Ep.7
Janjao talk.
"ฮัลโหล"
[เมื่อกี้คุยกับใคร ?]
"เมื่อกี้เหรอ เราคุยกับแตงโมน่ะ"
[อ๋อ แล้วไป นึกว่าคุยกับผู้ชายที่ไหน]
"นอกจากไทม์กับคุณพ่อ เราก็แทบจะไม่ได้คุยกับผู้ชายที่ไหนเลยนะ" ถ้าไม่นับพี่เจ้าขุนที่ต้องคุยกันเรื่องงานเป็นบางวัน
[ดีแล้วครับ...แล้วนี่ทำอะไรอยู่ ?]
"ตอนนี้เรากำลังนั่งรอสรุปการตลาดของไตรมาสที่แล้วอยู่อะ" เรื่องนี้พี่เจ้าขุนเป็นคนขอมา ฉันก็เลยให้ผู้จัดการฝ่ายรวบรวมมาให้
[อ๋อ...]
"...แล้วนี่ไทม์เพิ่งตื่นเหรอ" ฉันเอ่ยถามออกไป เพราะน้ำเสียงเขามันดูงัวเงียๆ เหมือนคนเพิ่งตื่น
[ครับ...ตื่นแล้วก็โทรหาจันทร์เจ้าทันทีเลย] น่ารักจัง ตื่นแล้วก็โทรมาทันทีเลย
"ปกติไทม์ตื่นสายแบบนี้ตลอดเลยเหรอ"
[ไม่นะ แต่วันนี้ไทม์ไม่ได้มีธุระข้างนอก อีกอย่างเมื่อคืนไทม์นอนดึกด้วย ก็เลยตื่นสายน่ะ]
"อ้าว เป็นเพราะเรารึเปล่าที่ทำให้ไทม์นอนดึก" ฉันเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิดนิดๆ ว่าตัวเองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องนอนดึก
[ไม่ใช่เลย อย่าคิดแบบนั้นสิ ไทม์ต่างหากที่เป็นสาเหตุให้จันทร์เจ้านอนดึก ชวนคุยซะดึกเลย] อย่าเรียกว่านอนดึก ให้เรียกว่าไม่ได้นอนเลยดีกว่า
"ไม่เป็นไรหรอก เมื่อคืนเราเองก็เป็นฝ่ายชวนไทม์คุยเหมือนกัน"
[ใช่มั้ยล่ะ ฉะนั้นไม่ต้องรู้สึกผิดเลย เข้าใจมั้ย]
"อื้ม เข้าใจแล้ว" ฉันพยักหน้าและอมยิ้มนิดๆ พร้อมกับใช้ปากกาที่อยู่ในมือขีดเขียนกระดาษเปล่าเล่นไปเรื่อยอย่างหาอะไรทำระหว่างคุยโทรศัพท์
[แล้ววันนี้เลิกงานกี่โมง 5 โมงเย็นเหมือนเดิมรึเปล่า เดี๋ยวไทม์ไปรับ]
"คือ...วันนี้เราเลิกงานบ่าย 2 น่ะ คุณพ่อให้ไปเรียนขับรถกับลุงผัก วันนี้เราคงไม่ได้เจอกันนะไทม์" ฉันบอกเขาไปอย่างรู้สึกผิดและนึกเสียดายที่ต้องปฏิเสธเขา ทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากจะปฏิเสธเลย
[อ้าวเหรอ ทำยังไงดี พรุ่งนี้ไทม์ต้องกลับเชียงใหม่แต่เช้าเลย แบบนี้เราก็ไม่ได้เจอกันน่ะสิ] ไทม์พูดกลับมา ฟังจากน้ำเสียงเหมือนตอนนี้เขากำลังเซ็ง...
ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ถ้าฉันไม่ไปกับลุงผักตามที่คุณพ่อบอกเมื่อเช้า คุณพ่อก็ต้องสงสัยแน่ๆ ว่าฉันไปไหน แล้วถ้าคุณพ่อถามฉันจะตอบว่ายังไงล่ะ
[ค่อยไปเรียนวันอื่นไม่ได้เหรอ พรุ่งนี้ไทม์จะกลับแล้วนะ อีกตั้งสองอาทิตย์เลยกว่าไทม์จะได้มากรุงเทพฯ อีก] ฉันเม้มปากตัวเองเข้าหากันอย่างคิดหนักทันทีหลังจากที่ไทม์พูดจบ เอาไงดีๆ ถ้าไปแล้วจะอ้างกับพ่อว่าไง ถ้าท่านไม่ถามก็ดีไป แต่ถ้าท่านถามล่ะ
"คือ..."
[ให้ไทม์คุยกับคุณพ่อให้มั้ย] คือฉันเคยเล่าให้ไทม์ฟังว่าคุณพ่อหวงฉันมาก ไปไหนมาไหนก็ต้องบอกท่านตลอด
"เราว่าอย่าดีกว่าไทม์..."
[ทำไมล่ะ จันทร์เจ้าไม่อยากเจอไทม์เหรอ] ทำไมจะไม่อยากเจอล่ะ แต่กลัวว่ามันจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิมน่ะสิ ฉันยังไม่พร้อมเลย...ฉันรู้ว่ายังไงคุณพ่อก็ต้องไม่โอเคกับเรื่องนี้แน่ๆ
"อยากเจอสิ" ไม่รู้สิ สำหรับฉัน...เหมือนฉันเสพติดเขาไปแล้ว ยิ่งได้เจอ ยิ่งได้คุย ก็ยิ่งอยากเจอยิ่งอยากคุยมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ นี่ขนาดเราไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ฉันยังติดเขาขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเราได้อยู่ใกล้ๆ กัน ฉันจะติดเขามากแค่ไหน
[ถ้าอยากเจอ งั้นก็ให้ไทม์ไปรับนะ]
"แต่ว่า..."
ฉันที่กำลังจะปฏิเสธไทม์ไปอีกครั้งก็ต้องชะงักไป เมื่อสายตาฉันเหลือบมองไปเห็นพี่เจ้าขุนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี ทำให้ฉันมีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว
[จันทร์เจ้า ว่าไงให้ไทม์ไปรับได้มั้ย]
"โอเคไทม์ บ่าย 2 ครึ่งมารับเราได้เลย แต่แค่นี้ก่อนนะ เราต้องทำงานแล้ว"
[โอเคครับ บ่าย 2 ครึ่งเจอกัน คิดถึงนะครับ]
ไทม์วางสายไปแล้ว เหลือเพียงแค่ฉันนี่แหละที่ยังดึงสติกลับมาจากคำพูดสุดท้ายของเขาไม่ได้
'คิดถึงนะครับ'
"มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่าวันนี้ ทำไมนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวแบบนี้ หืม ?" พี่เจ้าขุนเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน แล้วเอ่ยถามยิ้มๆ
"ก็...มีนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบพร้อมกับก้มหน้าลงนิดๆ ด้วยความขัดเขิน เขินคนที่เพิ่งบอกคิดถึงก็ แต่ก็เขินพี่เจ้าขุนด้วย เพราะสายตาที่พี่เจ้าขุนมองฉันตอนนี้มันเหมือนว่าพี่เขากำลังแซวฉันอยู่
"ถ้าให้พี่เดานะ...ต้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นที่เราเลยเล่าให้พี่ฟัง ใช่มั้ย"
"...ค่ะ" ฉันพยักหน้าตอบ
"ไม่ต้องเขินพี่หรอกจันทร์เจ้า มีไรก็คุยกันได้ จะปรึกษาหรือจะเล่าอะไรให้ฟังก็ได้" พี่เจ้าขุนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ตามฉบับพี่ชายที่แสนดีของทุกคน
"แหะๆ จันทร์เจ้าก็มีเรื่องจะรบกวนให้พี่เจ้าขุนช่วยอยู่พอดี แต่คุยเรื่องงานก่อนดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนก็ได้"
"ไม่รีบใช่มั้ย เรื่องของเราอะ"
"ไม่รีบค่ะไม่รีบ เอาไว้คุยหลังจากคุยงานเสร็จก็ได้ค่ะ" จริงๆ ฉันก็ใจร้อนอยากจะคุยเลยนั่นแหละ แต่การที่พี่เจ้าขุนมาหาฉันถึงห้องทำงานแบบนี้ ก็แสดงว่าพี่เขาก็ต้องมีธุระมาคุยกับฉันแน่นอน
จากนั้นพี่เจ้าขุนก็เริ่มคุยเรื่องงานของตัวเองเลยทันที สรุปเรื่องงานก็คือพี่เจ้าขุนอยากจะทำการตลาดของโรงแรมใหม่ ไม่ใช่สิ ทำเพิ่ม ขยายวงกว้างขึ้น จากตอนแรกที่เน้นโปรโมตแค่ในเอเชีย ก็จะเริ่มให้ความสำคัญการโปรโมตในทวีปอื่นๆ มากขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายตัวของธุรกิจครอบครัวเรา
"คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ พี่เลยอยากให้เราเริ่มวางแผนไว้แต่เนิ่นๆ รวมถึงคิดแผนสำรองไว้ด้วย"
"รับทราบค่ะ เดี๋ยวถ้าจันทร์เจ้าทำเสร็จแล้วจะเอาไปเสนอนะคะ" พอฉันพูดจบพี่เจ้าขุนก็ยิ้มและพยักหน้าให้ฉัน ก่อนจะเอ่ยทวงถามถึงเรื่องของฉันที่บอกว่าจะคุยหลังจากคุยงานเสร็จ
"ธุระพี่ก็มีแค่นี้ แล้วไหนเรื่องที่เราจะให้พี่ช่วยน่ะ คือเรื่องอะไร ?"
ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองเล็กน้อยอย่างไม่มั่นใจ ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดอยู่มันถูกต้องมั้ย ไม่สิ มันไม่ถูกต้องหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่ใจฉันต้องการ...ฉันก็เลยตัดสินใจพูดออกไป
"พี่เจ้าขุนคะ..."
"?"
"คือวันนี้จันทร์เจ้ามีนัดกับแฟน..."
"แฟน ? ตกลงคบกันแล้ว ?"
"ค่ะ จันทร์เจ้าเพิ่งตกลงคบกับเขาเมื่อวานนี้เอง" พูดจบฉันก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย ส่วนพี่เจ้าขุนก็ขำออกมานิดหน่อยกับท่าทางฉัน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู อบอุ่น
"พี่ยินดีด้วยนะ"
">///<"
"แล้ว...จะให้พี่ช่วยเรื่องอะไร"
"เรื่องคุณพ่อค่ะ"
"หือ ?" พี่เจ้าขุนขมวดคิ้วเข้าหากันนิดๆ พร้อมกับมองฉันอย่างไม่เข้าใจ ฉันเม้มปากตัวเองเข้าหากันพลางใช้ความคิด ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่เจ้าขุนฟัง ก็เล่าเรื่องที่คุณพ่อให้ไปเรียนขับรถ ทั้งเรื่องที่จะซื้อรถให้ด้วย รวมถึงเรื่องที่ฉันอยากไปเจอไทม์วันนี้ด้วย ซึ่งพี่เจ้าขุนไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยาก ก็เลยทำให้พี่เขาเข้าใจสิ่งที่ฉันเล่าได้ง่ายๆ
"สรุปก็คือเราอยากไปกับแฟน แต่กลัวคุณพ่อรู้ ก็เลยจะให้พี่ช่วยโดยการโกหกคุณพ่อให้"
"ค่ะ" ฉันพยักหน้าตอบแล้วก้มหน้าลงนิดๆ อย่างรู้สึกผิด นี่เป็นครั้งแรกเลยรู้มั้ยที่ฉันจะทำเรื่องไม่ดีแบบนี้ แถมยังดึงพี่เจ้าขุนเข้ามาเกี่ยวอีก
พี่เจ้าขุนเงียบไปเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง และความเงียบของพี่เจ้าขุนทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย
"แต่ถ้าพี่เจ้าขุนลำบากใจก็ไม่เป็นไรนะคะ จันทร์เจ้าก็ไม่ได้อยากทำ..." ฉันยังพูดไม่จบ พี่เจ้าขุนก็รีบโบกมือให้ฉันหยุดพูด แล้วเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน
"ไม่ๆ ที่พี่เงียบพี่กำลังคิดว่าแฟนของเราจะไว้ใจได้แค่ไหน"
"..."
"พี่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่จะช่วยเรา แต่พี่อยากมั่นใจว่าถ้าพี่ช่วยเราวันนี้แล้ว มันจะไม่ส่งผลเสียตามมา เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา แน่นอนว่าพี่ก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ"
"..."
"ที่พี่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะว่าพี่ไม่รู้จักแฟนเรา เราเข้าใจใช่มั้ย ?"
"เข้าใจค่ะ"
"แล้วเราพอจะบอกพี่ได้มั้ยว่าแฟนของเราคือใคร ?" พอพี่เจ้าขุนพูดจบ ฉันก็ไม่รอช้ารีบเปิดรูปของไทม์ที่ฉันเคยถ่ายเอาไว้ตอนที่เราเจอกัน ให้พี่เจ้าขุนดูทันที
"นี่ค่ะ..."
พี่เจ้าขุนดูรูปที่ฉันเปิดให้ดู และคิ้วที่เริ่มขมวดเข้าหากันของพี่เจ้าขุน ทำให้ใจฉันเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ นึกกังวลว่ามันจะมีอะไรหรือเปล่า
"แฟนของเรา...คือไอ้ไทม์ !?"