การกลับมาของเธอ

1411 คำ
วาวา ฬิร์วริน สาวน้อยวัยสิบแปด เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากอังกฤษกลับมาไทย เพื่ออยู่ใกล้แม่ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ เดิมทีเธอเติบโตมากับยายในต่างประเทศ แต่ทันทีที่รู้ว่าแม่ล้มป่วย…หัวใจของเธอก็เหมือนถูกกระชากให้กลับบ้านโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว สนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางเสียงผู้คนและประกายไฟจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์ วาวาลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า ดวงตากลมใสยังคงสวยสดเหมือนเคย แต่ทันทีที่สายตามองหาแม่ เธอกลับตื่นเต้นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก แม่ยืนรออยู่ไม่ไกล ยิ้มของแม่ยังเหมือนเดิม…อ่อนโยน อบอุ่น แต่แววตาและร่างกายกลับอ่อนแรงจนวาวาเห็นได้ชัดเจน “สวัสดีค่ะแม่…แม่เป็นยังไงบ้างคะ” เสียงหวานสั่นเล็กน้อย ก่อนที่วาวาจะโผเข้ากอดแม่ทันที เหมือนอยากกอดทดแทนทุกปีที่ห่างกัน วาสนา กอดลูกแน่นอย่างคิดถึง มือเรียวลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ “แม่ไม่เป็นไรจ้ะ แม่สบายดี…แค่ดีใจที่ลูกกลับมา แม่อยากให้ลูกอยู่ใกล้ ๆ บ้าง” คำพูดเรียบง่าย แต่ทำเอาหัวใจของวาวาแผ่วลง เธอรู้ดีว่าแม่พูดปลอบ แต่ร่างกายที่อ่อนแรงไม่อาจปิดบังอะไรได้เลย การกลับมาครั้งนี้…ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่คือการกลับมาเพื่อดูแลและอยู่ใกล้ ๆ คนที่เธอรักที่สุดในโลก “คุณตาคุณยายสบายดีไหมลูก วาวา” เสียงแม่ถามอย่างอ่อนโยน วาวายิ้มบาง ๆ “คุณตาคุณยายสบายดีค่ะ แถมยังบ่นคิดถึงแม่ทุกวันเลยนะคะ” ความคิดถึงปรากฏชัดในดวงตาของวาสนา เสี้ยววินาทีนั้น วาวายิ่งอยากทำให้แม่ไม่ต้องกังวลอะไรอีก "ไว้ปิดเทอมเรากลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยายกันนะคะแม่" “จ๊ะลูก....ไป…ไปขึ้นรถกัน แม่จะพาไปกินของอร่อย ๆ ก่อน แล้วค่อยกลับบ้านนะ” “ได้ค่ะแม่” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินขึ้นรถสีดำหรูที่คนขับยืนรอรับอย่างสุภาพ ประตูปิดลงอย่างนุ่มนวล เป็นสัญญาณเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตวาวาในประเทศไทย ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลมเย็นจากแม่น้ำพัดโชยเข้ามาจนผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหว ร้านอาหารถูกตกแต่งด้วยสไตล์ไทยร่วมสมัย โคมไฟลายไทย งานแกะสลักฝาผนัง และเสียงเพลงไทยบรรเลงเบา ๆ ทำให้วาวาตื่นตาตื่นใจจนเผลอมองไปรอบ ๆ อย่างหลงใหล ตั้งแต่จำความได้ เธอแทบไม่ค่อยได้กลับมาไทยเลย หลังจากพ่อเสียไปเมื่อเธอยังเด็ก แม่ก็ย้ายกลับมาทำธุรกิจที่นี่ ส่วนเธอเติบโตอยู่กับตาและยายที่อังกฤษ จนกระทั่งตอนนี้…ที่ทุกอย่างดึงให้เธอกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่อีกครั้ง เพราะนอกจากเธอแล้ว ที่นี่แม่ก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย "ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ" เสียงพนักงานกล่าวอย่างสุภาพ อาหารก็ถูกเสิร์ฟเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมฟุ้งจนท้องร้องอัตโนมัติ ทุกเมนูคือของโปรดของเธอ ผัดไทยห่อไข่หอมกรุ่น ต้มยำกุ้งร้อน ๆ กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ ข้าวผัดปูเนื้อแน่น ทอดมันปลาหอมสมุนไพร และยังมีสาคูมะพร้าวอ่อนเป็นของหวาน วาวาตาเป็นประกายอย่างเด็กได้ที่จะได้กินของอร่อย ๆ เพราะที่ต่างประเทสถึงจะมีอาหารไทย แต่ก็เทียบไม่ได้กับการที่ได้มากินที่ไทยเอง “โห คุณแม่…มีแต่อร่อยทั้งนั้นเลยค่ะ วาวาว่าอยู่ไทยสี่ปีนี้ต้องอ้วนเป็นหมูแน่ ๆ เลยค่ะ!” เธอพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มสดใสทำให้วาสนายิ้มออกมา ด้วยความน่ารักและความน่าเอ็นดูของลูกสาวของเธอ วาสนาเอื้อมมือตักผัดไทยใส่จานลูกสาว ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “ถ้าชอบก็ทานเยอะ ๆ เลยลูก แม่ว่าหนูผอมไปนะ อยากให้มีเนื้อมีหนังขึ้นอีกสักนิด จะได้ดูสุขภาพดีขึ้น” วาวายิ้มจนแก้มขึ้นสี รอยยิ้มใส ๆ แบบเดียวกับตอนเด็กที่เธอเคยเห็น เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น ราวกับได้กลับมาสัมผัสรสชาติที่คิดถึงมานาน กลิ่นอาหารไทยที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจเธออบอุ่นอย่างประหลาด “งั้นหนูทานนะคะแม่ รับรองจะทานให้หมดโต๊ะเลยค่ะ” เธอคีบผัดไทยคำแรกเข้าปาก รสหวานมันเค็มหอมกลมกล่อม ตัดกับมะนาวและถั่วลิสงบดอย่างลงตัว วาวาหลับตาลิ้มรสอาหารด้วยความพอใจ “อร่อยเกินไปแล้วนะ…” เธอพึมพำพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข วาสนาเห็นลูกทานอย่างมีความสุขก็ยิ่งยิ้มกว้าง ใจเต็มไปด้วยความอิ่มเอม “แม่ก็ทานด้วยสิคะ” วาวาเอื้อมมือไปแกะกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตให้แม่ ก่อนวางลงบนจานและราดน้ำจิ้มให้เรียบร้อย ท่าทางใส่ใจเล็ก ๆ เหล่านั้นทำให้วาสนาน้ำตาแทบคลอ เธอแทบไม่ได้เลี้ยงดูวาวามาเองด้วยซ้ำ แต่ลูกสาวของเธอ…กลับเต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน และห่วงใยที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย “วาวาของแม่เป็นเด็กดีเสมอ… แม่รักหนูมากนะลูก” วาสนาพูดเสียงแผ่ว ราวกับกลัวว่าความรู้สึกจะล้นออกมาจนควบคุมไม่ได้ “วาวาก็รักแม่ค่ะ” วาวายังคงถ่ายรูปอาหารอย่างร่าเริง ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศของค่ำคืนแรกที่ได้กลับมาใช้เวลากับแม่ ภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธออยากเก็บไว้ในความทรงจำให้ยาวนานที่สุด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายวัยห้าสิบต้น ๆ ดังเข้ามาใกล้ ก่อนร่างสูงจะหยุดยืนข้างโต๊ะอาหารของพวกเธอ “สวัสดีจ้ะ หนูวาวา พึ่งลงเครื่องใช่ไหมลูก” วาวาหันขวับด้วยความตกใจ เธอกะพริบตาถี่พลางมองใบหน้าของชายตรงหน้า ความคุ้นเคยบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในหัว หน้าเหมือน…แฟนเก่าของแม่เมื่อสมัยเรียนเลย? เธอเคยเห็นรูปที่แม่เก็บไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของแม่ “สวัสดีค่ะ…เอ่อ” เห็นสีหน้าลูกสาวที่เต็มไปด้วยคำถาม วาสนาจึงรีบแนะนำ “วาวา นี่คุณลุงพิพัฒน์…เอ่อ....เพื่อนแม่เองจ้ะ” “อ่อค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุง” วาวายกมือไหว้ด้วยกิริยาสุภาพ เธอรู้ดีว่าแม่อยู่คนเดียวมานานแค่ไหน ถ้าแม่คิดจะเปิดใจให้ใครสักคน…เธอเองก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะชีวิตของแม่ อยู่ในกรอบที่คุณตาคุณยายวางไว้แทบทุกทางมานานเกินไปแล้ว “คุณลุงทานข้าวด้วยกันสิคะ” วาวาเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน พิพัฒน์ยิ้มตอบอย่างเอ็นดู เขามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วแอบคิดในใจ ลูกแม่วาสนานี่ทั้งน่ารักทั้งวางตัวดี ไม่แปลกใจเลยที่วาสนาภูมิใจนัก “ขอบใจมากนะหนูวาวา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น วาสนามองภาพนั้นแล้วหัวใจผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นวาวาคอยเทคแคร์ผู้ใหญ่ พูดจาไพเราะไม่แสดงความต่อต้านใด ๆ เธอถึงกับหันไปส่งยิ้มโล่งใจให้พิพัฒน์ เพราะวาสนาแอบกลัวมาตลอด…ว่าลูกจะไม่ยอมรับใครที่เข้ามาใกล้แม่ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น วาสนานั่งมองลูกสาวด้วยดวงตาเปี่ยมรัก ตอนนี้เธอมั่นใจแล้ว วาวาเติบโตขึ้นมาก โตพอที่จะเข้าใจทุกอย่าง และหัวใจของเด็กสาว…อ่อนโยนเกินกว่าจะปิดกั้นความสุขของแม่ และในจังหวะที่รอยยิ้มกำลังงดงามที่สุด แชะ! “ติ๊ง” รูปถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของพาทิศทันที “คุณพาทิศครับ…ภาพของคุณท่านกับครอบครัว…ของแฟนใหม่คุณท่านครับ” ภาพที่เพิ่งถ่ายเมื่อครู่ขึ้นเต็มหน้าจอ วาสนายิ้มอ่อนโยน พิพัฒน์มองเธออย่างอบอุ่น และเด็กสาววัยสิบแปด ตากลมใส กำลังก้มหน้าหัวเราะขณะวางกุ้งลงบนจานขงพ่อของเขา ภาพเรียบง่าย…แต่กลับบาดลึกยิ่งกว่ามีด พาทิศหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขแม้แต่นิดเดียว “…ครอบครัวใหม่?”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม