" ท่านไม่มีธุระอะไร ข้าคงต้องเสียมารยาทแล้ว " กล่าวจบพลันถอยเข้าไปด้านในปิดประตูใส่ทันที
ลืมเรื่องล้างมือไปเถอะ..
เจ้าขิมอยากพูดอะไรมากกว่านั้น แต่เพราะตระหนักได้ว่าอย่างไรก็อยู่ในพื้นที่ของเขา การยั่วยุมากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดีกับผู้ใดทั้งสิ้น อย่าว่าแต่แย่งบทนางเอกเลย ให้พูดกันดี ๆ ก่อน ยังเป็นเรื่องยากจนเธอเองทำได้แค่อดทน
[[ ใหม่ ! ]]
เมินข้อความโฆษณาทั้งหลายแล้วถอนใจยาว แต้มก็ไม่มีแต่ก็ขยันเอาสินค้ามาล่อ
ระบบกำลังกวนประสาทอยู่ใช่ไหม?
[ ... ]
ตักกุ้งคั่วพริกเกลือและต้มยำปลาช่อนใสชาม จากนั้นตักข้าวใส่ถ้วยเล็กมานั่งกินคนเดียวเงียบ ๆ
เพียงได้ลิ้มรสอาหารอันคุ้นเคย ภายในใจพองฟูคล้ายกับสามารถสัมผัสเส้นทางกลับบ้านได้บางเบา แม้หนักไม่เท่าขนนก แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ได้รับผ่อนคลายจากอะไรทั้งหมดได้ชั่วคราว
ของอร่อยสามารถบำบัดความเครียดได้เป็นอย่างดี
" ต้มยำเผ็ด ๆ กับข้าวสวยร้อน ๆ นับว่าระบบมีมโนธรรมอยู่ "
[ &฿+-_-+฿-#&-฿&-+ ]
หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าขิมก็จัดการนำอาหารเติมกระเพาะเข้าไปจนเต็มอิ่ม เมื่อผ่านพ้นช่วงเช้ามาช่วงสาย จึงได้คว้าตะกร้าสานเดินไปยังลำธารเดิมอีกครั้ง
ตั้งใจเดินดูพืชผักแถวนั้น เผื่อได้อะไรมากิน..
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่เคยมีใครสนใจพวกมัน เห็ดป่ามากมาย และผักป่าที่เธอรู้จัก ถูกเด็ดใส่ตะกร้าอย่างพิถีพิถัน เห็ดดอกไหนแก่เกินไปก็ไม่เอา ยังเล็กอยู่ก็ไม่เก็บ ถึงกับตั้งใจเหยียบเห็ดแก่เหล่านั้นเพื่อย่นระยะเวลาของพวกมัน
เตะทิ้งเตะขว้างราวกับสวนหลังบ้าน
เมื่อได้ผักตามมีตามเกิดแล้ว จึงได้วางตะกร้าที่มีผักอยู่เต็มเอาไว้ไม่ไกลจากจุดที่เธอใช้อาบน้ำ " เดินลึกสักหน่อยคงไม่เป็นไร "
พึมพำกับตนเองเสร็จแล้ว จึงหันไปหยิบท่อนไม้ไผ่ที่เคยตัดทิ้งเอาไว้ขึ้นมาเพื่อนำทาง ป้องกันสัตว์เล็กทั้งหลาย...
..ทางด้านหมิงเยวี่ยน
ชายหนุ่มจับจ้องโจ๊กและปลาปิ้งฝีมือตนเองนิ่ง บนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างดี แม้มีเครื่องเคียงเป็นผักดองที่ซื้อกลับมาไว้ทุกครั้ง แต่เหมือนความรู้สึกของเขาตอนนี้มันไม่เหมือนเช่นที่ผ่านมา
ไม่หอม.. ไม่น่าลิ้มลองเลยสักนิด !
กล่าวได้ว่าเป็นความรู้สึก อยากทำตนตรงข้ามกับความถือดีของตนเองสักครั้ง เอาแต่วนเวียนคิดว่าน้ำแกงกลิ่นสมุนไพรหอมปานนั้นจะคล่องคอมากเพียงใด แล้วผัดบางอย่างในกระทะนั่นอีก
กลิ่นเข้มข้นปานนั้น มันต้องเต็มไปด้วยรสชาติอันหลากหลายเป็นแน่
เพียงแค่คิดฟุ้งซ่านอย่างลืมตัว กลับเผลอกลืนน้ำลายตามไปแล้วหลายอึก
" ในเมื่อนางจิ้งจอกอาศัยเขตแดนของข้าอยู่ เพียงชิมอาหารเล็กน้อย คงไม่ผิดอะไรหรอกใช่หรือไม่? "
เมื่อหาเหตุผลรองรับการกระทำของตนเองได้เสร็จสรรพ หมิงเยวี่ยนจึงลุกขึ้นเดินออกไปจากเรือนของตนเอง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อไปแอบชิมรสชาติอาหารที่ไม่รู้จักนั่น
ถึงบอกว่าเป็นเขตค่ายกลของตนเอง แต่เจ้าของร่างสูงแต่งกายด้วยอาภรณ์เนื้อดีสีฟ้าอ่อน สอดส่ายสายตาไปทั่วเพื่อหาว่านางจิ้งจอกอยู่ที่ใด
นางไม่อยู่...
" ดียิ่ง "
..กล่าวเพียงเท่านั้น ก็ลงมือเปิดแง้มห้องครัวเล็กของศิษย์น้องสาม ยิ่งเห็นว่าภายในดูเงียบสงบเหมาะแก่การแอบเข้าไปก็ยิ่งดีไปใหญ่
กายสูงก้าวใหญ่ ๆ เพียงก้าวเดียว ก็ผ่านพ้นธรณีประตู..
[[ คำเตือนจากระบบ >> ตรวจสอบ / ไม่ ]]
เจ้าขิมที่กำลังปีนต้นมะม่วงอยู่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น แขนหนึ่งคล้องกิ่งขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ไม่ว่างเพราะถือพวงมะม่วงฟ้าลั่นเอาไว้ไม่ยอมวาง
จะให้โยนลงจากต้นคงแตกเละไม่ได้กิน เพราะความเปราะกรอบของมันนี่แหละถึงได้ชื่อว่าฟ้าลั่น จำเป็นต้องปีนลงมาจากต้นไม้ช้า ๆ แล้วยืนบนพื้นดินอย่างมั่นคงเสียก่อน
" คำเตือนเหรอ? "
...ไม่ใช่บอกว่า หมิงหย่งเล่อตายไปแล้วนะ
[ (*&^ () )_%%$^^#@$% (*) ]
ดูเหมือนวันนี้ระบบจะว่างจัด ถึงมีเวลามาพูดภาษาต่างดาวกับเธอได้ แต่เพราะอ่านไม่ออก จึงได้เมินประโยคที่แปลไม่ได้เหล่านั้นแล้วกดตกลงเพื่อดูคำเตือน
[[ คำเตือน >> ตรวจสอบ ]]
[[ ตรวจสอบ : มีบางอย่างหายไปจากห้องครัว ]]
[[ บทที่ 2 >> เนื้อเรื่อง +20% คืบหน้า 40/100 ]]
" อะไรหาย? "
อ่านไปก็พยายามทำความเข้าใจไป ในครัวไม่มีอะไรสักหน่อย เครื่องปรุงที่เป็นของรางวัลก็อยู่ในกระเป๋าระบบ อยู่ดี ๆ ก็เตือนของหาย ยิ่งอ่านก็ยิ่งแปลกใจ
ไม่ใช่การที่ระบบช่วยเหลือ ต้องใช้แต้มแลกก่อนหรือยังไง ยิ่งอ่านก็ยิ่งกังวลจนไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวหลุมพราง
..ส่วนระบบที่หวังดีนั้น
[ T-T!&$^ (*^%$ %*) __+) (_) (_+) &&=_= ]
แต่เพราะยังไงตนเองก็เสร็จธุระ จึงเดินย้อนกลับมายังลำธารแล้วแวะดูรอบ ๆ ก้อนหิน ได้หอยขมมาสองถ้วยใหญ่แล้วจึงถือทุกอย่างกลับบ้านช้า ๆ ไม่เหมือนกับตอนมา
" ทุกอย่างปกติดีนี่ หรือระบบคิดมาก? "
ระบบ..
[ … ]
เจ้าขิมวางตะกร้าเอาไว้ด้านหน้าทางเข้าครัว เพราะยังไงก็ต้องจัดการทำความสะอาดพืชผักทั้งหลายเสียก่อนที่จะนำไปประกอบอาหาร เงยหน้ามองฟ้าก็เห็นว่าตอนนี้คงผ่านมาค่อนบ่ายแล้ว โดยที่ไม่ได้มองเวลาบนหน้าจอขอระบบด้วยซ้ำ
เพราะเห็นอยู่ว่าเนื้อเรื่องมันเพิ่มขึ้นแบบแปลก ๆ ทั้งที่ตัวเธอเองอยู่เฉย ๆ เพียงเดินเข้าป่าเก็บเห็ดปีนเก็บมะม่วงแล้วเพิ่มเนื้อเรื่อง ...มันออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
ระบบเคยใจดีแบบนั้น?
[…]
สอดส่ายสายตาเพื่อมองให้ทั่วบริเวณบ้านขนาดกลาง แต่ทุกอย่างมันก็วางไว้แบบเดิม ทั้งโอ่งเล็กใหญ่ กะละมังไม้ หรือแม้กระทั้งสมุนไพรตากแห้งของท่านหมอหมิงซาน
ที่แขวนเอาไว้ใต้หลังคาก็ยังมีอยู่เช่นเดิม
เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเปิดประตูครัวเข้าไป เพราะตนเองเตรียมอาหารไว้กินสามมื้อ เมื่อกลับมาร้อน ๆ เหนื่อย ๆ จึงหิวมากเป็นธรรมดา
นึกถึงกับข้าวเมื่อเช้าแล้วถึงกับท้องร้อง ตัดสินใจว่าจะกินเลยโดยไม่ต้องอุ่น เพราะมันต้องใช้เวลาในการก่อไฟ แต่ทันทีที่มาถึงตู้กับข้าวแล้วเปิดออก
...ภายในนั้นกลับว่างเปล่า
รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทุบหัวเข้าอย่างจัง จากมึนงงในตอนแรกกลับกลายเป็นโมโหจนคิดไป ว่าต้องมีควันต้องออกหูตัวเองแน่ ๆ นั่นเพราะมันทั้งร้อน
ทั้งอยากตบตีคนให้เจ็บหลาย ๆ ครั้ง
นี่เป็นอาหารที่ตั้งใจเอาไว้กิน
แล้วมันหายไปไหน?
..หรือว่า ท่านหมอหมิงซานกลับมาแล้ว
" จะเป็นไปได้ยังไง ก็ในเมื่อท่านหมอกำลังช่วย.. "
ในเมื่อไม่มีหลักฐานว่าเป็นใครที่ลงมือ จึงจำใจออกไปล้างผักและเห็ด ขยี้ใบย่านางจนได้น้ำสีเขียวเพื่อแกงทั้งสองอย่างด้วยกัน