ภูมินทร์ที่กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความจากเลขาคนสนิทของพ่อที่ส่งเข้ามาเมื่อช่วงเช้ามืด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกรอกไปมา เมื่อเห็นเวลาที่ได้รับข้อความเสียง หลังจากโทร.มาแล้วเขาไม่ได้รับสาย
ส่งมาตอนตีสามห้าสิบ
คนของพ่อแม่งทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือไงวะ!
“คุณภูมิคะ คุณท่านฝากเรียนแจ้งว่าผลจากการตรวจสอบครั้งแรกยังไม่สมบูรณ์ค่ะ และท่านก็ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้น...เข้ามาพักที่บ้านของคุณภูมิตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อลดความเครียดและทำให้เปอร์เซ็นการตั้งครรภ์สูงขึ้นด้วยค่ะ และดิฉันได้สอบถามไปกับทางนั้นแล้ว เห็นว่าสามวันค่ะที่คุณเขาสามารถเข้าไปพักที่บ้านของคุณภูมิได้”
จบข้อความเสียงนั้นแล้ว ภูมินทร์รู้สึกถึงความคาดหวังและแรงกดดันจากคนเป็นพ่อที่ถาโถมเข้าหาเขา พร้อมกับนึกทบทวนว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ที่เขาปล่อยน้ำเชื้อให้กับผู้หญิงคนนั้น นึกได้ว่าผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และมันชัดเจนว่าพ่อของเขาต้องการให้เขา ‘ทำเรื่องเวรระยำนั่นอีก’ ทำมันต่อไป เพื่อจะได้มีสายเลือดของเขาออกมาให้ท่าน
สีหน้าของภูมินทร์ออกสีดำมืดตามแรงอารมณ์ โทรศัพท์ในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ดวงตาปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน สิ่งที่เขากำลังทำ ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับเป็นการเล่นเกมที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ และไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอยู่ตรงไหน แน่นอนว่าภูมินทร์อยากต่อต้าน แต่ก็รู้ดีว่าไม่สามารถทำได้
“ต้องทำเรื่องระยำนั่นอีก...” ภูมินทร์พึมพำกับตัวเอง ขณะที่หันไปมองภาพครอบครัวที่แขวนบนผนัง โทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายเรียกเข้าจากพ่อ
เขากดรับสายแล้วรอฟังอย่างตั้งใจ ปลายสายมีเสียงกุก ๆ กัก ๆ ก่อนที่เสียงแหบห้าวแบบเดียวกันจะดังผ่านลำโพงคุณภาพล้ำเข้ามากระทบหูของเขา
“ภูมิ พ่อคุยกับครอบครัวของหนูญาเขาแล้ว พวกนั้นคิดว่าเราควรให้แม่หนูนั่นไปพักที่บ้านของลูก น่าจะเป็นช่วงไข่ตก ลูกคิดว่าไง เห็นด้วยไหม” พ่อพูดเหมือนขอความเห็นจากเขา แต่มันมีเนื้อเสียงสั่งการมาด้วยในนั้นแล้วนี่ จะมาขอความคิดเห็นอะไรกันอีก
ภูมินทร์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขารู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอยู่ดี และไม่สามารถหลีกหนีความคาดหวังนี้ไปได้
"ครับ พ่อ" เขาตอบรับเสียงเรียบ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง
หลังงานแต่งแบบเรียบง่ายสิริญากลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง เธอกินและนอนในบ้านที่เป็นของแม่ ไม่ได้ไปอาศัยพักที่เรือนหอเหมือนคู่แต่งงานคนอื่น นี่ก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว และอาทิตย์ก่อนผลตรวจร่างกายของเธอก็ออกมาแล้ว และเธอยังไม่ท้อง
สิริญาคิดกังวลเรื่องนี้อยู่พอสมควร พร้อมกับถอนใจเฮือก ค่อยเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อจัดการธุระส่วนตัว
เรื่องที่เธอไม่ท้อง ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
เธอก็ได้รับข้อความจากแม่ทันที
"สิริญา...ทางนั้นเขาคอนเฟิร์มแล้วนะเรื่องที่จะให้ลูกไปพักที่บ้านของคุณภูมิ"
เธออ่านข้อความนั้นจนจบแล้ว พลันหัวใจของสิริญาสะดุ้งเฮือก ด้วยความรู้สึกกดดันและอึดอัด สิริญาไม่เคยได้รับความสนิทสนมจากแม่
แม่ของเธอมีลูกหลายคน มีเธอเป็นลูกที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันพูดลับหลังว่าหาพ่อไม่ได้ ท่านเป็นคนทำงานที่ชอบปล่อยกายใจไหลไปกับผู้ชายที่พึงพอใจ และเธอก็คือผลพวงจากความผิดพลาดของท่าน
สิริญารู้ว่าแม่อยากเข้าไปเป็นทองแผ่นเดียวกับอดีตรัฐมนตรีคนนั้น และท่านก็คิดเองทุกอย่างถึงแผนการสานสัมพันธ์ โดยไม่ได้ถามความเห็นของเธอเลย ทุกอย่างถูกตัดสินโดยตัวแม่หมดทุกเรื่อง และมีเธอเป็นเพียงตัวประกอบในแผนการทั้งหมดนั่นก็เท่านั้น
“อีกสองคืน...” สิริญาพึมพำกับตัวเอง เธอไปทำเรื่องนั้นอีกครั้ง ขณะที่นั่งลงบนโซฟาและกุมโทรศัพท์แน่น ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ “แล้วถ้าไม่ติดอีก ก็ต้องนอนด้วยกันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เลยหรือ และทำไมมันจะต้องเป็นเราด้วย…” เธอถอนหายใจยาวๆ และเอนหลังไปพิงโซฟา
พี่สาวของสิริญาเดินเข้ามาเห็นเธอนั่งนิ่งๆ และยิ้มขำๆ "ไงจ๊ะน้องสาว ได้ยินว่ายังไม่ท้องหรือ"
เธอเอียงหน้าไปพยักตอบพี่สาว
“แผนเราหรือเปล่าน่ะญา ไม่ใช่ว่าเห็นสามีของตัวหล่อแมนแฮนซัม ก็เลยอยากนอนกับคุณภูมิอีกล่ะสิ” นรารัตน์พูดยั่วเธอ แต่สิริญายิ้มไม่ออก ใครกันจะอยากไปนอนกับคนที่ไม่ได้รัก แถมเขายังไม่เป็นมิตร แววตาก็เหยียดและดูถูกเธอออกขนาดนั้น นึกรักไม่ลงเลย
“ที่จริงแล้ว เรื่องแบบนี้มันมีท่าของมันด้วยนะที่จะทำให้ติดหรือไม่ติดลูกน่ะ”
สิริญาหันไปมองพี่สาวอย่างตั้งใจ พอเห็นแววตาเต้นระริกแบบคนกลั้นขำก็รู้แล้วว่าตัวเองถูกพี่หลอก
“ไม่เอาน่า อย่าเครียดสิ” นรารัตน์ปลอบปนขำ “เดี๋ยวไม่ติดลูกนะเว้ย”
ยิ่งปลอบกลับกลายเป็นยิ่งทำให้คนฟังเครียดยิ่งเดิม
“แล้วทำไมเขาไม่ทำพวก IVF หรือ IUI ไม่ก็ ICSI วะ เงินก็มี”
“นั่นสิ” สิริญาพูดพึมพำพร้อมกับถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เรื่องนี้เธอเองก็สงสัย แล้วก็ไม่กล้าถามกับแม่ กลัวว่าแม่จะไม่พอใจ แม่สั่งว่าต้องแต่งงานและต้องมีลูกของภูมินทร์ให้ได้ เธอที่อยากให้แม่ยอมรับ จึงก้มหน้ารับคำสั่งจากแม่เท่านั้น
แล้วลอบมองไปยังนรารัตน์ นึกอิจฉาปนน้อยใจ ที่แม่ไม่เคยบังคับอะไรพี่สาวคนนี้เลย ออกจะตามใจไปเสียทุกอย่าง แล้วรีบเก็บความรู้สึกพวกนั้นเข้าไว้กับตัวเมื่อนรารัตน์หันหน้ามาชวนคุยเรื่องของคนในบ้าน