“ลีโอ ลีโอ ไอลีโอ” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับมาร์ตินก็แผดเสียงเอ็ดตะโรดังลั่นไปทั่วทั้งบ้าน ใบหน้าคมสันบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดมุ่น ยืนเท้าเอวจังก้าอยู่หน้าบ้าน
“ครับคุณมาร์ติน” ลีโอรีบวิ่งหน้าตั้งมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้านายรูปหล่อที่ยืนทำหน้าเป็นยักษ์อยู่ ไม่รู้ว่าใครทำอะไรให้ไม่พอใจเขาเลยซวยแต่เช้าเลย
“ทำไมแกช้าอืดอาดเป็นเต่าแบบนี้วะ แล้วเรื่องที่ฉันให้ไปสืบได้เรื่องหรือยัง” เขาใช้ให้ลีโอไปสืบประวัติของใบเฟิร์นมาเพราะเขาอยากจะรู้จักกับเธอ ปกติเขาไม่เคยที่จะต้องทำอะไรแบบนี้เลย มีแต่คนเสนอตัวอยากจะทำความรู้จักกับเขา
“ได้เรื่องแล้วครับ ผมส่งเข้าอีเมลให้เรียบร้อยแล้ว” ที่เรียกเขาเสียงดังลั่นไปทั้งคฤหาสน์แต่เช้าก็เพราะเรื่องสาวน้อยคนนี้นี่เอง ตั้งแต่กลับมาจากการบรรยายพิเศษเจ้านายเขาก็เปลี่ยนไป ใจลอยบ่อย หรือว่านี่จะเป็นลางบอกอะไรบางอย่าง
“เออ แกจะไปไหนก็ไป” มาร์ตินโบกมือไล่ลีโอส่วนตัวเขาก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะรีบไปเปิดดูอีเมล
ชายหนุ่มเข้ามาในห้องทำงานแล้วรีบเปิดโน้ตบุ๊คเช็คทันที และเมื่อเปิดได้ก็เริ่มไล่สายตาอ่านข้อมูลของเธออย่างตั้งใจ บ้านเกิดอยู่ที่สุพรรณบุรี ครอบครัวเปิดร้านขายทองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และมีที่นาหลายร้อยไร่ มีพี่ชายหนึ่งคนเธอเป็นลูกสาวคนเล็ก
“ปัจจุบันอายุ 18 ปี 18 เนี่ยนะ” มาร์ตินพูดเสียงดังแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอายุน้อยกว่าเขา แต่คิดไม่ถึงว่าจะอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งรอบเต็มๆแล้วสาวน้อยของเขาจะมามองคนที่แก่กว่าตัวเองเป็นรอบอย่างเขาไหมเนี่ย
ลีโอไม่ได้หาเฉพาะที่โดนสั่งแต่หามาให้ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ไลน์ เบอร์โทร มีหมดสงสัยต้องตบรางวัลให้อย่างงามซะแล้วจากที่จะไม่เล่นเฟสบุ๊ค อินสตราแกรม เห็นทีเขาต้องลองสมัครดูแล้วล่ะ จะได้รู้ความเคลื่อนไหว และคอยสอดส่องบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่เข้ามายุ่มย่ามกับเธอ
พิศลดากับเพื่อนอีกสองคนกำลังเดินเล่นกันอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่ดังแห่งหนึ่งขณะที่กำลังเดินเลือกของกันนั้นดวงตากลมโตของเธอก็เหลือบไปเห็นมาร์ติน นักธุรกิจที่เคยไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยของเธอ ข้างกายของชายหนุ่มมีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืนเกาะแขนเขาอยู่อย่างสนิทสนม วันที่ไปมหาลัยก็อาจารย์ มาวันนี้ก็เป็นสาวอีกคน เจ้าชู้จริงพ่อคุณ สาวน้อยเบ้ปากก่อนจะเดินไปหาเพื่อนที่กำลังเรียกเธออยู่
มาร์ตินที่กำลังช่วยญาติสาวของเขาเลือกของขวัญอยู่ก็ชะงักก่อนจะค่อยๆ หันไป และพบว่าคนที่เขาสั่งให้ลีโอไปสืบประวัติมาปรากฎกายอยู่ในร้านเดียวกับเขาในตอนนี้ ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานของพิศลดาที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกซื้อของอยู่เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเดินไปเลือกของอีกด้านหนึ่งของร้านเขาก็ขอตัวกับญาติสาว
“กี้พี่ขอตัวไปดูของก่อนนะ” มาร์ตินพูดจบก็เดินไปทางที่พิศลดาเดินไปทันที
“เป็นอะไรของเขารีบร้อนแท้” กี้หรือกีรณาส่ายศีรษะแล้วเลือกดูของต่อเพราะมีอีกหลายอย่างที่เธออยากได้
พิศลดากำลังเลือกดูของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักๆ สำหรับผู้หญิงเดินหยิบโน่นหยิบนี่ใส่ตะกร้าที่เธอถืออยู่ดวงหน้าสวยมีรอยยิ้มประดับทั่วใบหน้าเมื่อยามเจอของถูกใจ เธอเองก็เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่นชอบของสวยงาม เจออะไรก็อยากได้ไปหมด
“เจอกันอีกแล้วนะ” มาร์ตินเดินเข้ามากระซิบชิดใบหูขาวสะอาด พิศลดาถึงกับสะดุ้งเพราะเธอกำลังเพลินๆ อยู่
“คุณ!!” พิศลดาหันกลับมามองคนที่เข้ามาประชิดตัวเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยใบหน้าที่งอง้ำ ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเป็นใคร
“มาร์ตินเรียกว่ามาร์ตินหรือจะเรียกว่าพี่ก็ได้ เพราะฉันแก่กว่าเธอหลายปี” มาร์ตินไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่าย พิศลดาอ้าปากค้างกับคำพูดของเขา อยู่ๆ จะสั่งให้เธอเรียกเขาแบบนั้นแบบนี้ทำไม ไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมอะไรกันสักหน่อย บ้ารึป่าว
“คุณบ้ารึป่าวเนี่ย อยู่ๆ ก็มาบอกให้ฉันเรียกคุณอย่างนั้นอย่างนี้” พิศลดาเอียงคอมองมาร์ตินอย่างงงๆ
“ถ้าไม่เรียกจูบ” ใบหน้าหล่อของมาร์ตินยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าสวย พิศลดารีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองแน่นกลัวเขาจะบ้าระห่ำทำขึ้นมาจริงๆ
“คนบ้า!” คนตัวเล็กแหวลั่น “ขยับหน้าออกไปห่างๆ จะได้ไหม” พิศลดาก้าวถอยหลังออกห่างเมื่อคนตัวโตตรงหน้ายังไม่ยอมถอยห่างเธอ
“พี่มาร์ตินสาวน้อยเรียกให้ถูกด้วยพี่แก่กว่าเธอหลายปีนะใบเฟิร์น” มาร์ตินย้ำกับร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง
“ก็ได้ๆ แล้วคุณเอ่อพี่มาร์ตินมีธุระอะไรกับหนูรึเปล่า แต่ว่านักธุรกิจอย่างพี่ไม่น่าจะมีธุระอะไรกับหนูนะ”
เถียงไปก็เปล่าประโยชน์เธอเลยเรียกๆ เขาไป เธอกับเขาคงไม่ได้บังเอิญเจอกันแบบนี้บ่อยๆ หรอก แต่ก็แปลกที่คนอย่างเขาจะจำชื่อเธอได้ ส่วนมาร์ตินนั้นระบายยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อชอบใจกับสรรพนามที่ใบเฟิร์นใช้แทนตัวเองกับเขา มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง
“ไม่มีหรอก แค่อยากเห็นหน้าหนูเท่านั้นเอง พี่บังเอิญเห็นหนูก็เลยแวะมาทัก” มาร์ตินตอบยิ้มๆ เขาเลือกใช้คำว่าหนูแทนที่จะเป็น
ใบเฟิร์นเพราะเขาไม่อยากจะใช้คำเรียกซ้ำใคร
“คุณไม่ใช่สิ พี่มาร์ตินอย่าใช้คำว่าหนูกับหนูได้ไหม ฟังแล้วมันแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เรียกว่าพิศลดาหรือว่าใบเฟิร์นจะดีกว่า” พิศลดาแย้งขึ้นเธอไม่ค่อยชอบที่เขาเรียกเธอว่าหนูสักเท่าไหร่ ชื่อก็มีก็เรียกชื่อสิ แล้วถ้าจะให้เธอแทนตัวเองว่าเฟิร์นกับเขา เธอก็ไม่ชินปากเพราะปกติเธอจะใช้แทนตัวเองกับญาติผู้ใหญ่เท่านั้น
“ไม่ พี่ชอบเรียกแบบนี้” มาร์ตินพูดเสร็จก็คว้าตะกร้าใบย่อมที่ใส่ของของหนูตัวน้อยมาถือเอาไว้ในมือของเขาเอง
“เอาของหนูคืนมานะ แล้วพี่มาร์ตินก็ควรไปได้แล้ว เดี๋ยวแฟนพี่เข้าใจผิดกันพอดี” พิศลดาพยายามจะยื้อแย่งตะกร้าในมือใหญ่แต่ด้วยความสูงของเธอแค่หน้าอกเขาเลยทำให้ไม่สามารถแย่งมาได้
“อ่อ นี่แสดงว่าเห็นพี่แล้วหนูแกล้งทำเป็นไม่เห็นใช่ไหม แล้วที่สำคัญคนที่หนูเห็นนะไม่ใช่แฟน แต่เป็นน้องสาวต่างหาก” มาร์ตินบอกเสียงจริงจัง เพราะเขาไม่อยากให้หนูน้อยของเขาเข้าใจผิด
“ช่างเถอะ หนูหายมานานแล้วเดี๋ยวเพื่อนจะรอนานขอของคืนด้วยค่ะ” เธอไม่ได้อยากจะรู้เรื่องอะไรของเขาสักนิดไม่จำเป็นจะต้องมาอธิบายให้เธอฟัง
“เดี๋ยวพี่ถือให้เองหนูเดินนำไปสิ” รีบอาสาเมื่อเห็นว่าหนูน้อยของเขาเริ่มจะงอแงแล้ว
พิศลดาเดินนำมาร์ตินมายังจุดที่เพื่อนของเธอยืนอยู่ ส่วนสองสาวที่เห็นมาร์ตินก็อออาการดีใจยิ้มกันหน้าบานจนเธอต้องสะกิด
“ยิ้มกันจนปากจะฉีกแล้วมั้ง ฉันไปคิดเงินก่อนนะจะได้ไปกินข้าว หิวแล้ว” พิศลดาดึงตระกร้าในมือชายหนุ่มแล้วเดินไปจ่ายเงินโดยไม่สนใจมาร์ตินซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“สวัสดีค่ะ” ลิลลี่กับชมพู่พูดขึ้นพร้อมกัน
“ครับ” ยิ้มน้อยๆ ให้กับเพื่อนของพิศลดาก่อนจะเดินไปหาน้องสาวของเขา
“ลิลลี่แกว่ามันแปลกๆ ไหม ทำไมอยู่ๆ คุณมาร์ตินถึงได้เดินมาพร้อมกับยัยเฟิร์น” ชมพู่เอ่ยอย่างแปลกใจ
“แปลกสิ แปลกมาก คุณมาร์ตินกับยัยเฟิร์นเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวที่มหาลัย และมาเจอกันอีกทีที่นี่ แล้วท่าทีของคุณมาร์ตินก็แปลกๆ ด้วย หรือว่าเขาสนใจเพื่อนเราจริงๆ ฉันว่าไม่น่าไว้ใจเขาเจ้าชู้ขนาดนั้นต้องเห็นเพื่อนเราเป็นของเล่นแน่ๆ เลยชมพู่” ลิลลี่วิเคราะห์คิ้วสวยขมวดแน่น
“มีความเป็นไปได้ ต้องรอถามยัยเฟิร์น” ชมพู่เองก็คิดไม่ต่างจากลิลลี่ ถึงแม้เธอจะชื่นชอบความหล่อของมาร์ตินมากแค่ไหนแต่ถ้าจะมาหลอกเพื่อนเธอละก็ มาร์ตินก็มาร์ตินเถอะ
“แกเล่ามาเลยนะว่าคุณมาร์ตินเขาคุยอะไรกับแกบ้าง แล้วเจอกันได้ยังไง” เมื่อสามสาวเข้ามานั่งในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังชมพู่ก็เป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาทันที
“เขามาซื้อของที่ร้านนี้เหมือนกันแล้วบังเอิญจำฉันได้เลยเข้ามาทัก ทั้งๆ ที่ฉันไม่อยากให้จำได้เลยสักนิด จะความจำดีอะไรขนาดนั้น” พิศลดาพูดแล้วคีบปลาดิบที่เธอโปรดปรานเข้าปาก
“แค่นั้นหรอ” ลิลลี่ถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่
“อือ อ่อ แล้วยังมาบังคับให้ฉันเรียกเขาว่าพี่อีกทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นสักนิด ใช่ว่าจะเจอกันอีกซะเมื่อไหร่” พิศลดากลอกตาเมื่อนึกถึงหน้ามาร์ติน
“อะไรนะ” สองสาวประสานเสียงพร้อมกัน
“ฉันว่าเขาต้องคิดอะไรกับแกแน่ๆ นักศึกษาสาวกับนักธุรกิจหนุ่มบางทีเขาอาจจะอยากได้แกก็ได้นะ” ลิลลี่พูดตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อมเพราะเธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
“ฉันก็เห็นด้วยกับลิลลี่นะ คนเจ้าชู้แบบนั้นไม่น่าไว้ใจ แล้วแกละว่าไงเฟิร์น”
“อือ ฉันก็คิดแบบพวกแกนั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันกับเขาคงเจอกันครั้งนี้ครั้งสุดท้าย คงไม่มีความบังเอิญแบบนี้อีกหรอก”
คงเห็นว่าเธอเป็นเด็กนักศึกษาแล้วจะหวังมาแอ้มเหรอ ฝันไปเถอะย่ะตาเฒ่าแต่ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป