สัมพันธ์ต้องห้าม 2/4

1254 คำ
“อึก” หลังจากที่พวกเขาเดินมาได้สักระยะ อิงอี้หรานเห็นว่าใต้เท้าหมิงเองดูท่าจะไม่ไหวจึงพาเขานั่งพัก พยุงร่างสูงให้นั่งพิงต้นไม้ริมลำธาร แผ่นอกหนากระเพื่อมหอบหนักถี่กระชั้น ร่างกายคล้ายจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ โดยเฉพาะจุดกลางกายที่โป่งพองจวนปริแตก “ท่านอดทนอีกนิด ข้าจะช่วยทำแผลให้” อิงอี้หรานนำผ้าเช็ดหน้าที่พกติดกายตลอดชุบน้ำในลำธาร ก่อนที่จะนำมาเช็ดรอบบาดแผล มือเรียวสั่นเทาด้วยไม่รู้จะทำเช่นไรดีในสถานการณ์เช่นนี้ “พระสนม ท่านเดินตามลำธารไปเรื่อยๆ จะพบกับหน่วยลาดตระเวน กระหม่อม…อึก” ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีดวงหน้างดงามที่อยู่ใกล้เพียงช่วงหนึ่งลมหายใจ ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไหร่ ยิ่งกระตุ้นพิษในกายให้ออกฤทธิ์มากเท่านั้น “ใต้เท้าหมิง ข้าจะทิ้งท่านได้อย่างไร เพราะช่วยข้า ท่านถึงต้องเป็นเช่นนี้” อิงอี้หรานยังคงดื้อดึง มือนุ่มช่วยเช็ดเหงื่อที่ไหลลงตามกรอบหน้าอย่างแผ่วเบา ดวงตาหงส์เงยขึ้นมาสบตาอีกคน เพื่อยืนยันว่านางไม่มีวันทิ้งเขา วินาทีนั้นเองที่ความอดทนของผู้ขึ้นชื่อว่ารูปสลักน้ำแข็งพังทลาย ดวงใจกร้าวแกร่งกระตุกไปหนึ่งจังหวะ ฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดลงในไม่ช้า “หากท่าน…อึก…ไม่ไปจากกระหม่อมตอนนี้ล่ะก็ กระหม่อมเกรงว่าจะทำเรื่องให้พระองค์ต้องเสื่อมเสีย” “ข้าไม่สนใจ ตอนนี้เพียงต้องการช่วยท่านเท่านั้น” มือเรียวสัมผัสกับใบหน้าคมคร้ามพลางลูบไล้อย่างปลอบประโลม หมิงเจ๋อกัดริมฝีปากจนเลือดไหลออกมาเพื่อให้ความเจ็บปวดช่วยประคองสติ เห็นดังนั้นอิงอี้หรานจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แนบริมฝีปากเข้าด้วยกันเพื่อให้เขาหยุดทำร้ายตัวเอง อกอวบเบียดแนบชิดจนไร้ช่องว่างระหว่างชายหญิง เสียงดูดดึงแลกลิ้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในป่าลึก ความร้อนรุ่มที่ปะทุอยู่ในกายครอบงำสติผิดชอบชั่วดีจนสิ้น ริมฝีปากอุ่นเคลื่อนเข้าไปซุกไซร้ซอกคอ กลิ่นหอมอ่อนคล้ายดอกไม้ราวกับยาเสพติดที่อยากสูดดมมิรู้เบื่อ ไม่รู้เมื่อใดที่มือหยาบกร้านดึงชุดคลุมตัวนอกให้หลุดออกจากไหล่บาง เลื่อนลงมาบีบเคล้นอกอวบอย่างเผลอไผล “อ๊ะ…หมิงเจ๋อ” อิงอี้หรานกดศีรษะของผู้ที่กำลังดูดยอดปทุมถันของนางราวกับทารกดื่มน้ำนมมารดาให้แนบชิดอก ความกระสันซ่านแล่นริ้วจากช่วงบนลงสู่ปลายเท้า แอ่นหน้าอกรับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กระหายหิว ชั่วอึดใจต่อมาร่างขาวนวลไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดกาย กลีบบุปผาฉ่ำน้ำถูกลิ้นร้อนปาดเลียจนเกิดเสียงน่าอาย ดวงหน้างามพิลาสแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ มิต่างจากบุรุษผู้ซึ่งกำลังหลงมัวเมาไปกับร่างกายงดงามนี้ หมิงเจ๋อถอนลิ้นออกมาจากกลีบบุปผางามแทนที่ด้วยนิ้วเรียวยาว ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กดลำลึงค์เข้าไปในรูเล็กแคบเมื่ออารมณ์กำหนัดทะยานขึ้นสูง “อ๊ะ…หมิงเจ๋อ” อิงอี้หรานเกร็งหน้าท้องรับสัมผัสแข็งแกร่งที่ถูกเติมเต็มเข้ามาในร่าง มันทั้งร้อนผ่าวและกร้าวแกร่งมิต่างจากผู้เป็นเจ้าของเลย จังหวะทะยานจ้วงก็องอาจดุดัน “พระสนม ท่านช่างคับแคบเหลือเกิน” ใต้เท้าหนุ่มกัดกรามกรอด ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเมื่อถูกโพรงนุ่มรัดกลางกายจนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ รสสวาทที่เพิ่งได้สัมผัสเป็นครั้งแรกทำเอาเขาแทบคลั่ง โจนจ้วงเข้าไปในร่างบอบบางอย่างลืมถนอม สองร่างกอดกระหวัดกันริมลำธาร สายลมเอื่อยเฉื่อยไม่ทำให้กายชายเย็นลงแม้แต่น้อย ร่างกายที่เคยอ่อนแรงกลับมีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นราวกับว่านางคือยาถอนพิษ กลืนกินมิให้เหลือเพื่อไปถึงจุดแตกดับ เนิ่นนานกว่าที่ทุกอย่างจะสงบลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษที่ได้รับหรือเพราะร่างกายอันเย้ายวนแลใบหน้างามล่มเมืองกันแน่ที่ทำให้หมิงเจ๋อขาดสติได้ถึงเพียงนี้ อิงอี้หรานซบใบหน้าลงบนอกแกร่งที่พราวไปด้วยหยาดเหงื่อเจือกลิ่นอายแห่งบุรุษ ชุดคลุมสีดำถูกนำมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของพระสนม ดวงตาคมก้มมองคนในอ้อมอกอย่างอ่อนหวาน น้ำเสียงที่เคยเข้มงวดเด็ดขาดอ่อนลงหลายส่วน มือเรียวขาวถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอย่างนุ่มนวล “แม้กระหม่อมจะรับผิดชอบกับการกระทำนี้ไม่ได้ แต่กระหม่อมให้สัตย์สาบาน ว่าชาตินี้จะมีท่านเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียว” “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านมีสัญญาหมั้นหมายกับพี่เยว่ชิง” อิงอี้หรานช้อนดวงตาขึ้นมองคนที่โอบกอดนางไว้ นัยน์ตากวางเศร้าโศกยิ่งนัก นางได้ทำเรื่องที่ผิดต่อพี่สาวต่างมารดาผู้นั้นเสียแล้ว “เมื่อกลับไปกระหม่อมจะขอถอนหมั้นพ่ะย่ะค่ะ” หมิงเจ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังรายงานเรื่องสำคัญแด่องค์จักรพรรดิ ดวงตาคมมั่นคงดุจขุนเขาที่ไม่ว่าอะไรก็มิอาจสั่นคลอนได้ “เช่นนี้ท่านจะไม่มีปัญหาหรือ” ทั้งปัญหากับคนในตระกูลหมิง ไหนจะคนของตระกูลอิงอีก อิงอี้หรานแสดงสีหน้าเป็นกังวล ซึ่งอีกคนก็พอจะเดาได้ว่านางหมายถึงสิ่งใด “เรื่องนั้นกระหม่อมคิดไว้แล้ว ปิดคดีนี้ได้ กระหม่อมจะทูลขอรางวัลจากฝ่าบาท เป็นราชโองการถอนหมั้นระหว่างสองตระกูล” “ท่านไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ ในเมื่อข้าเองก็ไม่ได้ดีพร้อมสำหรับท่าน” อิงอี้หรานก้มหน้าลงด้วยไม่กล้าสบตา นางทำลายความบริสุทธิ์ของเขา ทั้งที่นางเองก็ไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ ยังจะมีหน้าอันใดไปเรียกร้องอีก “อย่ากล่าวเช่นนั้นอีกเลย สำหรับกระหม่อมท่านคือภรรยา แม้ไม่อาจครอบครองได้ แต่ให้กระหม่อมได้ปกป้องท่านเป็นกระหม่อมเองต่างหากที่ไม่คู่ควร” ใช่แล้ว เขาไร้ความสามารถจึงไม่อาจครอบครองนางได้อย่างเปิดเผย ทำได้เพียงหลบซ่อนความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้ไว้มิให้ผู้ใดล่วงรู้ เป็นความผิดครั้งแรกในชีวิตที่เขากระทำ ทว่ามันก็เป็นความผิดที่เขายินดีทำ “หมิงเจ๋อ ขอบใจท่านมาก” น้ำตาแห่งความซาบซึ้ง รินไหลจากดวงตาแดงเรื่อ เขาเป็นสุภาพบุรุษขัดจากภาพลักษณ์เย็นชาภายนอกที่แสดงออกให้คนอื่นเห็น ทว่าประโยคถัดมาก็ทำให้นางอยากถอนคำพูดเสียตอนนี้ “ท่านยังเจ็บอยู่หรือไม่” อิงอี้หรานก้มหน้าลงอย่างเขินอายพลางส่ายหน้าไปมา นางจึงถูกความแข็งแกร่งที่ยังคงบดเบียดอยู่ไม่ห่างแทรกเข้ามาในร่างอีกครา เสียงกระทบกันของกายเนื้อดังสะท้อนในความเงียบ ร่างบอบบางถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วง จวบจนฟ้ามืดกิจกรรมเริงสวาทจึงได้จบลง “หยกชิ้นนี้มอบให้ท่าน ชั่วชีวิตนี้มิขอคืน เฉกเช่นหัวใจของกระหม่อมที่ยกให้พระองค์” หยกสลักรูปวิหคสยายปีกบินท่ามกลางหมู่เมฆถูกมอบให้อิงอี้หราน เป็นการมอบใจสวามิภักดิ์แด่ผู้เป็นภรรยา เป็นดังคำสัญญาจะรักและปกป้อง ขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิด้วยหน้าที่ ขึ้นตรงกับอิงอี้หรานด้วยใจภักดิ์
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม