ตอนที่ 1
ไม่ใช่ตัวตน
@บาร์ลับ
บาร์ลับที่ไม่ลับเหมือนกับชื่อของมัน สถานที่ที่กลุ่มชายหนุ่มสุดหล่อทั้งห้า มักจะมาแค่ช่วงที่ไม่ต้องการดื่มจริงจังนัก ด้วยความที่ที่นี่ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยของพวกเขา จึงมาง่ายและกลับง่ายนั่นเอง
เสียงเพลงดังกระหึ่ม ไฟสีแสงมากมายสาดส่องไปมา บางคนเข้ามาเพื่อเพลิดเพลินกับความสนุกในยามค่ำคืน บางคนก็เพียงแค่มาหาคู่นอนในที่แห่งนี้ แต่สำหรับ ‘น้ำอุ่น’ แล้ว เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องมาอยู่ที่นี่ ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับมันเลยแม้แต่น้อย
“ไอ้อุ่น โต๊ะนั้นมองมึงนานแล้วนะ ไม่คิดจะเก็บสักแต้มเหรอวะ”
เนสเตอร์ใช้ไหล่กระทุ้งแขนเพื่อนเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปทางผู้หญิงใบหน้าสะสวย ที่จ้องมองน้ำอุ่นไม่วางตาตั้งแต่เดินเข้ามา ดวงตาคู่คมหันมองตามเล็กน้อย เมื่อเธอคนนั้นเห็นว่าผู้ชายที่หมายตาอยู่หันมา ปากสวยก็กรีดยิ้มขึ้นหวังโปรยเสน่ห์ใส่ ทว่าต้องหน้าเสียเมื่อคนที่หวังจะหิ้วกลับนั้น ไม่สบตาเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
“แหย่ไม่เข้าเรื่องแล้วมึง ดูหน้ามันด้วย เกิดพ่อมึงองค์ลงขึ้นมา คิดว่าใครจะเอามันอยู่”
พอยต์ หรือที่เหล่าบรรดานักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยจะเรียกขานเขาว่า คิงวิศวะ เอ่ยปากว่าเพื่อนที่ไปแหย่รังแตนเข้าให้ ใครก็รู้ว่าน้ำอุ่นเย็นชาต่อคนรอบกายมากขนาดไหน แม้แต่กับกลุ่มเพื่อนเองยังไม่มีบทสนทนาอะไรขึ้นมาเลยสักนิด ได้แต่นั่งเงียบอยู่แบบนั้น ถึงแม้ว่าจะชวนไปไหนอีกฝ่ายจะไม่เคยขัดเลยก็เถอะ นั่นเพราะเขาให้ใจกับเพื่อนกลุ่มนี้มาก
ด้านเนสเตอร์ที่ถูกเพื่อนปรามก็ใช่ว่าจะแคร์ เจ้าตัวยังไหวไหล่ใส่และหันมาดื่มเหล้าต่อ มีเพียงน้ำอุ่นที่ยังคงยกแก้วขึ้นดื่มอยู่เป็นระยะ หูก็ฟังเสียงเพื่อนพูดนั่นนี่ไปเรื่อย โดยที่เขาไม่คิดจะออกความคิดเห็นใด ๆ เช่นเคย
ถึงเสียงเพลงจะสนุกแค่ไหน ผู้หญิงน้อยใหญ่เดินไปมาอวดทรวดทรงหวังจะอ่อย แต่น้ำอุ่นไม่ได้มีพวกเธออยู่ในสายตาสักครั้ง เขายังเคยนึกแปลกใจในตัวเองว่ากลายเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทว่าอยู่ ๆ มือหนากลับต้องชะงัก เพราะเหตุการณ์ในวันวานไหลย้อนกลับเข้ามา
ใครว่าเขาไม่มีหัวใจ ใครว่าเขาด้านชา ใครบอกว่าน้ำอุ่นคนนี้รักใครไม่เป็น
มีสิ! ครั้งหนึ่งเขาเคยมีความรักที่ดี มีคนที่เขารักมากสุดหัวใจ มีคนที่เขายอมที่จะยกให้ทุกอย่าง เฝ้าทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าอะไร เป็นคนที่ทำให้รู้จักคำว่ารัก และทำให้เขามีหัวใจ แต่เธอกลับเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้ผู้ชายอย่างน้ำอุ่น แตกสลายไม่มีชิ้นดี
การรักใครคนหนึ่งมาก ๆ โดยไม่คิดว่าตัวเองควรจะเผื่อใจ มันคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องกลายมาเป็นคนแบบนี้ ไม่มีใครอยากถูกมองว่าเป็นคนเย็นชาในสายตาคนอื่นหรอก ถ้าคนคนนั้นไม่ผ่านเรื่องช้ำใจที่ร้ายแรงมาก่อน
“ของแบบนี้มันก็ต้องลองดูบ้าง”
เนสเตอร์ยังคงคะยั้นคะยอเพื่อนให้เปิดใจรับอะไรใหม่ ๆ อย่างน้อยไม่ได้หาสาวมาเป็นแฟน ก็แค่หาใครสักคนที่เข้าใจมาคุย เพื่อให้หัวใจได้สดใสขึ้นมาบ้างก็ยังดี เห็นเพื่อนทำตัวเป็นหินทั้งที่เคยเฮฮา เริ่มก่อกำแพงให้ตัวเองสูงขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ก็น่าเห็นใจไม่น้อย
“จริงมึง เดี๋ยวนี้โลกไปไกลแล้ว คุยกันไม่ถูกใจก็แค่เปลี่ยน เผื่อชีวิตหน่าย ๆ ของมึงจะมีสีสันขึ้นมาบ้าง”
แสงเหนือ เพลย์บอยตัวพ่อที่อยากให้เพื่อนเดินหน้าต่อก็พยายามช่วยเชียร์ในสิ่งที่เนสเตอร์พูด แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของพวกเขาจะไม่สนใจ อีกทั้งยังถอนหายใจเสียงดังออกมา
“มันไม่สนใจก็ปล่อยมันเถอะ แค่มันยอมออกมาแดกเหล้ากับพวกเราก็บุญหัวแล้ว” อเกนที่พอมองออกว่าน้ำอุ่นไม่ได้สนใจฟังเรื่องที่เพื่อนพูดก็ชวนเปลี่ยนเรื่อง
ถ้าการพูดไม่ได้ผลอะไรก็คงต้องลองให้เขาได้ใกล้ชิดผู้หญิงใหม่ ๆ อีกสักครั้ง
“มึงดูสาวโต๊ะนั้นอย่างแจ่ม”
เสียงของเนสเตอร์ดังขึ้น พร้อมกับชี้ไปทางโต๊ะโต๊ะหนึ่งที่มีหญิงสาวสวยอยู่กันสองคน แสงเหนือจึงคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ หากเขาต้องการให้เพื่อนเดินหน้าต่อได้ก็ต้องใช้บางอย่างกระตุ้นเสียหน่อย
“คืนนี้กูจะทำให้มึงข้ามเส้นอดีตของมึงให้ได้” แสงเหนือเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าอดีตกับสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า อะไรมันจะดีกว่ากัน
“มานี่!”
พูดจบแสงเหนือก็ไม่รอให้เพื่อนปฏิเสธ รีบคว้าข้อมือน้ำอุ่นเดินตรงไปยังเป้าหมาย ก่อนจะเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ต่างจากคนที่เขาลากมาด้วยอย่างสิ้นเชิง
ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ แสงเหนือก็จัดการขอชนแก้วทันที พร้อมกับเอ่ยถามชื่อแซ่ตามมารยาท โดยที่น้ำอุ่นเองยังคงยืนนิ่งไม่สนใจสิ่งที่เพื่อนกำลังจะทำ เขาได้แต่เพียงถอนหายใจแข่งกับเสียงเพลงในผับ ใครบอกว่าเขาไม่อยากลืม ใครบอกว่าเขาไม่อยากเปิดใจ เขาเคยลองแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม
“ไอ้เหนือ กูกลับโต๊ะก่อนนะ”
คนที่ไม่ได้อยากรู้จักใคร เริ่มรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ตรงหน้าจึงขอตัวกลับโต๊ะ แต่โดนเพื่อนคว้าแขนไว้ เขาไม่ได้อยากทำนิสัยเสียมารยาทแบบนี้ แต่การที่เขาต้องมายืนคุยกับผู้หญิง มันทำให้ตัวเองรู้สึกแปลก ๆ ในใจ แม้ว่าน้ำอุ่นเองจะพยายามก้าวข้ามมันมากขนาดไหน เขาก็ไม่สามารถทำมันได้อยู่ดี
“เดี๋ยวดิ”
“อย่าเพิ่งรีบสิคะ อยู่ดื่มด้วยกันก่อน”
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำเอ่ยห้ามขึ้นทำให้คนที่จะเดินไปต้องชะงัก ไม่ใช่ว่าเขาจะอยากอยู่ต่อเพราะหญิงคนนี้ แม้น้ำอุ่นจะไม่สนใจอะไร แต่เขาก็ยังรู้จักมารยาทอยู่บ้าง
“ยินดีที่ได้รู้จักนะน้ำอุ่น”
ไร้ซึ่งบทสนทนาหลังจากที่หญิงสาวเริ่มชวนคุย บรรยากาศในโต๊ะเริ่มเงียบงันเมื่อน้ำอุ่นทำหน้านิ่ง ไม่มีแม้แต่จะเผยรอยยิ้มออกไป
“เฮ้ย!! มึงคุยหน่อยดิ”
แสงเหนือที่มองดูสถานการณ์อยู่ใช้แขนกระทุ้งสีข้างเพื่อนเบา ๆ ให้ได้สติ ก่อนที่น้ำอุ่นจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายอีกครั้ง
“อืม ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ฮ่า ๆ มันพูดไม่ค่อยเก่งน่ะ แต่จริง ๆ ไม่มีอะไรเลยนะ สบาย ๆ”
แสงเหนือพยายามทำให้บรรยากาศบนโต๊ะมันสนุกให้ได้มากที่สุด แต่ไอ้เพื่อนตัวดีก็จะทำมันพังอยู่เรื่อย นอกจากจะไม่สนใจผู้หญิงทั้งสองแล้ว น้ำอุ่นยังยืนนิ่งทำหน้าเบื่อโลก คอยแต่จะเดินกลับก็โดนแสงเหนือคว้าแขนเอาไว้ตลอด
“พวกนายเรียนที่ไหนเหรอ”
“มหาลัยข้างหน้านี่เลย”
“จริงดิ แพงมากเลยนะ อยากเรียนแต่จ่ายไม่ไหว คิก”
“กูกลับโต๊ะก่อนนะ”
เมื่อแสงเหนือเริ่มพูดคุยกับสาว ๆ อย่างสนุกสนานอีกครั้ง น้ำอุ่นก็ยิ่งไม่อยากอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่เขาเลยที่จะมานั่งคุยกับใครแบบนั้น และครั้งนี้เขาไม่ให้แสงเหนือยื้อเขาไว้อีกแล้ว
“ฉันขอไลน์นายหน่อยได้ไหม”
แขนแกร่งถูกรั้งไว้ระหว่างเดินกลับ พร้อมเสียงหญิงสาวที่ชื่อแป้งร่ำดังขึ้นตามมา เธอส่งสมาร์ตโฟนไปให้ตรงหน้า ก่อนที่ตาคมจะหันมองเจ้าของสมาร์ตโฟนเครื่องนั้น ยอมรับเลยว่าเธอสวย หากจะเข้าหาใครเขามั่นใจว่าต้องได้แน่ แต่สำหรับเขาคงไม่ใช่แบบนั้น
“ฉันถามเพื่อนนายมา เขาบอกว่านายยังไม่มีแฟน งั้นฉัน…”
“ขอตัวนะ”
ไม่มีคำปฏิเสธจากอีกฝ่าย แต่ก็ไร้ซึ่งคำพูดอย่างอื่นเช่นกัน น้ำอุ่นไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวาย หรือขอสานสัมพันธ์แบบนี้ จึงเดินชนไหล่หญิงสาวที่ตั้งใจมาจีบออกไปนอกร้าน แทนที่จะกลับโต๊ะอย่างที่ตั้งใจ
อดีตที่เขาเจอมันแสนจะเจ็บปวดจนทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อ หรือเริ่มต้นใหม่กับใครได้อีก ครั้งหนึ่งเขาเคยรักและซื่อสัตย์กับคนคนหนึ่งสุดหัวใจ แต่เขาก็โดนทิ้งด้วยความเจ็บปวด ความรักครั้งนั้นมันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับมันไหว ขออยู่แบบไร้ใจต่อไป ดีกว่าต้องไปรักใครแล้วยังคงนึกถึงอดีต
ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ ใบหน้าหล่อซบลงกับพวงมาลัย ถอนลมหายใจหนัก ๆ ออกมา เพื่อระบายกับสิ่งที่อัดอั้น ทำไมกันนะ ในเมื่อมันผ่านมานานแล้ว แต่ภาพในอดีตยังคงตามหลอกหลอนกันไม่ไปไหน สองมือกำพวงมาลัยแน่น แววตาเศร้าพลันเปลี่ยนเป็นดุดัน และเคืองโกรธในพริบตา
“พี่จะทำให้ผมเจ็บไปถึงไหน”