วาวา ฬิร์วริน สาวน้อยวัยสิบแปด เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากอังกฤษกลับมาไทย เพื่ออยู่ใกล้แม่ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ เดิมทีเธอเติบโตมากับยายในต่างประเทศ แต่ทันทีที่รู้ว่าแม่ล้มป่วย…หัวใจของเธอก็เหมือนถูกกระชากให้กลับบ้านโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
สนามบินสุวรรณภูมิ
ท่ามกลางเสียงผู้คนและประกายไฟจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์ วาวาลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า ดวงตากลมใสยังคงสวยสดเหมือนเคย แต่ทันทีที่สายตามองหาแม่ เธอกลับตื่นเต้นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
แม่ยืนรออยู่ไม่ไกล ยิ้มของแม่ยังเหมือนเดิม…อ่อนโยน อบอุ่น
แต่แววตาและร่างกายกลับอ่อนแรงจนวาวาเห็นได้ชัดเจน
“สวัสดีค่ะแม่…แม่เป็นยังไงบ้างคะ”
เสียงหวานสั่นเล็กน้อย ก่อนที่วาวาจะโผเข้ากอดแม่ทันที เหมือนอยากกอดทดแทนทุกปีที่ห่างกัน
วาสนา กอดลูกแน่นอย่างคิดถึง มือเรียวลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
“แม่ไม่เป็นไรจ้ะ แม่สบายดี…แค่ดีใจที่ลูกกลับมา แม่อยากให้ลูกอยู่ใกล้ ๆ บ้าง”
คำพูดเรียบง่าย แต่ทำเอาหัวใจของวาวาแผ่วลง เธอรู้ดีว่าแม่พูดปลอบ แต่ร่างกายที่อ่อนแรงไม่อาจปิดบังอะไรได้เลย
การกลับมาครั้งนี้…ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน
แต่คือการกลับมาเพื่อดูแลและอยู่ใกล้ ๆ คนที่เธอรักที่สุดในโลก
“คุณตาคุณยายสบายดีไหมลูก วาวา”
เสียงแม่ถามอย่างอ่อนโยน
วาวายิ้มบาง ๆ “คุณตาคุณยายสบายดีค่ะ แถมยังบ่นคิดถึงแม่ทุกวันเลยนะคะ”
ความคิดถึงปรากฏชัดในดวงตาของวาสนา เสี้ยววินาทีนั้น วาวายิ่งอยากทำให้แม่ไม่ต้องกังวลอะไรอีก
"ไว้ปิดเทอมเรากลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยายกันนะคะแม่"
“จ๊ะลูก....ไป…ไปขึ้นรถกัน แม่จะพาไปกินของอร่อย ๆ ก่อน แล้วค่อยกลับบ้านนะ”
“ได้ค่ะแม่”
เธอตอบด้วยรอยยิ้ม
ก่อนจะเดินขึ้นรถสีดำหรูที่คนขับยืนรอรับอย่างสุภาพ
ประตูปิดลงอย่างนุ่มนวล เป็นสัญญาณเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตวาวาในประเทศไทย
ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ลมเย็นจากแม่น้ำพัดโชยเข้ามาจนผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหว ร้านอาหารถูกตกแต่งด้วยสไตล์ไทยร่วมสมัย โคมไฟลายไทย งานแกะสลักฝาผนัง และเสียงเพลงไทยบรรเลงเบา ๆ ทำให้วาวาตื่นตาตื่นใจจนเผลอมองไปรอบ ๆ อย่างหลงใหล
ตั้งแต่จำความได้ เธอแทบไม่ค่อยได้กลับมาไทยเลย หลังจากพ่อเสียไปเมื่อเธอยังเด็ก แม่ก็ย้ายกลับมาทำธุรกิจที่นี่
ส่วนเธอเติบโตอยู่กับตาและยายที่อังกฤษ จนกระทั่งตอนนี้…ที่ทุกอย่างดึงให้เธอกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่อีกครั้ง เพราะนอกจากเธอแล้ว ที่นี่แม่ก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย
"ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ" เสียงพนักงานกล่าวอย่างสุภาพ
อาหารก็ถูกเสิร์ฟเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมฟุ้งจนท้องร้องอัตโนมัติ
ทุกเมนูคือของโปรดของเธอ ผัดไทยห่อไข่หอมกรุ่น ต้มยำกุ้งร้อน ๆ
กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ ข้าวผัดปูเนื้อแน่น ทอดมันปลาหอมสมุนไพร และยังมีสาคูมะพร้าวอ่อนเป็นของหวาน
วาวาตาเป็นประกายอย่างเด็กได้ที่จะได้กินของอร่อย ๆ เพราะที่ต่างประเทสถึงจะมีอาหารไทย แต่ก็เทียบไม่ได้กับการที่ได้มากินที่ไทยเอง
“โห คุณแม่…มีแต่อร่อยทั้งนั้นเลยค่ะ วาวาว่าอยู่ไทยสี่ปีนี้ต้องอ้วนเป็นหมูแน่ ๆ เลยค่ะ!”
เธอพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มสดใสทำให้วาสนายิ้มออกมา ด้วยความน่ารักและความน่าเอ็นดูของลูกสาวของเธอ
วาสนาเอื้อมมือตักผัดไทยใส่จานลูกสาว ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“ถ้าชอบก็ทานเยอะ ๆ เลยลูก แม่ว่าหนูผอมไปนะ อยากให้มีเนื้อมีหนังขึ้นอีกสักนิด จะได้ดูสุขภาพดีขึ้น”
วาวายิ้มจนแก้มขึ้นสี รอยยิ้มใส ๆ แบบเดียวกับตอนเด็กที่เธอเคยเห็น
เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น ราวกับได้กลับมาสัมผัสรสชาติที่คิดถึงมานาน
กลิ่นอาหารไทยที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจเธออบอุ่นอย่างประหลาด
“งั้นหนูทานนะคะแม่ รับรองจะทานให้หมดโต๊ะเลยค่ะ”
เธอคีบผัดไทยคำแรกเข้าปาก รสหวานมันเค็มหอมกลมกล่อม ตัดกับมะนาวและถั่วลิสงบดอย่างลงตัว
วาวาหลับตาลิ้มรสอาหารด้วยความพอใจ
“อร่อยเกินไปแล้วนะ…”
เธอพึมพำพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข
วาสนาเห็นลูกทานอย่างมีความสุขก็ยิ่งยิ้มกว้าง ใจเต็มไปด้วยความอิ่มเอม
“แม่ก็ทานด้วยสิคะ”
วาวาเอื้อมมือไปแกะกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตให้แม่ ก่อนวางลงบนจานและราดน้ำจิ้มให้เรียบร้อย
ท่าทางใส่ใจเล็ก ๆ เหล่านั้นทำให้วาสนาน้ำตาแทบคลอ
เธอแทบไม่ได้เลี้ยงดูวาวามาเองด้วยซ้ำ
แต่ลูกสาวของเธอ…กลับเต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน
และห่วงใยที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย
“วาวาของแม่เป็นเด็กดีเสมอ… แม่รักหนูมากนะลูก”
วาสนาพูดเสียงแผ่ว ราวกับกลัวว่าความรู้สึกจะล้นออกมาจนควบคุมไม่ได้
“วาวาก็รักแม่ค่ะ”
วาวายังคงถ่ายรูปอาหารอย่างร่าเริง ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศของค่ำคืนแรกที่ได้กลับมาใช้เวลากับแม่
ภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธออยากเก็บไว้ในความทรงจำให้ยาวนานที่สุด
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายวัยห้าสิบต้น ๆ ดังเข้ามาใกล้ ก่อนร่างสูงจะหยุดยืนข้างโต๊ะอาหารของพวกเธอ
“สวัสดีจ้ะ หนูวาวา พึ่งลงเครื่องใช่ไหมลูก”
วาวาหันขวับด้วยความตกใจ เธอกะพริบตาถี่พลางมองใบหน้าของชายตรงหน้า ความคุ้นเคยบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในหัว
หน้าเหมือน…แฟนเก่าของแม่เมื่อสมัยเรียนเลย? เธอเคยเห็นรูปที่แม่เก็บไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของแม่
“สวัสดีค่ะ…เอ่อ”
เห็นสีหน้าลูกสาวที่เต็มไปด้วยคำถาม วาสนาจึงรีบแนะนำ
“วาวา นี่คุณลุงพิพัฒน์…เอ่อ....เพื่อนแม่เองจ้ะ”
“อ่อค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุง”
วาวายกมือไหว้ด้วยกิริยาสุภาพ เธอรู้ดีว่าแม่อยู่คนเดียวมานานแค่ไหน ถ้าแม่คิดจะเปิดใจให้ใครสักคน…เธอเองก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะชีวิตของแม่ อยู่ในกรอบที่คุณตาคุณยายวางไว้แทบทุกทางมานานเกินไปแล้ว
“คุณลุงทานข้าวด้วยกันสิคะ”
วาวาเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
พิพัฒน์ยิ้มตอบอย่างเอ็นดู เขามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วแอบคิดในใจ
ลูกแม่วาสนานี่ทั้งน่ารักทั้งวางตัวดี ไม่แปลกใจเลยที่วาสนาภูมิใจนัก
“ขอบใจมากนะหนูวาวา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
วาสนามองภาพนั้นแล้วหัวใจผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
เห็นวาวาคอยเทคแคร์ผู้ใหญ่ พูดจาไพเราะไม่แสดงความต่อต้านใด ๆ
เธอถึงกับหันไปส่งยิ้มโล่งใจให้พิพัฒน์
เพราะวาสนาแอบกลัวมาตลอด…ว่าลูกจะไม่ยอมรับใครที่เข้ามาใกล้แม่
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น
วาสนานั่งมองลูกสาวด้วยดวงตาเปี่ยมรัก
ตอนนี้เธอมั่นใจแล้ว
วาวาเติบโตขึ้นมาก โตพอที่จะเข้าใจทุกอย่าง
และหัวใจของเด็กสาว…อ่อนโยนเกินกว่าจะปิดกั้นความสุขของแม่
และในจังหวะที่รอยยิ้มกำลังงดงามที่สุด
แชะ!
“ติ๊ง”
รูปถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของพาทิศทันที
“คุณพาทิศครับ…ภาพของคุณท่านกับครอบครัว…ของแฟนใหม่คุณท่านครับ”
ภาพที่เพิ่งถ่ายเมื่อครู่ขึ้นเต็มหน้าจอ
วาสนายิ้มอ่อนโยน
พิพัฒน์มองเธออย่างอบอุ่น
และเด็กสาววัยสิบแปด ตากลมใส กำลังก้มหน้าหัวเราะขณะวางกุ้งลงบนจานขงพ่อของเขา
ภาพเรียบง่าย…แต่กลับบาดลึกยิ่งกว่ามีด
พาทิศหัวเราะในลำคอเบา ๆ
เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขแม้แต่นิดเดียว
“…ครอบครัวใหม่?”