บทที่ 1.1 - สาวน้อยผู้อ่อนไหว (อย่าแตะต้องผู้หญิงของฉัน)

1289 คำ
       “ทำไมต้องส่งข้าวไปคะคุณป้า ข้าวไม่อยากไป”            เสียงหวานเอ่ยถามสั่นเครือ น้ำตาเอ่อล้นเมื่อรู้ว่าถูกครอบครัวส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการให้กับเศรษฐีใหญ่รายหนึ่ง ร่างบางขืนตัวเอาไว้สุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้ใครมาฉุดกระชากได้ง่าย ๆ            “อย่าดื้อกับฉันนะนังเด็กบ้า บอกให้ไปก็ไปสิ!”            “ไม่ค่ะ ข้าวไม่ไป”            สาวเจ้าไม่ยอมง่าย ๆ แม้จะถูกผู้เป็นป้าลากถูอย่างไรหล่อนก็ดื้อรั้นสุดชีวิต ดื้อจนกระทั่งผู้กระทำหมดความอดทน ใบหน้าสวยหวานสะบัดหันไปตามแรงตบ คนถูกทำร้ายมองผู้ที่เลี้ยงดูทั้งน้ำตา ความเจ็บแสบบนผิวแก้มยังไม่ทรมานเท่าหัวใจดวงน้อยที่แตกสลาย            “ฉันสู้เลี้ยงแกมาจนโตในขณะที่แม่แกทิ้งแกไปมีผัวใหม่ แกควรตอบแทนบุญคุณฉัน สั่งให้ทำอะไรก็ทำสิ อย่ามาขัดคำสั่งเข้าใจไหม!”            “ข้าวยอมทำทุกอย่าง ให้ข้าวทำงานอะไรก็ได้แต่อย่าส่งข้าวไปแบบนั้นเลย ข้าวไม่อยากไป”            “แกอย่ามาดื้อกับฉันนะนังเด็กบ้า ไปเดี๋ยวนี้!”            ร่างบางถูกกระชากลากถูอีกครั้ง เสียงร้องไห้ดังระงม ทว่ากลับไม่มีใครสนใจเลยสักนิด สมาชิกที่เหลือต่างดีใจที่ตัวน่ารังเกียจสำหรับพวกเขากำลังจะก้าวพ้นออกจากบ้านหลังนี้            “แม่รีบ ๆ เอามันออกไปสักทีได้ไหมเนี่ย แหกปากร้องอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญชะมัด!” มารตี บุตรสาวคนโตบ่นขณะที่กำลังนั่งทาเล็บมือระหว่างดูรายการบันเทิงช่องโปรด            “ใช่! ทำเป็นดัดจริตอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่จะได้ไปอยู่สุขสบายแท้เชียว”            สาวิกา รีบผสมโรงไปกับพี่สาว ทั้งสองมองหน้ากันพลางยิ้มเยาะชะตาชีวิตของคนที่เกลียด            “โดนจับไปขายน่ะหรือที่เรียกว่าดี” คนน้ำตานองหน้าตัดพ้อ            “ต๊าย! นี่แกกล้าพูดแบบนี้กับพวกฉันหรือยะ” สาวิกาวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะ เดินไปจิกผมอีกฝ่าย            “แหม ๆ นังข้าว พอกำลังจะได้เป็นเมียเศรษฐีเข้าหน่อยก็ปากดีขึ้นมาเชียวนะ”            “ข้าวไม่ได้อยากเป็นเมียใคร ทำไมพี่สาต้องพูดแบบนี้กับข้าวด้วย”            “โอ๊ย ลำใย!”            มารตีว่าเสียงดัง หล่อนเดินมายืนเคียงข้างน้องสาว            “ได้ข่าวว่าไอ้แก่ตัณหากลับนั่น ทั้งโรคจิตแล้วก็ซาดิสม์มาก ๆ เชียวล่ะ ฉันว่านะ บอบบางอย่างแกคงได้ตายคาเตียงเข้าสักวัน”            พูดแล้วก็เบ้ปากใส่ คนฟังน้ำตาร่วงเผาะ            “คุณป้าขา…” หลานสาวส่ายหน้าวอนขอความเมตตา            “แกต้องไป ฉันขายแกให้กับเขาแล้ว เงินก็เอามาแล้วด้วย เพราะฉะนั้นแกไม่มีสิทธิ์เลือก ไปเดี๋ยวนี้!”            “ไม่ไป ข้าวไม่ไป!”            “ยัยสา ยัยตรี ช่วยแม่จัดการกับอีนังเด็กคนนี้ที”            “จัดไปค่ะแม่!” ทั้งสองช่วยกันลากร่างบางไปที่รถ คนถูกบังคับพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงเธอคนเดียวก็ไม่อาจทัดทานอีกสามคนที่เหลือได้ คนจนตรอกตัดสินใจทำบางสิ่ง            “โอ๊ย! อีข้าว! แกกล้ากัดแขนฉันเหรอ” มารตีร้องเสียงดังลั่น แขนเรียวมีรอยฟันคมลึก ดวงตาวาวโรจน์ มารตีกระชากเรือนผมดำขลับของอีกฝ่ายดึงรั้งเป็นเหตุให้ศีรษะทุยแหงนหงายขึ้น            “อยากลองดีนักใช่ไหมอีข้าว ไหน ๆ ก็จะไปอยู่ไกลมือไกลตีนแล้วทั้งที งั้นฉันขอตบแกส่งท้ายหน่อยแล้วกัน!”            มารตีง้างมือพร้อมจะลงทัณฑ์คนอวดดีเต็มที่            “โอ๊ย!” เสียงปวดร้าวร้องลั่นเมื่อถูกใครบางคนจับข้อมือบีบรัดแน่น แววตาคมคายดุดันจ้องสตรีตรงหน้าอย่างเลือดเย็น            “อย่าริอาจทำร้ายคนของฉันเด็ดขาด แม้แต่ปลายเล็บก็ห้าม!”            แววตาผู้พูดทรงอำนาจดุจพญามัจจุราช มารตีกลืนน้ำลายลงคอ พยายามขยับข้อมือให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของผู้ชายตัวโตแต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน หล่อนหันไปมองมารดาขอความช่วยเหลือกราย ๆ            “ได้โปรดปล่อยลูกของดิฉันเถอะค่ะ” ชายหนุ่มยอมปล่อย เขาเช็ดมือข้างที่จับหล่อนราวกับรังเกียจ มารตีหน้าเสีย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครดูถูกเธอด้วยการกระทำเช่นนี้มาก่อน              “ปล่อย!” หันแววตาดุดันมองไปยังสาวิกา            “ปล่อยค่ะปล่อย”            คนถูกสั่งรีบชูมือขึ้นสองข้าง สามแม่ลูกไปยืนรวมตัวกันอยู่ทางด้านหลัง นัยน์ตาหวานปนเศร้ามองผู้ชายร่างสูงสง่าด้วยความหวาดหวั่น            “พิมพ์ชนก”              “คะ คุณเป็นใคร?”            พิมพ์ชนก ถามเสียงสั่น เธอหันไปมองป้าแท้ ๆ เพื่อรอคำตอบ            “เขาก็คือคนที่ซื้อแกไง”            ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วพานน้ำตาไหล ร่างบางสั่นเทิ้มไม่ต่างอะไรกับลูกนกที่กำลังถูกไล่ต้อนให้จนมุม เท้าเล็กถอยหนีคนที่ก้าวขยับเข้ามาใกล้            “ลูเซียโน่ ฉันชื่อลูเซียโน่” เขาแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ            “ฉันไม่ต้องการรู้จักผู้ชายใจหยาบอย่างคุณ!”            พิมพ์ชนกตวาดกร้าว สามแม่ลูกตกใจไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวที่มักจะอ่อนน้อมถ่อมตนจะกล้าขึ้นเสียงกับชายแปลกหน้าที่ดูน่าเกรงขาม            “นังข้าว แกพูดอะไรของแก” นงลักษณ์เกิดความกลัว ถ้าชายหนุ่มไม่พอใจแล้วพาลไม่ให้เงินส่วนที่เหลือขึ้นมาหล่อนจะทำยังไง            “หึ ๆ” ทว่าเจ้าตัวกลับไม่โกรธเลยสักนิด เขาชอบเสียด้วยซ้ำ รู้สึกถูกชะตาเจ้าหล่อนมากยิ่งขึ้น            “ไปกับฉัน” ลูเซียโน่ตั้งท่าจะคว้าข้อมือพิมพ์ชนกแต่เธอกลับ หลบเลี่ยงอย่างไว ดวงตาคมกล้าเริ่มทอแสง ไม่พอใจที่หล่อนต่อต้าน            “ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น ฉันไม่เต็มใจ ฉันไม่ไป!” คนถูกบังคับตวาดทั้งน้ำตา            “แต่หล่อนขายเธอให้ฉันแล้ว”            “ป้าขายฉันแล้วยังไง? ฉันไม่เต็มใจ แล้วก็ไม่มีวันเต็มใจด้วย!”            “นังใบข้าว ไปกับคุณเขาเดี๋ยวนี้!”            “ใช่ ๆ ไปกับเขาสินังเด็กโง่” สาวิกาช่วยพูดอีกแรง สามแม่ลูกอยากได้เงินส่วนที่เหลือใจจะขาด            “หนูไม่ไป ป้ากับพี่ใจร้าย มีสิทธิ์อะไรมาขายหนูให้กับคนพรรณนี้ หนูไม่ไป ให้ตายยังไงก็ไม่ไป!”            “แต่เธอต้องไป!” ลูเซียโน่คว้าข้อมือเธอทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ออกแรงกระชากร่างบางลอยละลิ่ว พิมพ์ชนกตกใจแทบสิ้นสติ หล่อนดีดดิ้นราวกับถูกของร้อนแตะกาย เป็นเหตุให้สะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น            “ปล่อยนะ ฉันไม่ไป!” รอยเลือดบนหัวเข่าข้างขวาเด่นชัด ลูเซียโน่นั่งลงสำรวจบาดแผลนั้นทันที            “เธอจะดิ้นทำไมหะ ได้เลือดเลยเห็นไหม”            “อย่ายุ่งกับฉัน ปล่อยนะ!”            พิมพ์ชนกปัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ สายตาชิงชังปกปิดไม่มิด กรามแกร่งบดเบียดเดือดดาล ชายหนุ่มกระชากแขนเรียวดึงขึ้นอย่างแรง ไม่สนว่าบาดแผลที่อีกฝ่ายเพิ่งได้รับสด ๆ ร้อน ๆ จะเจ็บปวดแค่ไหน            “ฉันเจ็บนะ ปล่อย อย่ามายุ่งกับฉัน!”            พิมพ์ชนกทุบตีอกหนาบึกบึน ลูเซียโน่ตัดสินใจอุ้มคนแสนพยศมาจนถึงรถลีมูซีนคันหรู ประตูอัตโนมัติถูกเปิดรอพร้อมต้อนรับเจ้านาย            “อย่าเพิ่งไปค่ะ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นส่งผลให้เขายังไม่ก้าวขาขึ้นรถ ดวงตาน่ากลัวตวัดมองผู้ทักท้วง            “คือว่า อะ เอ่อ…”            เมื่อตาสบตา ความกล้าก็เลือนหายฉับพลัน 
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม