที่พ่อกับย่าทิ้งไว้ให้บ้าง แต่พอสมบัตินั้นหมดน้ามาลาก็ให้น้ำออกจากโรงเรียนไปทำงานหาเงิน"
แดนเทพอึ้งไปเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แสนจะรันทดของเด็กสาว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เชื่อหมดใจว่านิศาชลจะใสซื่ออย่างที่ศิวาพยายามบอก
"แม่ที่ไหนกันจะเลวร้ายได้ถึงขนาดนั้น แต่เอาเถอะถึงยังไงแกก็ต้องระวังตัวให้ดี จะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบไม่ใช่เขาอ้อนขออะไรก็ให้เขาซะหมด"
"แต่ตั้งแต่รู้จักกันมาน้ำไม่เคยขออะไรจากผมเลยนะครับ"
"ฉันพูดเผื่อเอาไว้ แล้วอีกอย่าง..."
"อะไรครับ"
"ถ้าแกจะเกินเลยกันก็ต้องหัดป้องกันเข้าใจมั้ย เพราะฉันยังไม่ต้องการมีหลาน"
แดนเทพพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ชายหนุ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมากเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่
"โอ้ย...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยครับเพราะจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน"
ศิวาบอกปัดเพราะเขาและนิศาชลไม่เคยคิดเกินเลยกันมากกว่าเพื่อน แต่เพราะศิวาไม่ได้อธิบายให้กระจ่างแดนเทพจึงเข้าใจไปว่า คำว่าจะไม่เกิดขึ้นของศิวาหมายถึงเหลนตัวน้อยๆ หาใช่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของหลานชายและเด็กสาว
"ก็ดี! เพราะฉันไม่ต้องการทายาทตระการกุลที่เกิดจากผู้หญิงที่มีแม่กระหายเงินอย่างนั้น!"
เขากระแทกเสียงแล้วลุกขึ้นจากโซฟาโดยไม่สนใจสีหน้างุนงงของศิวาแม้แต่น้อย
"นี่คุณอาพูดอะไรครับเนี่ย! ก็ผมบอกแล้วไง..."
คำพูดของเด็กหนุ่มต้องหยุดลงทั้งๆที่ยังพูดไม่ทันจบ เพราะแดนเทพเดินออกไปจากห้องรับแขกเสียดื้อๆ
นิศาชลนั่งน้ำตาซึมอยู่บนเตียงนุ่ม ความหรูหราสะดวกสบายที่เธอได้รับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกยินดี เพราะใจของเธอยังห่วงกังวลถึงแต่มารดา
นางมาลาแม่ของเธอเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยจัด ส่วนบิดาก็เป็นชายหนุ่มรูปงามทั้งสองจึงถูกตาต้องใจกัน แต่เมื่อได้แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนนิศาชลเริ่มจำความได้ ทั้งสองก็ได้แยกทางกันโดยที่นิศาชลอยู่ในความดูแลของบิดา ตั้งแต่เล็กจนโตเธอจึงร่ำร้องหาแต่มารดาเพราะยังจำภาพรอยยิ้มอบอุ่นของมารดาได้
แต่เมื่อเธอเจอมารดาอีกครั้งตอนที่เริ่มโตและนั่งรถไปไหนได้ด้วยตัวเอง มารดาของเธอกลับไม่ใช่คนเก่าอีกแล้ว เพราะนางมาลากลับกลายเป็นคนหยาบคายและเห็นแก่ตัว แต่นิศาชลกลับไม่นึกรังเกียจซ้ำยังสงสาร เพราะคิดว่าการที่มารดาเปลี่ยนไปเป็นเพราะถูกเคี่ยวกรำด้วยความยากลำบาก
ก๊อก'ก๊อก'ก๊อก
เสียงประตูห้องที่ถูกเคาะเบาๆดึงสติของเด็กสาวให้กลับมา ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปเปิดประตูและพบศิวายืนยิ้มอยู่
"แกทำอะไรอยู่ให้ฉันเข้าห้องแกได้ปะ"
"ไม่ต้อง! มีอะไรก็พูดมาตรงนี้"
"แหม...อย่ามาทำงอนไปหน่อยเลยน่ะ!"
เด็กหนุ่มบอกแล้วเดินเข้าห้องเพื่อนหน้าตาเฉย โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่คมของแดนเทพจ้องมองอยู่
"ออกไปเลยฉันจะนอนแล้ว"
"ฉันออกแน่แต่ต้องคุยกับแกให้รู้เรื่องก่อน"
ศิวาบอกแล้วขึ้นไปนอนกลิ้งบนเตียงนุ่มโดยไม่ใส่ใจใบหน้าบูดบึ้งของเพื่อน
"จะคุยอะไรก็ว่ามา"
"แกจะงอนฉันทำไมวะไอ้น้ำ"
"ก็สิ่งที่ศิวาทำมันไม่ดีอ่ะ"
"ไม่ดีตรงไหนแกได้เรียนหนังสือ แม่แกได้เงินใช้ฉันก็ได้ความสบายใจ"
"มันคิดง่ายๆแบบนั้นไม่ได้นะศิวา น้ำรู้ว่าศิวารวยแต่อาแดนเทพเขาต้องมาเสียเงินให้กับเรื่องไม่ใช่เรื่อง แล้วอีกอย่างน้ำก็ไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่ น้ำอยากอยู่กับแม่ศิวาเข้าใจมั้ย"
"แต่ถ้าแกอยู่กับแม่แกก็ไม่ได้เรียนนะน้ำ คนที่มีความฝันมีความตั้งใจอย่างแกควรได้รับโอกาส ถึงแม้เราจะเป็นแค่เพื่อนกันแต่ฉันก็รักแก ฉันอยากให้แกมีอนาคตที่ดีและฉันก็คิดว่าเงินที่เสียให้แม่แกไป มันคุ้มค่ามากถ้ามันจะทำให้แกได้เรียนและเดินตามฝันการเป็นครูของแก"
นิศาชลน้ำตาซึมเพราะซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อน เพราะน้อยครั้งนักที่ศิวาจะพูดอะไรที่ฟังดูลึกซึ้งเช่นนี้
"แต่น้ำ..."
"เชื่อฉันสักครั้งน้ำ...ถ้าแกรักน้ามาลาจริงแกอยากให้เขาสุขสบาย แกเรียนให้จบแล้วเลี้ยงดูเขาให้ดี เพราะถ้าตอนนี้แกออกจากโรงเรียนอาชีพรับจ้างหรือสาวโรงงานที่รอแกอยู่ ก็คงจะไม่พอที่จะเลี้ยงแม่แกให้สุขสบายได้"
"แต่น้ำเกรงใจอาแดนเขา น้ำไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแต่เขาต้องมาเสียเงิน"
"เรื่องนั้นแกไม่ต้องห่วงหรอกฉันจะให้อาแดนหักเงินในส่วนของฉัน เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับแกเอาไว้แกเรียนจบทำงานได้ก็ทยอยคืนดีมั้ย"
คำพูดของเพื่อนทำให้นิศาชลคล้อยตามแล้วยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง ก่อนจะตัดสินใจทำตามที่เพื่อนบอกนั่นคือการเดินหน้าต่อไป
"อืม...เอาแบบนั้นก็ได้ น้ำจะใช้โอกาสที่ให้มาอย่างคุ้มค่านะศิวา ขอบคุณมากนะ"
"แหม...พูดแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย"
"จ้า...แต่น้ำขอบคุณศิวาจริงๆนะที่ช่วยเหลือน้ำมาตลอดเลย"
"อืม...ก็ฉันเสียดายอ่ะ อีกแค่ไม่ถึงสองเดือนก็จะจบม.หกอยู่แล้วจะหยุดเรียนไปตอนนี้เสียดายแย่ แล้วจบม.หกฉันก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอก แกเองก็เตรียมตัวล่ะไปเรียนด้วยกันที่โน่น"
"ฮะ! ไปเรียนเมืองนอกเหรอ"
"ใช่...อาแดนบังคับให้ฉันไปน่ะฉันเลยจะเอาแกไปด้วย"
"โอย...ไม่เอาหรอกศิวา ถ้าน้ำตามศิวาไปเรียนที่เมืองนอกค่าใช้จ่ายก็ต้องมากเลยนะ ถึงน้ำจะเรียนจบและได้เป็นครูอย่างที่หวัง เงินเดือนของน้ำคงไม่พอที่จะชดใช้ค่าเล่าเรียนคืนให้ศิวาหรอก"
"แกจะคิดมากอะไรวะน้ำฉันส่งแกเรียนเฉยๆก็ได้ไม่ต้องมาคืนเงินฉัน"
ใบหน้าหวานของนิศาชลแสดงความไม่สบายใจออกมาพร้อมพูดปฏิเสธเพื่อนด้วยเหตุผล
"น้ำไม่เอาเปรียบศิวาแบบนั้นหรอก ถึงศิวาจะมีเงินมากแค่ไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง หากศิวาจะมาเสียเงินเสียทองให้น้ำฟรีๆ"
"แต่ถ้าแกจะเรียนที่นี่ฉันอยากให้แกอยู่บ้านฉันนะน้ำ แกรู้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร"
ศิวาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึงเหตุผลที่อยากให้เพื่อนสาวอาศัยอยู่ที่บ้าน แต่นิศาชลก็รู้ดีว่าศิวากลัวปัญหาเรื่องมารดาของเธอ
"น้ำรู้ว่าศิวากลัวว่าถ้าน้ำกลับไปอยู่บ้านแม่จะบังคับไม่ให้น้ำเรียนอีก แต่ถ้าศิวาไม่อยู่น้ำก็คงจะอึดอัดแย่ที่ต้องอยู่กับอาแดน"
"แกคิดมากไปน้ำถึงอาแดนจะหน้าดุแต่จริงๆแล้วเขาใจดีมากนะ อาแดนน่ะเต็มใจให้แกอยู่ที่นี่เชื่อสิฉันคุยกับเขาแล้ว"
"แต่น้ำ..."
"ไม่มีแต่หรอกน้ำ...เอาแบบนี้...ตอนฉันย้ายไปเมืองนอกแกก็ลองอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก หากว่าแกอึดอัดอยู่กับอาแดนไม่ได้จริงๆค่อยว่ากันอีกที"
"ก็ได้...แต่ถ้าถึงเวลานั้นน้ำบอกว่าไม่ไหวก็คือไม่ไหวนะ แต่ถ้าไม่ไหวน้ำก็จะยังไม่กลับไปอยู่กับแม่ แต่น้ำจะไปอยู่หอหาทำงานพิเศษเอา"
"เออดี...คิดแบบนั้นก็ดีไปเลยเพราะถ้าแกไปอยู่กับน้ามาลาฉันกลัวแกจะไปไม่ถึงฝัน"
เด็กสาวยิ้มอ่อนให้กับคำพูดของเพื่อนโดยที่ไม่พูดอะไรต่อ เพราะไม่ว่าใครจะมองมารดาของเธอว่าเลวร้ายยังไงเธอก็ยังรักและเทิดทูนมารดาเสมอ