พุดซ้อนหันหลังกลับเรือนของตน หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความหวามไหวรัญจวนด้วยแอบคิดเสน่หาก่อนหน้านี้พลันร้าวรานรวดร้าว ในขณะที่สองบุรุษต่างวัยยังคงสนทนาพาทีกันต่อ โดยมิรู้ว่ามีใครบางคนแอบมาได้ยิน “หามิได้ดอกลุงทับ ไม่ว่าดอกไม้ชนิดใดก็ควรค่าแก่การทะนุถนอมทั้งสิ้น โดยเฉพาะดอกพุดซ้อน ที่นอกจากจะมีกลิ่นหอมและงดงามแล้ว ยังสามารถเก็บบูชาพระได้ ข้ามิเคยเห็นว่าเป็นดอกไม้ใกล้มือเลยแม้แต่นิด” “หากเจ้าคิดเช่นนั้นจริง ข้าก็สบายใจ” “ว่าแต่ลุงทับเถิด มีเรื่องกระไรกับข้าหรือไม่” “ข้ามิมีดอก แต่ท่านเรียกหาเจ้า” “ขอบน้ำใจขอรับลุงทับ ข้าจักไปบัดเดี๋ยวนี้” ได้ทราบความเช่นนั้น สินก็รีบเดินตรงดิ่งไปยังเรือนของท่านเจ้าพระยาชาญณรงค์ โดยมีทับเดินตามไปไม่ห่าง ยามนั้นเวลาล่วงเลยเข้าสู่ ๒ ยาม แต่แสงสีส้มจากคบไฟของเรือนใหญ่ยังคงสว่างเรืองรองอยู่ทั่วเรือน สินรีบก้าวเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเจ้าของเรือนแล้วยกมือข

