บ้านหลังใหญ่ราวกับพระราชวัง ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีบ้านแบบนี้อยู่ในชีวิตจริงด้วย ปกติก็เคยเจอแต่ในละครหลังข่าวเท่านั้นเอง
ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะว่าทำไมคนที่ดูฐานะซอมซ่ออย่างฉันถึงได้มายืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ได้ อย่าหาว่าฉันอวดเลยนะ ฉันเนี่ยก็ว่าที่เศรษฐีสิบล้านในอีกสามเดือนข้างหน้าเลยนะ
อะ เข้าเรื่องก็ได้ ก็จำได้มั้ยล่ะเมื่อสองสามวันที่แล้วที่ฉันไปนัดโม้กับคุณสามไว้ว่า ‘เจอกันวันเสาร์นะคะ’ นั่นแหละ เป็นเหตุผลที่ว่าฉันต้องมายืนถือกระเป๋าใบใหญ่ใส่กระโปรงแดงอยู่ตอนนี้
ชุดไม่แดงก็คงไม่มีแรงเดิน
“แต่งตัวสวยเช้งเลย จะไปไหนจ๊ะสาวน้อย” เสียงดลแซวฉันมาแต่ไกล นี่ถ้าไม่เคยเห็นเวลามันทำงานฉันก็คงนึกไม่ออกหรอกว่านายดลคนสุภาพหน้าตาเป็นยังไง
“ทะลึ่งละไอ้ดล รีบพาฉันเข้าบ้านหน่อยสิ ยืนรอจนเมื่อยละ” ฉันรีบคว้าแขนดลมาจับเพราะเริ่มทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ถึงแม้จะเริ่มชินกับส้นสูงละแต่ให้ยืนรอนาน ๆ แบบนี้มันก็เมื่อยเหมือนกัน
“แล้วทำไมไม่เข้าไปนั่งรอล่ะครับ คุณจอย”
“ก็ฉันรอแกนี่แหละ ฉันก็ไม่ได้ด้านขนาดไปนั่งรอในบ้านใครก็ไม่รู้คนเดียวได้นะยะ” ฉันตอบพลางสายตาก็ยังสอดส่องภายในบ้านหลังโตด้วยความตื่นเต้น
“เออ แล้ววันนี้แกมีธุระอะไรไอ้ดล มันวันเสาร์ไม่ใช่เหรอ”
“เลขาดีเด่นอย่างฉันน่ะ …” ดลตอบพลางเอียงเข้ามากระซิบฉันเบา ๆ
“ถ้าไม่ได้เงินพิเศษไม่มาหรอกเว้ย” กระซิบจบหมอนั่นก็หัวเราะอย่างสะใจ ไม่นึกเลยว่าเพื่อนฉันจะหน้าเงินขนาดนี้ ถึงว่า เป็นเพื่อนกันได้
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมดังขึ้นจากคนนั่งโซฟาข้าง ๆ ฉันกับดลหันไปมองถึงกับตกใจ คุณสามนั่งอยู่ตรงนี้สักพักแล้วแต่พวกฉันไม่ทันสังเกตุได้ไงเนี่ย หวังว่าคุณสามจะไม่ได้ยินหรือสงสัยเรื่องฉันกับดลนะ ถ้าหากรู้ว่าฉันกับดลเป็นเพื่อนสนิทกันมีหวังความลับแตกแน่ ๆ
“อ้าว มากันแล้วเหรอจ๊ะ มา ๆ ทานข้าวกันจ้ะ” คุณพิศมัยมาขัดได้ทันเวลาพอดี ท่านเดินส่งยิ้มมาให้ฉันกับดลก่อนจะจูงมือลูกชายที่นั่งหน้านิ่งอยู่บนโซฟาไปยังโต๊ะอาหาร
ตอนนี้ฉันต้องมานั่งปั้นหน้าส่งยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารราวกับว่ารู้จักกันมาชาติเศษ โชคยังดีที่มีคนแปลกหน้าคนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ชื่อว่าคุณสราญ ซึ่งเป็นพ่อของคุณสามนั่นเอง ฉันเลยไม่ต้องใช้สมองในการจดจำใครเยอะสักเท่าไหร่
“หนูซินดี้นี่เอง ที่คุณพิศมัยเล่าให้ฉันฟัง ตัวจริงนี่น่ารักมากเลยนะ” คุณสราญเอ่ยชมฉันในตอนที่ฉันเพิ่งตักข้าวเข้าปากได้เพียงสามคำ ดังนั้นคนที่บ้ายอ เอ้ย มารยาทงามอย่างฉันก็ต้องยกมือไหว้พร้อมยิ้มขอบคุณตามสเต็ป
“ซินดี้ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณสราญตัวจริงจะดูใจดีขนาดนี้ ไม่เห็นจะเหมือนที่ซินดี้ได้ยินมาเลยค่ะ” ฉันตอบก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเล็กน้อยพอเป็นพิธี สักพักฉันก็ต้องเอามือลงพร้อมหยุดหัวเราะเมื่อสังเกตุเห็นสายตาพิฆาตของใครบางคนกำลังจ้องอย่างไม่สบอารมณ์
“วันหลังถ้าไม่มีเรื่องสำคัญคุณแม่ไม่ต้องชวนผมก็ได้นะครับ วันนี้ผมมีนัดกับนิชา” คุณสามเอ่ยเสียงนิ่งหลังจากที่นั่งฟังฉันหัวร่อต่อกระซิกราวกับเป็นลูกอีกคนของบ้านอยู่นาน ดูหน้าตาสิ ไปกินรังแตนที่ไหนมากัน เสียดายความหล่อหมด
“นัดกับแฟนสำคัญกว่าแม่เหรอลูก มันน่าน้อยใจนัก ดูสิ หนูซินดี้ก็มา อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนคุยกับน้องก่อนก็ได้” คุณพิศมัยพยักเพยิดมาทางฉันจนฉันต้องรีบส่งยิ้มหวานกลับไปให้ ส่วนคนที่โดนบังคับ ‘ให้อยู่คุย’ ต้องค้อนสายตาคมมาหาฉันจนภายในหัวได้ยินเสียงดัง ‘ชิ้ง’ ออกมา
“ใช่สิ พอมีแฟนแม่ก็หมดความสำคัญ” คุณพิศมัยยกผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาปลอม ๆ พลางเหล่มองลูกชายที่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“พอเถอะครับคุณแม่ เดี๋ยวผมโทรไปยกเลิกนัดนิชาเอง” คุณสามลุกออกจากโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะสะบัดตามามองฉันอีกที
ผู้ชายอะไรกันใช้สายตาเก่งยิ่งกว่าเก่ง โดนตวัดสายตาคม ๆ นั่นมาทีไรเหมือนเสื้อผ้าฉันจะขาดรุ่ยอยู่ทุกทีไป
Sam’s Talk
ทำไมวันเสาร์ของผมที่ควรได้จะได้ไปเดทกับนิชาต้องมาติดแหง็กกับใครก็ไม่รู้ที่ผมไม่รู้จักด้วย
และผมก็สาบานได้เลยว่าผมไม่รู้จักยัยซินดี้อะไรนั่นทั้งสิ้น แค่หน้าตาหรือเสียงผมก็ยังไม่เคยเห็นเลย อยู่ดี ๆ ยัยนั่นก็เข้ามาจนวันก่อนที่บริษัทผมก็ต้องอธิบายกับนิชายกใหญ่ว่าผมไม่รู้จักยัยนั่นจริง ๆ
ให้ตายสิ ทำไมชีวิตผมที่มันกำลังจะราบรื่นต้องมาวุ่นวายขนาดนี้ด้วย
“ฮัลโหล นิชาครับ” ผมทักนิชาเสียงอ่อน ตอนนี้ผมรู้สึกผิดกับเธอจริง ๆ นะ
“พอดีผมต้องอยู่กับคุณแม่ที่บ้านวันนี้ ผมไม่ได้ไปหาคุณแล้ว”
(ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเจอกันที่บริษัทก็ได้นะคะ)
“ครับผม…คิดถึงนะครับ”
(คิดถึงเหมือนกันค่ะ จุ๊บ ๆ) แค่ได้ยินเสียงหวาน ๆ ของคนรักผ่านปลายสายก็ยังพอให้ผมยิ้มออกมาได้ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณแม่ถึงตั้งแง่กับนิชาขนาดนั้น ไม่ชอบเธอผมก็พอเข้าใจได้ แต่มากล่าวหานิชาว่านอกใจผมอีกนี่สิ มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาทำให้ลูกชายต้องเลิกกับแฟนไม่ใช่เหรอครับ
แต่ว่าผมก็อดสงสัยไม่ได้ ยัยคนนั้นที่ชื่อซินดี้ จู่ ๆ ก็เข้ามาในชีวิตผมกระทันหัน ทั้งยังเสแสร้งว่ารู้จักกับคุณแม่อีก แล้วดูท่าทางตอนเข้ามาในบ้านก็ดูจะสนิทกับเลขาของคุณแม่ซะเหลือเกิน สงสัยงานนี้ผมต้องขอสืบอะไรบางอย่างซะแล้วล่ะ
End Talk