“พี่ไม่กินเหรอ?” คนตัวเล็กทานจนเกือบจะหมด เธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกคนยังไม่ได้ทานเลยแม้แต่น้อย
“พึ่งชวน กินจนจะหมดเนี่ยนะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วพูดติดตลก ก่อนจะก้มหน้าดูมือถือ เขาไม่ชอบขนมหวาน แค่เห็นคนตรงหน้าทานอย่างมีความสุขก็พอแล้ว
“แฮร่! เอาไหม เดี๋ยวพิมสั่งให้ใหม่”
“ไม่ละ รีบกินเลยประกันพี่มาถึงแล้ว” คณิตพูดบอกกับเธอ
“อืม” พิมพยักหน้าหงึกๆ เนื่องจากเธอพึ่งยัดขนมใส่เต็มปากเต็มคำ
คนตัวเล็กยังกินมูมมามเหมือนเด็กน้อย ไม่ห่วงสวยเหมือนเดิม คณิตได้แต่ส่ายหัวให้กับเธอเบาๆ
หลังจากที่หญิงสาวทานเสร็จ ทั้งสองคนก็ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประกันภัยเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ ไม่นานก็จบลงด้วยดี รถของทั้งสองคนถูกนำส่งศูนย์ซ่อมทันที
“อ่ะ นี่เสื้อพี่ค่ะ” พิมยื่นเสื้อช็อปวิศวะคืนให้กับชายหนุ่ม
“กลับไง?”
“เรียกรถกลับค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง” คณิตพูดบอกกับเธอ เพราะเขาได้โทรบอกให้คนขับรถที่บ้านมารับแล้ว
@บ้านของพิม
รถสปอร์ตคันหรูขับเข้ามาจอดในบ้านของคนตัวเล็ก เธอหันไปพูดขอบคุณอีกฝ่าย ก่อนที่จะเปิดประตูก้าวเท้าเดินลงจากรถ ไม่นานชายหนุ่มก็เดินตามลงมา
“เดี๋ยว!” คณิตเอ่ยเรียกหญิงสาว จึงทำให้เธอหยุดชะงักฝีเท้าทันที
“ค่ะ?” พิมหันหลังกลับไปมองอักฝ่ายพร้อมกับเลิกคิ้วสวยขึ้น
“มือถือ” ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือให้กับคนตัวเล็ก เพราะเธอดันทำตกไว้บนเบาะในรถของเขา
“ขอบคุณค่ะ”
“ขี้ลืมอีกแล้วลูกคนนี้” ขวัญใจ เอ่ยขึ้น เมื่อเดินออกมาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนพอดี
“น้าขวัญ สวัสดีครับ” คณิตยกมือไหว้อีกฝ่ายทันที
“สวัสดีจ้ะลูก เป็นไงมาไงละเนี่ย! ทำไมถึงมาด้วยกันได้” ขวัญใจเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองลูกสาวตัวเองกับคณิตลูกชายของเพื่อนสนิทสลับกันไปมาด้วยความสงสัย
“ผมขับรถชนท้ายรถน้องครับ ก็เลยอาสามาส่ง” คณิตตอบกลับออกไป
“จริงเหรอ? ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก ดีนะที่ไม่เป็นอะไรกัน” ขวัญใจเดินมาลูบผมของพิมเบาๆ
“ขอโทษด้วยนะครับ” เมื่อเห็นผู้เป็นแม่รู้สึกกังวลใจ คณิตจึงรู้สึกผิดที่ทำลงไป
“ไม่เป็นไรลูก มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดเราเลย อีกอย่างน้องพึ่งกลับจากอังกฤษเมื่อไม่กี่วันนี่เอง อาจจะยังไม่คุ้นชินกับเส้นทางเมืองไทยสักเท่าไหร่” ขวัญใจเอ่ยขึ้น
“ครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“จ๊ะ ไว้เจอกันนะ” สิ้นเสียงของขวัญใจ คณิตก็โค้งศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นรถออกไป
“ป่ะ!เข้าบ้านกัน คุณพ่อรอคุยกับลูกอยู่” ขวัญใจขยับเข้ามาโอบเอวคนตัวเล็กก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่
ก๊อก! ก๊อก!
พิมเคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดออกกว้างเพื่อเดินเข้าไปยังห้องทำงานของ ฐานิน คุณพ่อของเธอทันที
“กลับมาแล้วเหรอตัวแสบ” ฐานินละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เงยขึ้นไปมองยังลูกสาวสุดที่รัก ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยาของตัวเอง
“พ่ออ๊าา ตัวแสบอีกแล้ว ตอนนี้พิมไม่แสบเหมือนตอนเด็กๆ แล้วนะ” พิมทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ฐานินมักจะเรียกเธอว่าตัวแสบทุกครั้งไป
วีรกรรมตอนเด็กของเธอในวัยแปดปี คนตัวเล็กดันไปจับตรงกลางกายของลูกชายเพื่อนแม่ ทว่าตอนนั้นเธอเด็กมาก เด็กจนไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก พอเธอโตขึ้นฐานินก็เล่าให้ฟัง เธอยังรู้สึกเขินอายมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงจะจำสัมผัสในตอนนั้นไม่ได้ก็เถอะ
“ฮ่าๆ นี่เอกสารสมัครเรียนมหาลัยเควสตัน ลูกอยากเข้าเรียนคณะอะไร” ฐานินยื่นเอกสารการสมัครเรียนให้กับลูกสาวสุดที่รักของเขา
“พิมอยากเรียนนิเทศค่ะ” เธอตอบกลับออกไป
“อยากเรียนอะไรก็กรอกใบสมัครเลย เดี๋ยวพ่อเอาไปยื่นให้”
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ” พูดจบพิมก็นั่งกรอกเอกสารการสมัครเรียนในห้องทำงานของฐานินทันที
ฐานินคุณพ่อของเธอ ท่านทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการส่งออกต่างประเทศ ในนามของบริษัท NABBA
พิมอยากเรียนนิเทศก็เพื่อจะช่วยส่งเสริมและโปรโมทบริษัทของคุณพ่อ เธอไม่ชอบการบริหารจัดการ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนคำนวณไม่เก่งสักเท่าไหร่ จึงเลือกที่จะไม่เรียนบริหารธุรกิจ
ทางด้านของคณิต
ช่วงนี้มหาวิทยาลัยเควสตันอยู่ในช่วงปิดเทอม ชายหนุ่มจึงกลับมาอยู่บ้านชั่วคราว เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของ กชพร คุณแม่ของเขา ซึ่งปกติคนตัวโตจะไม่ค่อยกลับบ้าน เขาจะนอนพักที่คอนโดแถวย่านมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
เมื่อศักดิ์คนขับรถที่บ้านไปรับเขาจากที่เกิดเหตุ พอมาถึงบ้าน คณิตกำลังจะก้าวขาเดินลงจากรถ กชพรผู้เป็นแม่รีบวิ่งแจ๊นมาหาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น
“คณิต! ลูกขับรถยังไงไปชนรถน้อง”
ข่าวไวเกินไปไหม? ลืมไป น้าขวัญใจเป็นเพื่อนสนิทกับกชพรแม่ของเขา จึงไม่แปลกใจที่ท่านจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
“มันเป็นอุบัติเหตุครับ” เขาถอนหายใจ ก่อนที่จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“แล้วช่วงนี้จะเดินทางไปไหนมาไหนยังไงละเนี่ย!” กชพรเอ่ยพึมพำขึ้น
“ผมจะเอารถเบนซ์คันเก่าไปขับก่อน” คณิตหันไปมองรถของตัวเอง คันที่กชพรชื้อให้เมื่อสามปีที่แล้ว
“แม่หมายถึงหนูพิม งั้นช่วงที่รถยังซ่อมยังไม่เสร็จ ลูกก็คอยไปรับไปส่งน้องด้วยนะ”
“…..”
“เข้าใจไหม?”
“ครับ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
เพราะเขาเองก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้รถของคนตัวเล็กต้องอยู่ในศูนย์ซ่อม ซึ่งช่างประเมินสภาพแล้วคงอีกเป็นเดือนสองเดือนเลย เนื่องจากอะไหล่ค่อนข้างหายากและต้องรอนำเข้า
หลังจากพูดคุยกับกชพรเสร็จ คณิตจึงเดินนำเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ สายตาคมเข้มมองไปบริเวณรอบๆ บ้าน กลับพบว่าภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งด้านในและบริเวณริมสระว่ายน้ำ
“ปีนี้เชิญเพื่อนมาเยอะเหรอครับ จัดซะสวยเลย” ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปหา กชพร ก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป
“ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แม่อยากจัดสวยๆ ถือเป็นการต้อนรับหนูพิมกลับมาจากต่างประเทศด้วย” กชพรเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉายบนใบหน้าอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงอีกคน
เนื่องจากกชพรคุณแม่ของเขา ท่านรักและเอ็นดูลูกสาวเพื่อนคนนี้ยิ่งกว่าลูกตัวเองเสียอีก เพราะท่านอยากได้ลูกสาวแต่กลับได้ลูกชายอย่างเขา ซึ่งชายหนุ่มไม่มีความอ่อนโยนเลย มีแต่ความแข็งกระด้าง และมักสร้างเรื่องให้ท่านปวดหัวตั้งแต่เด็ก
ซึ่งพิมก็มักจะเข้ามาพูดคุยและทำให้กชพรอารมณ์ดีเสมอมา
“อืม! ลูกสาวสุดที่รักแม่อะน่ะ” คณิตพูดกระแนะกระแหนขึ้นอย่างทันควัน ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไปอย่างน่าเบื่อหน่าย
“เดี๋ยวเหอะ ไอ้ลูกคนนี้!” กชพรได้แต่เอ่ยตามหลังกว้างของลูกชายที่หายลับไป