ตอนที่ 2 กระเป๋าใคร
ไม่นานรถตู้คันที่ผมนั่งมาก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ผมเปิดประตูแล้วลงไปก่อน จากนั้นพี่ภีร์ก็เดินตามผมลงมา
“นัสลูกแม่” เมื่อผมลงจากรถก็เจอคุณพ่อกับคุณแม่ ออกมายืนรอรับผมอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าของท่านดูมีความสุขที่เห็นผมกลับมา
“คุณพ่อคุณแม่สวัสดีครับ” ผมเอ่ยสวัสดีแล้วรีบเข้าไปกอดผู้เป็นมารดาอย่างคิดถึงทันที
“คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่จังเลยครับ” ผมรีบอ้อนพวกท่านทันที ดีใจที่ได้กลับมาเจอหน้าพวกท่านอีกครั้ง ผู้หญิงคนที่ผมกอดอยู่นี้ ท่านรักผมและจะไม่มีวันเลิกรักผมเหมือนกับผู้หญิงที่เห็นแก่เงินพวกนั้น
“คิดถึงก็มาช่วยกันทำงาน ทุกคนรอแกอยู่” พูดเรื่องนี้อีกแล้ว คุณพ่อที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับคุณแม่เอ่ยขึ้นมา
“ไปเข้าบ้านกันก่อนลูก ไม่ได้เจอหน้าตั้งนาน แม่คิดถึงนะรู้ไหม” จากนั้นพวกท่านก็เดินพาผมเข้าบ้านโดยมีพี่ภีร์เดินตามเข้ามาด้วย
“คุณแม่ครับ ผมยังไม่อยากทำงานตอนนี้ อยากพักอีกสักหน่อย คุณแม่ช่วยพูดกับคุณพ่อให้ผมหน่อยสิครับ” ผมเริ่มอ้อนคุณแม่อีกครั้ง เมื่อเข้ามานั่งลงที่โซฟาภายในห้องนั่งเล่น
“คุณคะ ลูกพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ ให้ลูกพักผ่อนก่อนก็ได้” ผมเป็นลูกคนเล็กของบ้าน คุณแม่ก็มักจะชอบตามใจผมแบบนี้เสมอ จนบางครั้งมันก็ทำให้ผมเสียนิสัย
“แกเรียนจบหลายเดือนแล้ว นั่นยังพักไม่พออีกเหรอ” คุณพ่อพูดขึ้นและดูเหมือนว่าท่านจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวท่านก็ยอมแหละผมรู้
“ผมอยากจะหาที่เที่ยวในประเทศอีกสักหน่อยครับ ถ้าทำงานแล้วคงไม่ได้มีโอกาสได้เที่ยวแล้ว” ผมเริ่มหาเหตุผลมาเป็นข้ออ้างความต้องการของผมทันที
“เอาอย่างนี้ไหมลูก ระหว่างที่นัสไปพักผ่อน พาน้องมีนาไปด้วยซิ เผื่อว่าจะได้ศึกษาดูใจกัน” น้องมีนา! ใครกันนะ ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก็คุณแม่ของผมชอบจับคู่ให้กับลูกๆน่ะสิ
“เดี๋ยวนะครับ น้องมีนาใครหรือครับ” ผมมองหน้าพี่ภีร์แล้วหันกลับมาพูดกับคุณแม่อีกครั้ง ซึ่งพอผมเห็นหน้าพี่ภีร์แล้วผมก็รู้ได้ทันทีว่า ผู้หญิงที่คุณแม่พูดถึงน่าจะเป็นลูกสาวของเพื่อนคนไหนสักคนของพวกท่านแน่ๆ
“มีนาเป็นลูกสาวเพื่อนแม่เอง น่ารักนะ นัสยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ แม่อยากให้นัสมีครอบครับอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว” ยี่สิบห้าเนี่ยนะ ใช้คำว่าไม่ใช่น้อย คำนี้น่าจะใช้กับพี่ภีร์ป่ะ รายนั้นก็ยังไม่มีเมียเหมือนกัน
“มันพึ่งอกหักมาหมาดๆเลยครับคุณแม่” พี่ภีร์พูดขึ้น ผมก็เลยโบ้ยเรื่องให้พี่ภีร์ทันที
“ผมว่าเรื่องแบบนี้ผมขอหาเองดีกว่า พี่ภีร์ไงครับเมียก็ยังไม่มี ให้พี่ภีร์ไปก่อนเลยครับ” หน้าตาอย่างผมคงไม่ต้องให้คุณแม่หาให้หรอกมั้ง และผู้หญิงที่ผมอยากได้มาเป็นเมียนั้น ขอแค่รักผมด้วยใจจริงก็พอ ส่วนหน้าตานั้น เอาแค่พอไปวัดไปวาได้ก็พอ เพราะชีวิตคู่ถ้าจะอยู่กันยืดมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่หน้าตาหรอก ผมคิดแบบนั้น
“รายนั้นน่ะ แม่ไม่ทาบทามผู้หญิงดีๆให้พวกเธอมาเสียหายหรอก” พี่ภีร์หันมามองหน้าคุณแม่ทันที ที่คุณแม่พูดถึงตัวเองแบบนั้น ก็พี่ภีร์เป็นผู้ชายที่เน้นผู้หญิงสวย อย่างอื่นไม่ต้องเลย แต่ก็ไม่ยอมมีเมียเป็นตัวเป็นตนสักที หวงความโสดเป็นที่สุด
“อ้าวคุณแม่ทำไมพูดถึงผมแบบนั้นล่ะครับ” ผมขำกับสีหน้าของพี่ภีร์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้วพี่ภีร์ก็ส่งสายตาดุๆมาทางผม ผมก็เลยต้องหยุดขำ
“หรือไม่จริง ผู้หญิงของแกน่ะมันเยอะยิ่งกว่าเสื้อผ้าในตู้ของแกซะอีก” คุณแม่ทำหน้าเอือมๆ จากที่ผมหยุดขำ จนผมต้องขำออกมาอีกครั้ง ฟังดูตลกดีนะครับ แต่พี่ภีร์คงไม่สนุกด้วย
“คุณแม่ก็พูดเกินไป ผมก็แค่เอ็นดูพวกเธอก็เท่านั้นเองครับ” อือ...ผมพยักหน้าเข้าข้างพี่ชาย สีหน้ายิ้มๆ
ผมน่ะอยากจะเห็นหน้าผู้หญิงของพี่ภีร์จริงๆ เคยแต่ได้ยินชื่อเสียง แล้วก็อยากเห็นผู้หญิงที่พี่ภีร์จะเอามาเป็นแม่ของลูกด้วย อยากรู้จริงๆว่าผมหญิงแบบไหนกันนะจะเอาชนะใจพี่ชายของผมได้
“แล้วเมื่อไหร่ แกถึงจะคิดมีเมียเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักทีล่ะ” จากที่คุยเรื่องของผมอยู่ ตอนนี้กลายมาเป็นเรื่องของพี่ภีร์ไปแล้วครับ คุณแม่นี่กอดอกหน้าเข้มเชียว
“เอ่อคุณแม่ครับ ผมไปรับไอ้นัสมาให้แล้ว ผมขอตัวกลับไปทำงานต่อก่อนนะครับ” แล้วพี่ภีร์ก็เดินออกไปเลย จากนั้นคุณแม่ก็บ่นตามหลังพี่ภีร์ไปอีกครั้ง ส่วนคุณพ่อก็นั่งอ่านหนังสือไม่ได้สนใจพวกผม
“คุยเรื่องนี้ทีไรเป็นเดินหนีทุกที ไอ้ลูกคนนี้นี่” คุณแม่บ่น
“คุณแม่ครับ ผมหิวแล้วมีอะไรให้ผมทานบ้างครับ” ผมเริ่มอ้อนคุณแม่อีกครั้ง ไม่อยากให้ท่านอารมณ์เสีย นิสัยของพี่ภีร์ก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว คุณแม่ก็ยังไม่ชินสักที
“นี่ก็อีกคนเปลี่ยนเรื่อง ไปๆแม่สั่งให้แม่ครัวทำกับข้าวที่ลูกชอบไว้ทั้งนั้นเลย” “คุณพ่อไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ”
“ไปเถอะพ่อพึ่งจะทานเสร็จก่อนหน้าที่แกจะมาแป๊บเดียวเอง” คุณพ่อของผมพูดจบท่านก็ก้มหน้าอ่านหนังสือในมือต่อ จากนั้นคุณแม่ก็พาผมเดินไปที่ห้องอาหารของบ้าน
ทางด้านปลายฟ้า
ฉันเดินทางจากเชียงใหม่ลงมาทำธุระที่กรุงเทพ โดยมีพี่ชายของฉันมารับฉันที่สนามบิน เพราะพี่ดินลงมากรุงเทพก่อนหน้าฉันหลายวันแล้ว
“ไปพักก่อนไป อ่ะนี่คีย์การ์ด” พี่ดินยื่นคีย์การ์ดให้ฉัน และฉันก็เห็นว่าในมือของพี่ดินก็มีคีย์การ์ดอีกหนึ่งใบ และนามเบอร์มันก็คนละเบอร์กัน
“ให้ฟ้านอนห้องเดียวกับพี่ดินไปได้เหรอ ฟ้ากลัวผี” ฉันเป็นผู้หญิงกลัวผี โดยเฉพาะที่ที่ไม่เคยนอนมาก่อน ที่แปลก แปลกที่อะไรประมาณนี้
“ผีที่ไหนมี เราเป็นผู้หญิงจะมานอนกับพี่ได้ยังไง” พี่ดินให้เหตุผล ถ้าฉันเลือกได้ฉันอยากเกิดเป็นผู้ชาย เพราะเกิดเป็นผู้หญิงอยากทำอะไรก็มีแต่ข้อแม้เต็มไปหมด โดยเฉพาะเรื่อง...แฟน
“แต่นี่น้องนะ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง” ฉันยังคงอิดออด ก็ฉันกลัวผีจริงๆนี่
“ไม่เอาๆ พี่ไม่ชอบนอนกับใคร ไปพักเถอะถ้ากลัวก็เปิดไฟนอนเอา เดี๋ยวพี่จะออกไปทำธุระสักหน่อย เย็นๆจะพาไปเที่ยวไปไหม” ฉันยิ้มทันที เมื่อได้ยินข้อเสนอของพี่ชาย
“ไปค่ะ” จากนั้นฉันก็เดินขึ้นโรงแรมชั้นที่พี่ดินให้คีย์การ์ดไป อย่างอารมณ์ดี ฉันเปิดประตูเข้าไปด้านใน วางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนเตียงแล้วก็เปิดมันออก ว่าจะอาบน้ำสักหน่อย แต่พอฉันเปิดกระเป๋าออกดู
“เฮ้ย! กระเป๋าใครวะ”